ข่าว

"มาร์ค"ขอ2วันตัดสินใจขึ้น-ไม่ขึ้นเชียงใหม่

"มาร์ค"ขอ2วันตัดสินใจขึ้น-ไม่ขึ้นเชียงใหม่

25 พ.ย. 2552

“สาทิตย์” เผย นายกฯขอเวลาประเมินก่อนตันสินใจขึ้นเชียงใหม่ ชี้มีเสียงค้านและหนุนให้ไปร่วมงาน ระบุ จะต้ดสินใจอย่างไรออกมาต้องมีเหตุชี้แจงชัดเจน เผย เหตุผลประกาศใช้ พรบ.มั่นคงฯทั่วกรุงเทพ เพราะต้องการให้อำนาจ จนท.ยันไม่กระทบต่อวิถีชีวิตประชาชน

(25พ.ย.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีมีข่าวว่านายกฯยกเลิกกำหนดการเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 29 พ.ย. เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการปะทะ ว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ ผ่านมา ได้มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าวพอสมควรในที่ประชุมครม.นายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงความคิดเห็น ซึ่งมีความคิดเห็นค่อนข้างหลากหลาย และในที่สุดสรุปว่าจะรอประเมิน สถานการณ์อีก 2 วัน เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับจากการเยือนรัฐกาตาร์ในวันที่ 26 พ.ย.ก็ยังมีเวลาประเมินสถานการณ์อีก 2 วัน ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเดินทางไปหรือไม่

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า ปัจจัยในการตัดสินใจว่าจะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่หรือไม่มีอยู่ 2 ประเด็น คือ 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานด้านความมั่นคงได้เดินทางไปดูในพื้นที่แล้ว และได้มีการพูดคุยกับคณะผู้จัดงานด้วยว่าหากนายกรัฐมนตรีเดินทางไปจริงมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะเปลี่ยนสถานที่ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีร่วมสัมมนากับทางหอการ ค้าฯ เพราะรัฐบาลเองก็ต้องการนำทีมเศรษฐกิจไปพูดคุยกับทางหอการค้าด้วย  2.ปัจจัย จากลุ่มผู้ชุมนุมที่ขณะนี้มีความพยายามที่จะปลุกระดมให้จำนวนผู้ชุมนุมมีมากขึ้น ซึ่งฝ่ายข่าวต้องประเมินว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยังประสงค์ที่จะทำร้ายหรือ สร้างเหตุการณ์ที่รุนแรงเกิดขึ้น หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นฝ่ายความมั่นคงจะสามารถดูแลควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไร

 “ การไปเชียงใหม่ของนายกฯ ไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะคะคานอะไร ในเมื่อฝ่ายหอการค้าเชิญนายกฯ ไปร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ และเป็นประโยชน์ที่รัฐบาลจะได้พูดเรื่องการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งแง่การเคลื่อนนโยบายและการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเศรษฐกิจร่วมกัน เรื่องนี้เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในช่วงปลายปี จึงอยากให้แต่ละฝ่ายโดยเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุมรู้ว่าเราไปดีไม่ใช่ไปเพื่อทำให้ ใครเสียหน้า”นายสาทิตย์ กล่าว

 เมื่อถามว่าหากฝ่ายผู้จัดงานยืนยันไม่เปลี่ยนสถานที่นายกรัฐมนตรียังยืนยันไปหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ในระหว่าง 1 - 2 วันนี้ คงประเมินสถานการณ์กันเพราะเท่าที่หารือที่ผ่านมา บางฝ่ายเสนอเลยว่านายกรัฐมนตรีไม่ต้องเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ บางฝ่ายก็บอกว่าควรจะไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้บอกว่ายังมีเวลาที่จะตัดสินใจ

 ต่อข้อถามที่ว่า สถานที่ที่ทางผู้จัดใช้เป็นที่สัมนาขณะนี้ควบคุมดูแลยากใช่หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ที่โรงแรมเลอร์เมอร์ริเดียน อยู่กลางตลาดไนท์บาซาร์ มีทางเข้า-ออกมาก แต่ปัญหาคือกลุ่มคนเสื้อแดงเคยก่อเหตุความรุนแรงถึงขั้นยิงคนตายมาแล้ว และเมื่อครั้งที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ก็มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายคน เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมมีทั้งปืนพกและก้อนอิฐจึงค่อนข้างรุนแรง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลาในการติดตาม และระงับเหตุไม่ให้มีเหตุการณ์รุนแรง ตนคิดว่าเป็นคนส่วนน้อยในจังหวัดเชียงใหม่ที่จะก่อความไม่สงบ และคนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

 นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้นำไปสูการปะทะ เพราะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่จะให้เดินทางไปนั้น ให้เหตุผลว่าจะเป็นเหตุให้กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามให้เกิดความ รุนแรงขึ้นมาและมีการปะทะกัน เมื่อมีการปะทะกันแล้วจะได้เป็นเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวต่อในพื้นที่ กรุงเทพฯ และทางนายชวรัตน์ ชาญวีรกูร รมว.มหาดไทยเองก็เสนอให้ใช้วีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์แทน ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าการที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปนั้นเพื่อเป็นการสร้างความ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกภูมิภาคในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการ พัฒนาประเทศ

 เมื่อถามว่าสุดท้ายหากนายกฯไม่สามารถเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ได้จะสะท้อนภาวะ การเป็นผู้นำได้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่เป็นเช่นนั้น แต่ถ้าไม่ไปก็ต้องมีเหตุผลเพียงพอที่จะอธิบายว่าทำไมจึงไม่ไป ไม่เช่นนั้นก็จะมีความเห็นสองทางคือถ้าไม่ไปรัฐบาลปกครองไม่ได้หรืออย่างไร แต่ถ้าไปคนก็จะบอกว่าไปทำไมรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุ เป้าหมายใหญ่คือการเดินทางไปประชุม และพูดคุยเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ แต่ถ้าการไปแล้วนำไปสู่เหตุการณ์ที่เกิดการปะทะรุนแรง ก็ต้องตัดสินใจ และถ้าตัดสินใจไปก็ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่สามารถ ดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงได้

 นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า เราไม่อยากให้คนไทยไปมองว่าเรื่องที่เชียงใหม่เป็นการไปเอาชนะระหว่างรัฐบาล กับกลุ่มคนเสื้อแดง ต้องเอาความสงบของประเทศเป็นที่ตั้ง ขณะเดียวกันเราต้องไปดูเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่เมื่อเจอสถานการณ์อย่างนี้เราก็ต้องพยายามดูแลไม่ให้เกิดเหตุปะทะจนเป็น การเงื่อนไขการชุมนุมเพิ่มเติม ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามประณีประนอมมาโดยตลอด จะเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเราหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางไป เพราะกังวลเงื่อนไขที่จะเหตุขัดแย้ง พยายามชี้แจงว่ารัฐบาลเข้ามาทำงานไม่ใช่ไล่ล่าใคร ทุกอย่างเป็นไปตามกฏฎหมาย เป้าหมายหลักคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน แต่ 11 เดือนที่ผ่านมา การชี้แจงด้วยเหตุผลไม่ดีขึ้น หากเราปล่อยไปอย่างนี้ก็จะกลายเป็นว่าใครอยากออกมาทำอะไรตามใจตัวเอง อยากปิดถนนหรือก่อตลาจลก็ทำได้เพียงเพราะไม่พอใจ รัฐบาลจึงต้องส่งสัญญานให้รู้ว่าพร้อมที่จะดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

 นายสาทิตย์ กล่าวยืนยันว่าการที่ ครม.มีมติประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ นั้นเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เพราะ การชุมนุมจะกระทบต่อการท่องเที่ยวและการสัญจรของประชาชนรวมทั้งธุรกิจ การค้า ของประชาชน แต่พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะไม่กระทบต่อประชาชน ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังสามารถชุมนุมได้ แต่กฎหมายนี้จะให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการตรวจตราอาวุธและดูแลเครื่องมืออิเล คทรอนิคส์ต่างๆ ชีวิตทั่วไปของประชาชนยังเป้าปกติ เพียงแต่บางพื้นที่เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดเป็นพิเศษ ซึ่งกฎหมายนี้จะมีผลในเชิงป้องกันประชานยังคงมาร่วมงานเฉลิมพระเกียรติ์ได้ ตามปกติ