
ศาลเขมรนัดฟังคำสั่งให้ประกัน'ศิวรักษ์'8ธ.ค.
อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ เผย ศาลเขมรนัดฟังคำสั่งการยื่นประกัน"ศิวรักษ์" 8 ธ.ค. ระบุ เรือนจำขัง"ศิวรักษ์"รวมผู้ต้องขังอื่นแค่ 4 ราย ขณะที่ห้องขังปกติใช้ขังนักโทษ 25 คน เชื่อมีความเป็นอยู่ที่ดี ด้าน"ทวี สอดส่อง" เผย รมว.ยุติธรรมรับปากดูแลวิศวกรไทย ตามหลักกฎห
(25พ.ย.) นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า การพบปะหารือกับรัฐมนตรียุติธรรมของกัมพูชาเป็นไปด้วยดี โดยคณะเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทยร้องขอให้กัมพูชาช่วยดูแลให้ความเป็นธรรมแก่นายศิวรักษ์ ส่วนนางสิมารักษ์ ณ นครพนม แม่ของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ที่ต้องการเข้าเยี่ยมในเรือนจำเพซอนั้น สามารถทำหนังสือขอเข้าเยี่ยมผ่านไปยังกระทรวงยุติธรรมของกัมพูชาได้ ทั้งนี้ในส่วนห้องคุมขังที่ใช้ควบคุมตัวนายศิวรักษ์นั้น เป็นห้องควบคุมตัวลักษณะเดียวกับผู้ต้องขังในคดีทั่วไป ซึ่งปกติเรือนจำจะคุมขังนักโทษห้องละ 25 คน แต่ห้องคุมขังนายศิวรักษ์มีผู้ต้องขังเพียง 5 คน คาดว่าจะทำให้การเป็นอยู่ในเรือนจำดีขึ้น ทั้งนี้นายศิรักษ์ทำงานอยู่ในกัมพูชานานถึง 8 ปี จึงสามารถพูดภาษากัมพูชาได้ จึงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร
นางสุวณา กล่าวอีกว่า จากการหารือร่วมกับทนายความของนายศิวรักษ์ถึงเรื่องการขอประกันตัวนั้น ศาลกัมพูชาจะนัดฟังคำสั่งการยื่นขอประกันตัวนายศิวรักษ์ในวันที่ 8 ธ.ค. เวลา 07.00 น. ส่วนวงเงินหรือหลักทรัพย์ประกันตัวนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลกัมพูชา
ด้านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงการเดินทางไปกัมพูชาว่า ตนพร้อมนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ของประเทศกัมพูชา เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมของไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลในส่วนงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและงานราชทัณฑ์ ดังนั้นในเรื่องการคุมขังผู้ต้องหาชาวไทยในประเทศกัมพูชา รัฐมนตรียุติธรรมของกัมพูชารับปากจะดูแลและให้ความเป็นธรรมตามกฎหมาย นอกจากนี้ตนได้ชี้แจงว่า นางสิมารักษ์ ณ นครพนม แม่ของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกร ชาวไทย มีความทุกข์ทรมานใจจากความห่วงใยลูกชาย รัฐมนตรียุติธรรมของกัมพูชาจึงอนุญาตให้แม่ของนางสิมารักษ์เดินทางไปเยี่ยมนายศิวรักษ์ที่เรือนจำเพซอ ได้ตามสิทธิของผู้ต้องหา
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีความตนได้ประชุมร่วมกับสภาทนายความและกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยมีความชัดเจนว่ากระทรวงยุติธรรมจะสนับสนุนในด้านข้อมูล นอกจากนี้กองทุนยุติธรรมพร้อมสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายต่างๆในคดี ในส่วนของการต่อสู้คดีนั้นฝ่ายไทยจะมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของทนายความในประเทศกัมพูชา ซึ่งทนายความคนดังกล่าวเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียงของกัมพูชา
“คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมไม่ต้องการเข้าไปเยี่ยมนายศิวรักษ์ เพราะไม่ต้องการให้ถูกโยงไปเป็นประเด็นอื่น จึงอยากให้แม่ของผู้ต้องหาและทนายความเป็นฝ่ายเข้าเยี่ยม โดยกระทรวงยุติธรรมของไทยและกัมพูชาจะใช้ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหาชาวไทย ซึ่งในการหารือร่วมกันถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนเรื่องความช่วยเหลือในการต่อสู้คดีนั้นยังถือเป็นภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ”พ.ต.อ.ทวี กล่าว



