ข่าว

ปริศนา“ศิวรักษ์”

ปริศนา“ศิวรักษ์”

25 พ.ย. 2552

จนถึงวันนี้เรื่องราวของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ในห้วงระยะเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เยือนกัมพูชา ก็ยังถูกตีความกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่านายศิวรักษ์เป็นเพียงหมากเกมหนึ่ง ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

 ใช้เดินเพื่อเล่นบทบาทอัศวินขี่ม้าขาว ร่วมกับพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ บ้างก็เชื่อว่า นายศิวรักษ์ถูกจับกุม เพราะรัฐบาลกัมพูชาจับได้ว่า เปิดเผยข้อมูลตารางการบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้แก่เจ้าหน้าที่ทูตไทย อย่างไรก็ตามการสูญเสียอิสรภาพของนายศิวรักษ์ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา ก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยและควรส่งกำลังใจให้นายศิวรักษ์ หลุดพ้นจากพันธนาการโดยเร็ว

 ภายใต้อำนาจและวิธีพิจารณาความของศาลกัมพูชา ซึ่งแตกต่างจากศาลไทย เพราะในขณะที่นายศิวรักษ์ถูกจับกุมไม่ปรากฏว่ามีการสอบสวนอันเป็นกระบวนการพิจารณาขั้นต้น หากแต่เหมือนเป็นการรวบรัดตัดตอนและตั้งข้อหาร้ายแรงแก่เขาทันที น่ายินดีที่หลังการคุมขังในเรือนจำกัมพูชานานนับสัปดาห์ โอกาสที่นายศิวรักษ์จะได้รับการดูแลด้านคดี ตามหลักการปฏิบัติต่อผู้ต้องหาที่นานาอารยประเทศใช้อยู่ก็เริ่มเห็นแสงสว่าง เมื่อมีการแต่งตั้งทนายกัมพูชามารับผิดชอบคดีของนายศิวรักษ์ และทนายก็เริ่มทำหน้าที่ ด้วยการยื่นขอประกันตัวนายศิวรักษ์ โดยรับรองว่าเขาจะไม่เดินทางออกนอกประเทศจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

 เมื่อวันจันทร์ (23 พ.ย.) นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ เขียนจดหมายเปิดใจครั้งแรก ผ่านนายแก้ว สุภา ทนายความกัมพูชาว่า เขาถูกตั้งข้อหาจารกรรมข่าวสาร คือตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผยและเขาต้องรับรู้โดยหน้าที่อยู่แล้ว แต่เขาไม่อาจรู้ว่าเที่ยวบินนั้นมีใครเป็นผู้โดยสาร นายศิวรักษ์บอกว่าเขาทำงานอยู่ในประเทศกัมพูชามา 8 ปี ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือใส่ใจเรื่องการเมือง และไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่นายแก้ว สุภา ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศว่า นายศิวรักษ์ยอมรับต่อเจ้าหน้าที่ศาลกัมพูชาว่า ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้แก่เจ้าหน้าที่การทูตของไทย เพราะเจ้าหน้าที่รายนั้นถามถึงเรื่องนี้ ในทันทีที่เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลงจอดที่สนามบินทหาร ภายในท่าอากาศยานนานาชาติกัมพูชา

 นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ กับข้อหาจารกรรมข่าวสาร ย่อมไม่ใช่คดีความปกติธรรมดาแน่นอน และหากคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งทำงานในกัมพูชามาแล้วเกือบ 10 ปี ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีบทบาท ให้ความสนใจในเรื่องการเมืองมาก่อน การจับกุมนายศิวรักษ์ จึงเสมือนตีวัวกระทบคราด เพราะผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากความรู้เรื่องตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ย่อมเป็นรัฐบาลไทย ที่กำลังไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาลงโทษตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีนักการเมือง การตัดสินลงโทษนายศิวรักษ์ จึงย่อมหมายถึงการชี้ความผิดในการแทรกแซงกิจการภายในกัมพูชา ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย