
สมาคมโอท็อปบุกท้วงบุญจงเหตุจัดงานขายสินค้ากลางเมือง
สมาคมโอท็อปบุกมหาดไทย แจงจัดงานขายสินค้ากลางเมือง จวกที่พัก-ขนส่งไม่สะดวก จี้เปลี่ยนที่จัดเมืองทองตามเดิม "บุญจง" แจงดูแลเต็มที่ ชี้เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่ ลั่นงานนี้ไม่มีเข้ากระเป๋าแน่ อธิบดีกรมพัฒนา เอาตำแหน่งเดิมพันถ้าพบทุจริตจริง ผู้นำโอท็อปลั่น ไม่
ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 มีนาคม ตัวแทนสมาคมโอท็อปไทยและเครือข่ายโอท็อประดับประเทศ เข้าพบนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เพื่อหารือและยื่นหนังสือเรียกร้องให้ทบทวนในการจัดงาน “โอท็อป” ที่สนามศุภชลาศัย และห้างสรรพสินค้า 7 แห่งระหว่างวันที่ 27 มีนาคม-5 เมษายน
นายบุญจง และนายชุมพร พลรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุมว่า สมาคมโอท็อปไทยถามเหตุผลในการจัดงานใจกลางเมือง เพราะไม่สะดวกเรื่องที่พักและการขนถ่ายสินค้า จึงบอกว่าจะมีการหาที่พักในราคาถูกบริเวณจัดงานให้ แต่ถ้ามีส่วนหนึ่งต้องการไปพักที่เดิมเหมือนที่ผ่านมา ก็จะจัดรถบริการให้ฟรี ส่วนที่สมาคมโอท็อประบุว่างบประมาณสำหรับการจัดงานสูงเกินไป ได้อธิบายว่าเช่าสถานที่ 13-14 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าโฆษณา ค่าการแสดงรวมทั้งการจ้างออแกไนเซอร์มาจัดงาน ซึ่งทุกอย่างสามารถตรวจสอบรายจ่ายได้
นายบุญจงกล่าวด้วยว่า ตัวแทนสมาคมเป็นห่วงว่าจะขายไม่ได้ในที่ใหม่ แต่ได้ชี้แจงไปว่าสาเหตุที่ไปจัดบริเวณนั้นเพราะต้องการสถานที่สำหรับผู้มีกำลังซื้อ รวมทั้งต้องการเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานจากในอดีต ประกอบกับสถานที่เก่าเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก อย่างไรก็ตาม จะนำขอร้องเรียนไปหารือกับคณะกรรมการจัดงานอีกครั้ง แต่ยืนยันว่างานนี้เป็นงานใหญ่จึงต้องเดินหน้าต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของประชน ไม่มีอะไรซ่อนเร้น
นายชุมพรกล่าวว่า ถ้าพบว่าตนมีผลประโยชน์อะไรกับเรื่องนี้พร้อมจะลาออกทันที
ด้านนายมงคล ไตรรัตนจรัสพร นายกสมาคมโอท็อปไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่าพรุ่งนี้จะไม่ไปร่วมแถลงข่าวการจัดงานโอท็อปที่สยามพารากอน เพราะไม่พอใจกับคำชี้แจงของนายบุญจง เรื่องงบประมาณ เพราะนายบุญจงยังไม่เคลียร์ แต่ถ้ามีผู้ผลิตนำสินค้าไปขายก็เพราะถูกบังคับ ส่วนเรื่องที่พักที่กระทรวงมหาดไทยจัดหาให้ ก็คิดว่าห้องของโรงแรมเล็กเกินไปไม่สามารถพักได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่นำสินค้าไปขายในงานเพราะขายไปก็ขาดทุน และยืนยันว่าจะเรียกร้องให้ไปจัดที่เมืองทองธานีให้ได้
“เราเคยไปขายใจกลางกรุงเทพฯ มาแล้ว แต่ขายไม่ได้ จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนใหม่ และที่บอกว่าอยากประหยัดงบในการจัด ก็ต้องไปจัดที่เมืองทองไม่ใช่มาจัดอย่างที่กำหนดไว้ เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายจุกจิกหลายด้าน ทั้งค่าออแกไนเซอร์ ค่าโฆษณา ค่าการแสดงดนตรี และกิจกรรมอื่นๆ แล้วจะเรียกว่าประหยัดงบได้อย่างไร อีกทั้งการจัดงานโอท็อปที่เมืองทองธานี เป็นเหมือนประเพณีไปแล้ว” นายกสมาคมโอท็อปไทยกล่าว



