ข่าว

จากเมียสุวัจน์ถึงสมัคร..จันทน์กะพ้อร่วงพรู...

จากเมียสุวัจน์ถึงสมัคร..จันทน์กะพ้อร่วงพรู...

25 พ.ย. 2552

ดอกจันทน์กะพ้อ ร่วงพรู เจ้ามิใช่ร่วงสู่แผ่นดินแห่งไหน โดยง่าย ยามลมพากลีบกระจาย ร่วงปลิว พร่างพริ้วพราย ไม่มีที่หมายใด ดูราวฝูงผึ้งแตกรัง...

 ครั้งแรกที่ดิฉันได้พบท่านเป็นปี 2535 ในงานฉลองการปล่อยเรืออะไรสักอย่าง เป็นงานที่จัดที่ฮอลล์ในโรงแรม บนเวทีมีหัวเรือจำลองและในพิธี ต้องมีการปล่อยเรือโดยให้สุภาพสตรีเป็นผู้ฟาดขวดแชมเปญที่หัวเรือให้แตกฟองกระจาย ดิฉันต้องเป็นคนไปทำหน้าที่ที่ว่านี้แหละค่ะ

 ขณะนั้นเป็นหลังจากที่มีปฏิวัติเมื่อปี 2534 ไม่นานนัก ในรัฐบาลของท่านอานันท์ ปันยารชุน มีท่านสมัคร ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงคมนาคม คุณสุวัจน์ สามีดิฉันมีตำแหน่งเป็น รมช. และดูแลการท่าเรือ ทั้งที่เดิมสามีดิฉัน ซึ่งเพิ่งเป็น รมช.ครั้งแรก ได้ดูแลเฉพาะการคมนาคมทางน้ำ ซึ่งมีหน่วยงานเล็กๆ เช่น กรมเจ้าท่า กรมการส่งเสริมพาณิชย์นาวีเท่านั้น

 แต่พอท่านสมัครมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ท่านก็มอบให้ดูแลการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหน่วยงานใหญ่หน่วยหนึ่งโดยที่เราไม่เคยได้พบท่าน และไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อนเลย และเรามาทราบทีหลังว่า ท่านได้ตอบคำถามน้องๆ นักข่าวที่สงสัยว่า ทำไมจึงให้สุวัจน์ดูแลหน่วยงานใหญ่ๆ เช่นนี้ ท่านตอบว่า...คนนี้เขาเป็นคนเก่ง เชื่อผมสิ

 คำตอบนี้ของท่าน ไม่ว่าจะเนื่องมาจากอะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ทำให้ครอบครัวของเราภูมิใจ และรู้สึกว่าท่านให้เกียรติเรามาก

 กลับมาที่งานเลี้ยงนะคะ ดิฉันนั่งติดกับ รมต.คมนาคม ผู้ที่ดิฉันไม่เคยคุ้นเคยมาก่อนเลย แอบสังเกตเห็นท่าน นั่งสบาย ฟังเพลงดูผ่อนคลาย ฮัมเพลง เคาะนิ้วตามจังหวะเพลงไปตลอดด้วย เป็นประเภทเพลงสากลเก่าๆ เกี่ยวกับบรรยากาศทะเลๆ นี่แหละค่ะ ดิฉันก็มองว่าท่านดูสุนทรีย์เหมือนกันนะ ทำให้เรารู้สึกเป็นกันเองกับท่านมากขึ้น แม้ว่าแทบไม่ได้คุยกันเลยค่ะ

 จนกระทั่งเมื่อถึงบทของดิฉัน ที่จะแปลงตัวเป็นแม่ย่านางเรือ เคาะขวดแชมเปญให้แตกเป็นฟอง เพื่อเฉลิมฉลองเรือใหม่ แต่โอ้อนิจจา ให้คนที่กลัวลูกโป่งแตกใส่หน้าอย่างดิฉัน ต้องมาเคาะขวดแก้วให้แตกแถมระเบิดดังอีกด้วย...ก็อย่างนี้แหละค่ะ ขวดไม่ยอมแตก ฉันหลับตาปี๋ ฟาดขวดไปที่เรือ ฟาดแล้วฟาดอีก ฟาดอยู่นั่น จนเพลงที่คอยบรรเลงเวลาขวดแตกก็ ...แต้นแต๋นนน บรรเลงเก้อไปหลายรอบแล้วก็ตาม ขวดก็หายอมแตกไม่

 ในที่สุดฉันก็เลยสวมลูกฮึด นึกว่าฟาดอย่างอื่น (ฮา) ขวดแตกจนได้ เหงื่อฉันแตกเต็มตัวเลยค่ะเมื่อมาถึงที่โต๊ะ พลางยกมือไหว้ขอโทษท่านประธานสมัครด้วย ที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องคอย (ลุ้น) งานเหมือนไม่ราบรื่น ท่านยิ้มแย้ม ให้กำลังใจ พลางไปโทษว่าขวดควรจะทำรอยไว้ให้จึงจะถูกต้อง

 ท่านน่ารักไหมคะ...

 ต่อมาเมื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไปหลายชุด ตามวงเวียนการเมืองไทย เมื่อฉันเองก็ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ที่ฉันได้โอกาสลงต้นไม้ที่สวนตามใจตัวเองเป็นหลัก ที่ขาดไม่ได้ก็คือต้นจันทน์กะพ้อ เพราะฝังใจในเพลงของคุณมัณฑณา โมรากุล ที่ฉันได้ฟังมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยโน้นมีน้าซึ่งกำลังอยู่ในวัยสาวรักเสียงเพลง รักธรรมชาติ เป็นคนร้องเพลงกล่อมให้ฟังก่อนเอาหลานรักนอน และเมื่อโตขึ้นฉันยังมีโอกาสได้อ่านนวนิยายเรื่องแผ่นดินของเรา ที่มีเรื่องราวของดอกจันทน์กะพ้ออยู่ด้วย เพลงนี้เลยกลายเป็นเพลงคลาสิกสำหรับฉัน ดังนั้นโอกาสที่จะปลูกต้นจันทน์กะพ้อที่บ้านใหม่ในฝันย่อมพลาดไม่ได้

 คุณสุวัจน์เคยมีโอกาสได้คุยกับท่านสมัคร ทราบว่า ท่านก็อยากได้ต้นไม้ชนิดนี้มากเช่นกัน ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะท่านก็เป็นแฟนเพลงสุนทราภรณ์ คงประทับในเพลง ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรู...เช่นเดียวกัน คุณสุวัจน์จึงได้พยายามหามาให้ท่าน และนำไปปลูกให้ที่บ้าน เรามาทราบภายหลังจากคนใกล้ชิดท่านว่า ท่านปลื้มใจมากถึงกับสร้างบรรยากาศไทยๆ นุ่งผ้าขาวม้า พลางเลี้ยงต้นไม้ด้วยเสียงเพลง...ฮัมเพลง ดอกจันทน์กะพ้อ ถือฝักบัวมารดน้ำเองด้วย

 ผ่านมาอีกหลายสิบปี ฉันไม่มีโอกาสได้พบท่านเลย มาได้ข่าวอีกครั้งก็เมื่อหลังการปฏิวัติปี 2549 ท่านมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ก่อนการเลือกตั้งใหญ่เพียงสองสามวัน ท่านโทรมาหาคุณสุวัจน์ เราแปลกประหลาดใจกันมากที่ได้พูดคุยกับท่าน หลังจากไม่ติดต่อกันนานเกือบสิบปี

 คำแรกที่ท่านทักทายคุณสุวัจน์คือ “ต้นจันทน์กะพ้อ ที่บ้านคุณเป็นอย่างไรบ้าง ที่บ้านผมมันไม่รักดี ตายไปเสียแล้ว” แล้วก็คุยเรื่องเกี่ยวกับจันทน์กะพ้อและจันทน์กะพ้อต่อไปอีกนาน มีการคุยปรึกษาหารือเรื่องการเมืองกันเพียงนิดเดียวจริงๆ

 ต่อมาเมื่อตัวดิฉันเองต้องมาเป็น รมต.พลังงาน ในรัฐบาลของท่านสมัคร เดิมฉันแค่มีความอุ่นใจเล็กๆ ว่า ฉันกำลังจะไปทำงานเพื่อชาติ ร่วมกับคนที่คอเดียวกันกับฉัน อย่างน้อยก็หนึ่งเรื่องคือเรื่องรักต้นไม้ รักสัตว์ (แม้ว่าท่านรักแมว และฉันจะรักหมาและแมวก็ตาม)

 ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วท่านได้ให้อะไรๆ ในฐานะเป็นคุณครูคนหนึ่งของการทำงานเป็น รมต.กับฉันอย่างมากมาย

 เมื่อเวลาที่ท่านนั่งที่หัวโต๊ะ ที่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี ฉันนั่งทางด้านขวามือของท่านตรงปลายๆ แถว แต่ก็เป็นจุดที่เห็นหน้าท่านชัดเจน ได้ยินท่านได้ถนัด เห็นการเตรียมศึกษาวาระการประชุมล่วงหน้ามาอย่างดีของท่าน เห็นการที่ท่านช่วย ครม.ซักถามข้อมูลเพื่อให้เกิดความกระจ่างก่อนตัดสินใจ เห็นท่านรับฟัง รมต.อื่นๆ แต่ก็พร้อมและกล้าที่จะตัดสินใจ..."ผมรับผิดชอบเอง" ความมั่นใจในตัวเอง ความกล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำ เรียบง่าย รักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ใส่ใจงานที่รับผิดชอบอย่างยิ่งยวด ให้กำลังใจกับผู้ร่วมงาน และมีอารมณ์ขัน ฯลฯ

 สิ่งเหล่านี้นำความศรัทธาและความอบอุ่นให้ดิฉันในการที่ได้มีโอกาสทำงานกับท่าน และชื่นชมในอีกมุมหนึ่งของตัวท่าน ที่เรียบง่าย ละเอียดอ่อนโยน...

 ท่านเคยผ่านแวะมาเยี่ยมที่บ้าน มารถคันเดียวไม่มีคนนำคนตามมากมาย โทรบอกล่วงหน้านิดเดียว มาถึงท่านก็ขอไปเดินดูสวน และแน่นอนค่ะ ดูต้นจันทน์กะพ้อ พลางบอกว่า ถ้าออกดอกเมื่อไหร่ อย่าลืมบอกด้วยนะ ท่านจะพาคุณหญิงฯ มาดูด้วย เรารับคำสัญญา จะจัดโต๊ะใต้ต้นจันทน์กะพ้อ ชวนท่านจิบน้ำชา ให้ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรู เหมือนนั่งอยู่ใต้น้ำตกเลยทีเดียว

 เพียงแต่เมื่อถึงเวลาที่ดอกจันทน์กะพ้อที่บ้านฉัน บานเต็มต้น ท่านไม่มีโอกาสได้มาชมเสียแล้ว

 ท่านกำลังป่วยอยู่ ฉันบรรจงตัดดอกจันทน์กะพ้อใส่แจกันแก้วใส หวังว่าดอกคงยังหอมและไม่ร่วงหล่น เมื่อฝากไปเรียนเยี่ยมให้ถึงมือท่านที่บ้าน

 ครั้งสุดท้าย เมื่อเราได้ขอโอกาสรบกวนเข้าเยี่ยมท่าน ท่านยังมีสีหน้าแจ่มใส ถามสารทุกข์สุกดิบของเรา เมื่อฉันกราบเรียนไปว่ากำลังเขียนหนังสืออยู่ ท่านบอกว่าอย่าลืมเขียนเรื่องดอกจันทน์กะพ้อด้วยนะ

 อย่างนี้ใครเลยจะกลั้นน้ำตาไว้ได้ล่ะคะ

 ถึงเวลานี้ ดิฉันไม่ห่วงแล้ว เพราะแน่ใจว่า ท่านคงได้ดอมดม กลิ่นดอกจันทน์กะพ้อในสัมปรายภพ จนหอมฟุ้งไปแล้วนะคะท่าน

 ด้วยความเคารพยิ่งและระลึกถึง

 พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ