ข่าว

นักท่องเที่ยวผวาโรฮิงญาจี้รัฐจัดระเบียบหวั่นความปลอดภัย

นักท่องเที่ยวผวาโรฮิงญาจี้รัฐจัดระเบียบหวั่นความปลอดภัย

05 มี.ค. 2552

นักท่องเที่ยวผวาภัยต่างด้าว-โรฮิงญา จี้หน่วยงานรัฐจัดระเบียบด่วน ชี้ชุมชนพม่าผุดทั่วระนอง ด้านผู้ประกอบการสวดยับ ภาครัฐไร้ทิศทางในการแก้ปัญหา ขณะที่ผู้ว่าฯ ระนองสั่งชะลอทำใบบัตรไทยพลัดถิ่นไม่มีกำหนด

 หลังจาก "คม ชัด ลึก" นำเสนอข่าวความไม่ชอบมาพากลกรณีการออกบัตรไทยพลัดถิ่นให้แก่แรงงานต่างด้าว ที่พบมีพิรุธว่าอาจมีการนำชาวโรฮิงญารวมถึงชาวพม่าเข้ามาสวมสิทธิ์ จนมีการตรวจสอบ และเริ่มโยกย้ายเจ้าหน้าที่แล้ว ล่าสุดการท่องเที่ยวระนองออกโรงจี้หน่วยงานรัฐจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว-โรฮิงญา เพื่อสร้างความมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว
 นางพรรณี โศรกหาย นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ระนอง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปัญหาชุมชนคนต่างด้าวที่แอบแฝงอยู่ในชุมชนชาวไทยในพื้นที่ จ.ระนอง ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปราศจากการควบคุมที่เป็นระบบของภาครัฐ ก่อให้เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ เช่น ด้านสังคม ด้านสาธารณสุข ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความมั่นคง ในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ถือเป็นชุมชนขนาดใหญ่ของคนต่างด้าวที่แฝงตัวอยู่ในชุมชนไทย และเกาะแก่งต่างๆ ของจังหวัด ส่งผลให้หลายพื้นที่กลายเป็นพื้นที่ที่มีความล่อแหลมทางด้านความมั่นคงสูงมาก 
 “ขณะนี้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวมีความรู้สึกเป็นห่วง และกังวล หวั่นเกรงในเรื่องความปลอดภัย ในขณะที่ทางรัฐยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนต่อการควบคุมและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว รวมถึงผู้อพยพชาวโรฮิงญา สุดท้ายทั้งสองปัญหาจะกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของ จ.ระนอง ในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยทางด้านจิตวิทยาที่สำคัญต่อการท่องเที่ยว”
 ปัจจุบัน จ.ระนอง กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญด้านสุขภาพ แต่สภาพความจริงมีแต่ความแตกต่าง เพราะปัญหาโรคระบาดจากผู้อพยพชาวพม่า หากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ไปเรื่อยๆ ต่อไปคงจะไม่มีใครต้องการที่จะเข้ามาท่องเที่ยวระนอง
 "ดังนั้นน่าจะถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้ปัญหาแรงงานต่างด้าวชาวพม่า โรฮิงญา ลุกลามและขยายตัวไปมากกว่านี้"
 นายวิมล แพงศรี หัวหน้ากรุ๊ปทัวร์ธุรกิจท่องเที่ยวประเภทดำน้ำ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเริ่มสงสัยและสอบถามกันมากต่อการเพิ่มขึ้นของชาวพม่าใน จ.ระนอง ซึ่งหลายคนบอกว่าไม่ค่อยมั่นใจในความปลอดภัยเหมือนในอดีต เพราะพบว่าหลายพื้นที่ใน จ.ระนอง มีชุมชนชาวพม่า หรือแม้กระทั่งชาวโรฮิงญาอยู่อาศัย
 "บางครั้งหากมีคนแปลกหน้าหลงเข้าไปก็จะถูกจับตาและเพ่งเล็ง ซึ่งสามารถรับรู้ได้ด้วยสายตา เพียงแต่ยังไม่เกิดกรณีการทำร้ายร่างกาย หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เชื่อว่าการท่องเที่ยวของ จ.ระนอง มีปัญหาอย่างแน่นอน" นายวิมลกล่าว
 นายคริสเตอร์ ซูดิน เจ้าของกิจการธุรกิจดำน้ำใหญ่อันดับ 2 ของประเทศสวีเดน ชื่อ Own Flyingdivers เปิดเผยว่า อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐลงมาควบคุมดูแลให้มากกว่านี้ และมีมาตรการป้องกันมากขึ้น เพราะระนองเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
 ด้านนายทวี บุญยิ่ง นายกสมาคมผู้ประกอบการประมง จ.ระนอง กล่าวว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการประมงในเขตพื้นที่หลายจังหวัด อาทิ สงขลา ชลบุรี สมุทรปราการ ระนอง ฯลฯ ยังมีความต้องการแรงงานเป็นจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นคน แต่ปรากฏว่าทางภาครัฐไม่สามารถสนองตอบความต้องการได้ ดังนั้นจึงเกิดปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองเป็นจำนวนมาก
 นายวีระ บุญราศี เจ้าของกิจการประมง และอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่า เห็นด้วยและสนับสนุนที่จังหวัดหรืออนุกรรมการแรงงานระดับจังหวัดมีอำนาจในการดำเนินการแก้ไขเรื่องแรงงานต่างด้าว เพราะการดำเนินการของส่วนกลางล่าช้ามาก
 “ในส่วนของผู้ประกอบการไม่มีใครอยากใช้แรงงานเถื่อน แต่เมื่อจะไปขอขึ้นทะเบียน ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะติดปัญหาเรื่องโควตา ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายไม่สามารถขยายกิจการได้ เพราะไม่สามารถนำแรงงานมาเข้ามาทำงานได้ เนื่องจากไม่มีโควตา ผมมองว่าส่วนกลางยังไม่เข้าใจปัญหาที่แท้จริง การแบ่งถ่ายอำนาจให้จังหวัดหรือท้องถิ่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ เพราะเป็นคนรู้ปัญหาดีที่สุด” นายวีระกล่าว
 นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการทั่วประเทศมีความต้องการใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานระดับล่างที่คนไทยไม่นิยมทำ จึงส่งผลให้เกิดการทะลักเข้ามาของแรงงานต่างด้าว เฉพาะในส่วนของ จ.ระนอง เพียงจังหวัดเดียวมีความต้องการแรงงานต่างด้าวกว่า 4 หมื่นคน ในขณะที่มีแรงงานต่างด้าวยื่นขอใบอนุญาตเพียงหมื่นคนเศษเท่านั้น
 ขณะที่ นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว รวมถึงชาวโรฮิงญา จังหวัดกำลังเร่งแก้ไขในหลายๆ จุด ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้
 บรรยากาศที่บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองระนองพบว่า เป็นไปอย่างเงียบเหงา หลังจากจังหวัดโดยผู้ว่าฯ ระนอง สั่งชะลอการออกบัตรไทยพลัดถิ่นที่คั่งค้างอีกประมาณ 1,000 คน ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องมาจากกรณีปัญหาความไม่ชอบมาพากลในการออกบัตร และการนำชาวโรฮิงญา ชาวพม่า เข้ามาสวมสิทธิ์
 ในขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลกล่าวว่า สำนักงานทะเบียนกลางไม่ได้สั่งชะลอแต่ประการใด ยังคงเปิดให้ทำทะเบียนราษฎรข้อมูลผู้ที่คั่งค้างให้แล้วเสร็จตามที่มีการผ่านเวทีประชาคมมาจำนวนประมาณ 3,000 คน แต่ปรากฏว่าทางจังหวัดระนองสั่งการชะลอไว้ก่อนอย่างไม่มีกำหนด
 ขณะนี้ปรากฏว่าเริ่มมีกลุ่มชาวบ้านที่คั่งค้างเข้ามาสอบถามความคืบหน้า หากปล่อยให้เรื่องนี้ไม่มีความชัดเจน หรือไม่สามารถตอบคำถามประชาชนได้ อาจจะมีการฟ้องร้องจากประชาชนหรือองค์กรต่างๆ เพื่อให้ดำเนินการออกบัตรในส่วนที่ยังค้างอยู่