ข่าว

ในหลวงในดวงใจ- "ป๊อป"วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ

ในหลวงในดวงใจ- "ป๊อป"วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ

25 พ.ย. 2552

"ตั้งแต่เล็กจนโต ผมได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงงานหนักเพื่อราษฎรอย่างไม่ว่างเว้น

จึงซึมซับภาพความเสียสละและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีแก่ปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้ถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกล ภาพที่พระองค์ท่านพระราชดำเนินด้วยพระบาทบนทางลูกรัง ท่ามกลางแดดร้อนระอุจนพระเสโทไหล มีชาวบ้านเฝ้ารอรับเสด็จตลอดสองข้างทาง ยังประทับอยู่ในใจของผมจนถึงทุกวันนี้

การที่ผมได้มีโอกาสไปศึกษาต่อและใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ทำให้ตระหนักว่า ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเรา เพราะประเทศของเรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ บ้านเมืองอยู่ร่มเย็นเป็นสุขมาจนทุกวันนี้ ก็เพราะพระบารมีของพระองค์ท่าน ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนต่างรู้ซึ้งในข้อนี้ดี จึงถวายความจงรักภักดีจากก้นบึ้งของหัวใจ เห็นได้จากเมื่อครั้งงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมใจใส่เสื้อสีเหลือง มาร่วมถวายพระพรแน่นลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมไปจนจรดถนนราชดำเนิน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ สีหบัญชร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกคนต่างก็เปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้อง เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมซาบซึ้งน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจเป็นครั้งแรกในชีวิต

และตอนนี้ที่ทรงพระประชวร และประทับรักษาพระองค์อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรต่างกังวลและห่วงใยในพระพลานามัยอย่างยิ่ง เมื่อทรงทุเลาและเสด็จฯ ลงจากห้องประทับ ประชาชนจำนวนมากที่มาลงนามถวายพระพร ต่างตื่นตะลึงและเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” หลายคนเห็นพระอาการดีขึ้นก็รู้สึกปีติจนกลั้นน้ำตาไม่ไหว ร่ำไห้ก้มลงกราบ ผมเองก็ได้ดูข่าวทางโทรทัศน์ก็พลอยน้ำตาไหลด้วยความปีติยินดีไปกับเขาด้วย

สำหรับตัวผม ครั้งหนึ่งเคยได้รับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สนองคุณแผ่นดิน จึงตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งผมคิดว่าเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านทางหนึ่ง แม้ปัจจุบันจะไม่ได้ทำงานที่กระทรวงแล้ว แต่ความจงรักภักดีของผมก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงหรือเสื่อมคลายเลย ผมเชื่อว่าไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ในฐานะอะไร แต่เราก็ยังเป็น “คนไทย” ขอเพียงเป็นคนดี ตั้งใจทำความดีและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด ก็เป็นการสนองคุณประเทศชาติและพระองค์ท่านทางหนึ่งเหมือนกัน

นอกจากนี้ ครอบครัวของผมเคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งหนึ่ง พระองค์มีพระราชดำรัสกับคุณปู่ (เอกชัย) และคุณพ่อ (วิบูลย์) ด้วย ยังความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวของผมอย่างหาที่สุดมิได้ นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นครั้งใดก็ยังรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาล"