
ตชด.-นปพ.ติดเอ็ม16-เอ็มพี 5คุมเข้มร้านทอง !
ใครจะคิดว่าราคาทองคำจะพุ่งทยานขึ้นไปแตะบาทละเกือบ 2 หมื่นบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยมีมา เมื่อทองราคาดีสวนทางกับเศรษฐกิจขาลง
โรงงานขาดทุนทยอยปิดตัว จนคนตกงานพกพาความสิ้นหวังติดตัว ใครจะรู้ว่าวันดีคืนดีคนปากกัดตีนถีบเหล่านี้จะลุกขึ้นมาก่ออาชญากรรมลัก วิ่ง ชิง ปล้น เมื่อไร ด้วยเหตุนี้ร้านทองจึงต้องหามาตรการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองไว้...ให้พ้นมือโจร !?!
นานเกือบ 2 ปีแล้วที่ พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ใช้สงครามจิตวิทยากับเหล่าอาชญากร ด้วยการใช้กำลังตำรวจจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) สวมชุดสนามสีเขียวเข้มติดอาวุธสงครามครบมือ เช่น ปืนเอ็ม 16, ปืนเอ็มพี 5 หรือปืนเอชเค พร้อมปืนพกสั้นประจำกายติดอยู่ในซองข้างเอว เดินตรวจตราในเขตเมืองโคราช 2 ผลัด ผลัดละ 8 นาย รวม 16 นายตลอดเวลาที่ธนาคารร้านทองเปิดให้บริการ
หลายคนอาจจะไม่เคยเห็นพวกเขาเหล่านี้ บางคนเคยเห็นผ่านๆ ตามาบ้าง ทว่าวันนี้วันที่ราคาทองคำถีบตัวขึ้นสูงสุดทุกวันๆ ต่อเนื่องกันมานั้น ชายฉกรรจ์ในชุดสนามสีเขียวเข้มท่าทางขึงขังปรากฏกายให้เห็นถี่ขึ้น โดยเฉพาะตามธนาคารและร้านทองในเมืองโคราชที่มีอยู่กว่า 300 แห่ง ลักษณะการสะพายเฉียงอาวุธ เอาปากกระบอกปืนทิ่มลงพื้น ในด้านยุทธวิธีบ่งบอกว่าพร้อมปฏิบัติการได้ทุกเมื่อ ขณะเดียวกันยามเหตุการณ์ปกติก็เป็นอันเชื่อได้ว่า จะไม่เกิดอุปัทวเหตุปืนลั่นไปถูกชาวบ้านร้านตลาดได้รับบาดเจ็บ
"เราไม่ได้ทำเฉพาะช่วงราคาทองพุ่งสูงเท่านั้น แต่ทำมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมานานกว่า 2 ปีแล้ว ตอนนี้ก็เพียงกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ให้คนร้ายเห็นว่าตำรวจมีอาวุธหนักนะ ถ้าก่อเหตุแล้วเผชิญหน้ากันอาจจะถูกตอบโต้ได้ ที่ผ่านมาเลยไม่มีเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่เลย" พล.ต.ต.ฉัตรกนก บอกถึงสงครามจิตวิทยา ซึ่งใช้ได้ผลเป็นอย่างดี
ร้านทองในเมืองใหญ่อย่างโคราชพากันอุ่นใจที่มี นปพ.คอยเดินสวนสนามตรวจตราคอยระแวดระวังภัยให้ แต่สำหรับเมืองชายแดนอย่าง อ.เมือง จ.หนองคาย ซึ่งเคยตื่นตระหนกกับเหตุการณ์คนร้ายบุกปล้นร้านทองศรีกาญจนาแล้วยิงเจ้าของร้านเสียชีวิต แล้วกวาดทองคำรูปพรรณไปเป็นจำนวนมาก แม้กล้องวงจรปิดจะบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ แต่ปัจจุบันก็ยังตามจับกุมตัวไม่ได้ สุดท้ายพวกเขาจึงรวมตัวกันคิดหาวิธีป้องกันเหตุอย่างเท่าทันโจร
ตัวเมืองหนองคายเป็นเมืองชายแดนเล็กๆ มีร้านทองอยู่ไม่ถึง 10 แห่ง ได้ติดต่อไปยังกองร้อย ตชด.245 หนองคาย ขอกำลัง ตชด.มาช่วยดูแลร้านทองเท่าที่มีอยู่ เนื่องจากเมืองชายแดนโอกาสที่คนร้ายจะลงมือก่อเหตุด้วยความรุนแรงมีสูง หลังก่อเหตุก็จะหลบหนีข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องการความอุ่นใจมากกว่าตำรวจท้องที่ธรรมดา
ชุดสนามที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสีเขียวเข้ม บัดนี้ซีดจางบ่งถึงความจัดเจนและผ่านงานมาโชกโชนของตำรวจ ตชด.ชุดนี้ ในบ่าสะพายปืนเอ็มเอ็มข้างเอวและต้นขามีซองปืนสั้นอาวุธประจำกายบรรจุกระสุนเตรียมพร้อมด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ในมืออีกข้างถือวิทยุสื่อสารตัวเขื่องที่ใช้ในภาคสนาม เดินตรวจตราอยู่ในเขตเมือง และหยุดประจำจุดอยู่หน้าร้านทอง ก่อนจะเคลื่อนย้ายต่อไปยังจุดต่อไป หากใครจะคิดร้ายก็ต้องชั่งใจให้มาก
"วชิร องค์วิเศษ" เจ้าของร้านทองเฮียกวง วัย 42 ปี บอกกับ "คม ชัด ลึก" ด้วยสีหน้าจริงจังว่าถ้าตำรวจยังไม่มาก็จะไม่เปิดร้าน !?!
ตชด.มาเมื่อไรเฮียกวงกับเพื่อนๆ ร้านทองก็จะเปิดร้านเมื่อนั้น เขาขยายความว่า ลำพังลูกกรงสเตนเลสหน้าตู้โชว์ทองคำกับกล้องวงจรปิดในร้านไม่พอป้องกันมิจฉาชีพ และในเมื่อธุรกิจนี้ไม่สามารถเลือกลูกค้าได้ การจะปฏิเสธลูกค้าที่ไม่น่าไว้ใจก็ทำไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น การมี ตชด.ประจำอยู่ในร้านช่วยให้เบาใจขึ้นเยอะ
"ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันจริงๆ คนร้ายต่อสู้ตำรวจในร้าน เรายังหนีไปหลังร้านได้ กดสัญญาณเตือนภัยแล้วโทรแจ้งตำรวจอีกทีก็ได้" เฮียกวง บอกถึงความสบายใจเมื่อมีตำรวจถือปืนเอ็ม 16 อยู่ใกล้ๆ
จากหัวเมืองใหญ่ภาคอีสานไปถึงสุดตะเข็บชายแดนไทย-ลาว คราวนี้หวนกลับมาที่กรุงเทพฯ บ้าง "สุมาลี เงินเจริญผดุง" เจ้าของห้างทองเทพนิมิต วัย 59 ปี ย่านอ่อนนุช ใช้ความได้เปรียบของที่ตั้งร้านเป็นปราการป้องกันคนร้ายปล้นทอง เธอให้ญาติพี่น้องหรือคนรู้จักมานั่งขายของที่หน้าร้านทอง นอกจากข้าวของที่วางเกะกะทางเดินจะทำให้คนร้ายเข้าออกลำบากแล้ว พ่อค้าแม่ขายยังคอยช่วยสอดส่องดูคนต้องสงสัยได้ด้วย ถ้าเห็นท่าไม่ดีสุมาลีบอกว่า โจรอาจจะโดนปังตอสกัดกั้นตั้งแต่ด่านแรก !?!
"เราจะรอตำรวจอย่างเดียวคงไม่ทันการณ์ ต้องพึ่งตัวเราเองก่อนด้วย" สุมาลี กล่าว
อย่างไรก็ดี เพื่อความไม่ประมาทภายในห้างทองเทพนิมิตยังติดตั้งกล้องวงจรปิด ตู้สัญญาณเตือนภัย กับปืนอีก 3 กระบอกวางไว้ในจุดที่หยิบจับได้ง่าย เมื่อป้องกันไว้มากขนาดนี้แล้วสุมาลีเลยไม่ค่อยกังวลใจเรื่องโจรปล้นทองเท่าไรนัก ตรงกันข้ามสิ่งที่สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจกลับเป็นเรื่องคนที่เคยจำนำทองไว้เป็นปีๆ มาบัดนี้เริ่มทยอยกลับมาเอาคืนในช่วงที่ราคาพุ่งสูงขึ้นเสียนี่
ขณะที่ "มานพ โฆษวณิชกิจ" เสี่ยหนุ่มเจ้าของร้านทองเยาวราชสุวินทวงศ์ แม้ที่ตั้งจะหมิ่นเหม่เนื่องจากอยู่ริมถนนสุวินทวงศ์ใน ต.คลองอุดมชลจร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา แหล่งชุมชนเล็กๆ ที่กระจุกตัวอยู่ริมทาง ปลายถนนด้านหนึ่งสามารถไปมีนบุรีและอีกด้านสามารถออกแปดริ้วได้ง่าย แถมระหว่างทางยังมีตรอกซอกซอยอีกมากมาย ทว่าที่นี่ไม่ค่อยเกิดอาชญากรรมร้ายแรง เขาจึงไม่กังวลใจเท่าใดนัก เพียงแค่ติดตั้งลูกกรงเหล็กหน้าเคาน์เตอร์ มีช่องสำหรับติดต่อซื้อขายระหว่างลูกค้ากับพนักงาน ส่วนการจะจู่โจมเข้าไปกวาดทอง...เป็นไปได้ยากยิ่ง
แม้จะไม่ต้องเผชิญหน้ากับโจร ทว่าในภาวะเช่นนี้มานพกลับต้องเผชิญกับแก๊งปลอมทองแทน โดยแทบทุกเดือนจะมีคนนำทองปลอมมาขายให้เสี่ยหนุ่ม เป็นสร้อยทองหนัก 1 บาทบ้าง 2 บาทบ้าง แต่มาระยะหลังที่ทองคำแพงเริ่มมีบ่อยขึ้นตกเดือนละ 2-3 ครั้ง
"สันนิษฐานว่าคงเป็นช่างทองตกงาน ไปปลอมสร้อยทองมาขาย เน้นเส้นละบาทสองบาท เพราะถ้าหนักกว่านั้นร้านทองจะตรวจสอบละเอียด แต่ส่วนใหญ่จะตรวจพบครับ" มานพ กล่าว
ทั้งนี้ จากการสุ่มสำรวจร้านทองอีกจำนวนหนึ่งพบว่า มีมาตรการป้องกันคล้ายๆ กัน คือ ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันขโมยพื้นฐาน เช่น กล้องวงจรปิด สัญญาณกันขโมย ประตูล็อกอัตโนมัติ และการเตรียมปืนเอาไว้ป้องกันตัวเองและทรัพย์สิน ตลอดจนว่าจ้างตำรวจมาคอยดูแลความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง



