
'เทือก'ยันเลิกพ.ร.บ.มั่นคงในกทม.ถ้าแดงไม่มา
สุเทพ ระบุ นายกฯยืนยันไปเชียงใหม่ ต้องประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่ พร้อมทบทวนยกเลิกการประกาศ พ.ร.บ.พื้นที่กรุงเทพฯ ถ้ากลุ่มเสื้อแดงไม่มา
(25พ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมครม.ไม่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า เรื่องการตัดสินใจจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ อยู่ที่ ครม.พิจารณาร่วมกัน ตนในฐานะผู้ที่รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องเสนอเข้า ครม.โดยได้อธิบาย เหตุผล ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริง จากนั้น ครม.จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ ซึ่งมีบางอย่างที่ ครม.ได้ซักถามตนในบางประเด็น เช่น ตนเสนอไปว่า การประกาศพื้นที่ความมั่นคงครั้งนี้ ตนขอแค่พื้นที่เขตดุสิตและขอเพิ่มแขวนโสมนัส แขวงบางขุนพรหม คิดว่าทำงานได้ แต่ ครม.ได้พิจารณาและเห็นว่า ถ้าเกิดมีการชุมนุมและผู้ชุมนุมได้ใช้แผนดาวกระจายเคลื่อนที่ไปตามถนนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ และปิดบริเวณแยกต่าง ๆ ตามที่เคยทำมา กทม.จะเป็นอัมพาต ประชาชนจะเดือดร้อน ซึ่งเราจะแก้ไขเหตุการณ์ไม่ทัน ครม.จึงมีเหตุผลในการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยเห็นว่า ขณะนี้การท่องเที่ยวยังดีอยู่ ดังนั้นถ้าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้นก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของ ประเทศ ดังนั้นด้วยเหตุผลทั้งหมด ครม.จึงมีมติประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงทั้งหมดทั่วเขต กทม. ซึ่งตนต้องทำตามมติ ครม.
นาย สุเทพ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่จังหวัดเชียงใหม่ ตนได้แจ้งต่อที่ประชุม ครม.ว่า ตนพิจารณาแล้วว่าไม่ควรจะเดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยน่าจะหลีกเลี่ยง เพราะตนเห็นว่าคนเสื้อแดงที่เชียงใหม่มีประวัติการใช้ความรุนแรงในการชุมนุม และตนวิเคราะห์ด้วยตัวเองว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่เชียงใหม่ และ กทม.มีการประสานกันและหวังที่ จะจุดชนวนให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพื่อจะขยายผลในการประท้วงก่อเหตุ ดังนั้นหากไปมีปัญหาที่เชียงใหม่ ก็อาจจะกระทบการชุมนุมที่ กทม.ทำให้เหตุการณ์รุนแรงไปกว่าที่จะดูแลกันได้ แต่ ครม.ก็ได้ถามถึงทางเลือกทางอื่น ซึ่งตนก็ชี้แจงไปว่าหากนายกรัฐมนตรียืนยันที่จะไป ตนต้องขอประกาศพื้นที่ความมั่นคงในบริเวณที่จะจัดการประชุมที่จังหวัด เชียงใหม่ โดยจะพยายามให้ประชาชนชาวเชียงใหม่เดือดร้อนน้อยที่สุด เพราะจากการที่ตนไปประชุมาร่วมกับผู้ว่าฯเชียงใหม่ ผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 ผู้บังคับการตำรวจเชียงใหม่ แม่ทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ก็เห็นว่า การดูแลความปลอดภัยให้นายกรัฐมนตรี และคณะ ทำได้แน่นอนไม่มีปัญหา แต่กังวลใจว่าจะมีการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้น ถ้าหากมีการปะทะกันเล็กน้อยก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ ที่ประชุม ครม.จึงมอบหมายให้ตนไปประสานงานกับพื้นที่ต่อ เพื่อติดตามสถานการณ์ให้ละเอียดกว่านี้ เพราะนายกฯมีความตั้งใจที่จะไป เพราะคิดว่ามีประโยชน์กับภาคธุรกิจ
เมื่อถามว่า แต่ความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบที่กระทรวงมหาดไทย รู้อยู่แล้วว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะไปรอ แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังตั้งใจที่จะเดินทางไปที่กระทรวงมหาดไทยจนก่อให้เกิด เหตุความรุนแรงขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนขอชี้แจงว่า เรื่องที่กระทรวงมหาดไทยนั้น ตนเป็นคนนัดหมายเพื่อให้นายกฯไปแถลงสถานการณ์ฉุกเฉินที่นั่น โดยให้นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เป็นผู้ร่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นเหตุผลว่าต้องนัดประกาศที่กระทรวงมหาดไทย เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ากลุ่มเสื้อแดงจะไปรออยู่ที่นั่น คณะของนายกรัฐมนตรีและตนเดินทางไปถึงกระทรวงมหาดไทยพร้อม ๆ กับกลุ่มคนเสื้อแดง ส่วนที่เชียงใหม่นั้นหอการค้าเชียงใหม่คาดหวังว่าจะเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดงได้ และให้หันมาสร้างความสมานฉันท์โดยเอาการประชุมหอการค้าทั่วประเทศเป็นจุด เริ่มต้นในการที่ให้รัฐบาลเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ได้ ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่พยายามประสานมายังรัฐบาลหลายครั้งในการให้ไปลงพื้นที่ และได้ประสานกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงสำเร็จหลายกลุ่ม แต่มีบางบางกลุ่ม เช่น เชียงใหม่ 51 ที่ไม่ยอม จึงได้เกิดปัญหาขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่การที่ นายกฯดึงดันไปเพื่อให้เกิดปัญหา แต่เป็นเรื่องที่ฝ่ายจัดการประชุมคาดหวังสูงว่าเหตุการณ์จะเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้านายกฯไปเชียงใหม่แล้วเกิดความวุ่นวาย รัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนต้องรับผิดชอบตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา
เมื่อถามว่าในฐานะที่ดูแลฝ่ายความมั่นคงถ้าเห็นว่านายกฯไม่ควรจะเดินทางไป แล้วมีแผนสำรองหรือไม่เพื่อไม่ให้บรรยากาศของการประชุมหอการค้าเสียไป นายสุเทพ กล่าวว่า ตนต้องใช้เวลา 2-3 วัน ในการประเมินสถานการณ์ และให้ฝ่ายจัดการประชุมพูดคุยกับกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อหาทางจัดการให้เรียบร้อยให้ได้
ต่อข้อถามว่า ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดกับคนใกล้ชิดว่าการชุมนุมช่วงนี้ไม่เหมาะสม จะทำให้การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงไปแล้วล่วงหน้าเสียหายหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เสีย เพราะตนก็บอกมาหลายครั้งแล้วว่าการชุมนุมช่วงนี้ไม่เหมาะสม ตนย้ำว่าช่วงนี้ขออย่ามาชุมนุมเลย เพื่อให้โอกาสคนไทยได้ทำในสิ่งที่ดี ๆ สิ่งที่เป็นความสุข เพราะเราตั้งใจจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯให้ยิ่งใหญ่ในปีนี้ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา จึงได้ร่วมใจจัดงานตั้งแต่วันที่ 2-13 ธ.ค.นี้ ดังนั้นขอโอกาสให้คนไทยได้แสดงความจงรักภักดี และหลังจากนั้นจะเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ ตนจึงขอแนะนำว่า ให้ชุมนุมหลังปีใหม่ก็ได้
ต่อข้อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงเตรียมการอย่างไร เพราะคดียึดทรัพย์ 7 หมื่นกว่าล้าน จะมีการพิจารณาคดีระหว่างเดือน ธ.ค.ถึง ม.ค.นี้ อาจจะเป็นเหตุให้มีการจุดชนวน เพื่อล้มไม่ให้มีการตัดสินคดี นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปยุ่งในเรื่องคดีของเขา ตนมีหน้าที่ดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ตนมีหน้าที่ดูแลแค่นี้
เมื่อถามว่า ถ้าเสื้อแดงยกเลิกการชุมนุมจริง ๆ รัฐบาลจะทบทวนการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะไม่ได้เสียหายอะไร เพราะการประกาศพื้นที่ความมั่นคงนี้ ไม่ได้กระทบกับการใช้ชีวิตตามปกติของประชาชนทั่วไป ทุกคนยังสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้เสรี แม้แต่ช่วงกลางคืนก็ไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว เพียงห้ามการพกพาอาวุธเท่านั้น ดังนั้นสุจริตชนและประชาชนทั่วไปไม่เดือดร้อนอะไร
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองนัดชุมนุมเหมือนกัน ตั้งแต่บริเวณพระตำหนักสวนจิตรลดา จนถึงพระบรมมหาราชวัง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเขาจะชุมนุมหรือไม่ แต่ตนขอร้องทุกฝ่ายว่าเป็นไปได้อย่ามาชุมนุมเลย เพราะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ส่วนการออกข้อกำหนดต่าง ๆ ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ตนได้เรียกประชุม กอ.รมน.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงบ่ายวันนี้ที่ ทำเนียบรัฐบาล ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีของกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ปิดสนามบินนั้น ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีไปตามปกติและไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะกำชับไปหลายครั้งแล้ว ซึ่งคนที่กระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี



