
"แดงกลับใจ"
ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีมติอนุมัติประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักรทั่วกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-14 ธันวาคม หลังประเมินสถานการณ์พบว่า "กลุ่มคนเสื้อแดง" จะมีการดาวกระจายสร้างความวุ่นวายทั่วพื้นที่ กทม.
ถือเป็นมาตรการ "ป้องกัน" ก่อนการเกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีการจัดงานพระราชพิธี และรัฐพิธี รวมทั้งจะมีการจัดงานวันเฉลิมพระชนพรรษา 5 ธันวา รัฐบาลจึงประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย
ส่วนที่ "เสื้อแดง" ประกาศ "วางบิล" ล่วงหน้าโดยบอกว่าจะมีเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ "หลักล้าน" เพื่อปิดเกมรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประเมินแล้วคงเป็นเพียงราคาคุย
หากวิเคราะห์เจาะลึกจะเห็นว่าการประกาศจำนวนคนที่จะมาชุมนุมล่วงหน้า เพื่อต้องการ "วางบิล" ไปถึงคนไกล และสื่อไปถึงปัจจัยที่ต้องใช้ในการ "ล้มรัฐบาล" ครั้งนี้ต้องมากกว่าทุกครั้ง
เมื่อตรวจสอบยอด "คนเสื้อแดง" ในภาคอีสานที่จะชุมนุมในครั้งนี้ขนาด "แกนนำ" บางคนยังบอกว่า 1-2 แสนคนก็ถือว่าเก่งแล้ว
เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวอีสานขณะนี้เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นจาก "นโยบายของรัฐบาลอภิสิทธิ์"
และมีหลายโครงการเห็นผลในทางปฏิบัติ เช่น การให้เงินค่าตอบแทน อสม., เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, เพิ่มค่าตอบแทนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน, โครงการเรียนฟรี, เพิ่มค่าตอบแทนข้าราชการบำนาญ, โครงการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร,การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะชุมนุมในช่วงเวลาใกล้การจัดงานพระราชพิธี เพราะเห็นว่าการชุมนุมของ "คนเสื้อแดง" ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ เป้าประสงค์หลักไม่ใช่เพียงแค่ล้มรัฐบาลเท่านั้น
แต่ต้องการนำ "ทักษิณ ชินวัตร" กลับประเทศ ทำเพื่อ "ทักษิณ" เดียว
ขณะที่ "ทักษิณ" ก็พยายามทุกวิถีทางที่จะดิ้นรนกลับประเทศ ทวงคืนทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านบาทที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองกำลังพิจารณากลับคืน เนื่องจากศาลฎีกาฯ ใกล้สรุปสำนวนในเดือนธันวาคมนี้ และคาดว่าจะพิพากษาคดีต้นปี 2553
ส่วนการระดมคนจากพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งตามโรงงาน ก็ถูกบล็อกไว้หมดแล้ว โดย "ฝ่ายปกครอง" กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ว่าราชการจังหวัด
สำหรับ "โรงงาน" ก็มีการขึ้นบัญชีดำโรงงานที่นำคนงานไปร่วมชุมนุม
ไม่รวม "ตำรวจ-ทหาร" ขณะนี้ได้มีการทำบัญชีโยกย้ายเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะวางคนของตนเองไว้กำกับดูแล
ดังนั้นการที่ "จตุพร พรหมพันธุ์" แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศจะนำคนมาชุมนุมในกรุงเทพหลักล้านคงเป็นเรื่องยาก
เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายเรื่องโดยเฉแพาะเรื่อง "ช่วงเวลาชุมนุมไม่เหมาะสม"
เวลานี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะ "ข้าว" ทำให้หาคนมาร่วมชุมนุมยาก
ประกอบกับ "นโยบายประกันราคาข้าว" ทำให้เกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวพืชผล เพราะนโยบายรัฐบาลในเรื่องนี้เริ่มผลทางปฏิบัติแล้ว โดยเห็นภาพจากชาวนาที่จ.พิษณุโลกที่ไปทำสัญญาประกันรายได้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มารับเงินส่วนต่างจากสินค้าเกษตรในโครงการประกันรายได้เกษตรกรเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ผ่านทางรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์"
และได้เห็นภาพเกษตรกรโชว์เงินที่ได้รับเงินจากนโยบายดังกล่าว พร้อมกันทั่วประเทศที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11
ซึ่ง "โครงการประกันรายได้เกษตรกร" ต่างจาก "โครงการเงินล้าน" กู้มาแล้วต้องใช้หนี้!
ยังไม่รวมถึง "โครงการไทยเข้มแข็ง" ที่เม็ดเงินกำลังทยอยลงมาในพื้นที่ต่างๆ อีกมากมายหลายโครงการ เช่น โครงการถนนปลอดฝุ่น
ดังนั้นต้องถือว่า "รัฐบาลอภิสิทธิ์" ขณะนี้เริ่มตั้งหลักและปิดจุดอ่อนของรัฐบาลได้แล้ว
จะเห็นว่ากระแส "คนเสื้อแดง" ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานเริ่มลดความรุนแรงลง เนื่องจากโครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่ทยอยลงไปในพื้นที่บวกกับการประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนที่ติดตามข่าวสารเริ่มมีความเข้าใจเรื่องราวต่างๆ มากขึ้น
ดังนั้นจากนโนบายต่างๆ ของรัฐบาล รวมทั้งการโยกย้ายข้าราชการ ถือว่าเข้าล็อกตามที่รัฐบาลได้วางไว้
คงพอเป็นเหตุผลที่จะทำให้ "คนเสื้อแดง" ในวันที่ 28 พฤศจิกายน มีจำนวนน้อยกว่าที่คาดไว้
และในทางกลับกันจากผลการตอบรับโครงการของรัฐบาลอาจทำให้ "คนเสื้อแดง" เปลี่ยนใจหันมาสนับสนุน "รัฐบาลอภิสิทธิ์" ให้อยู่นานขึ้น เพื่อปกป้องนโยบายเหล่านี้ให้อยู่ไปนานๆ ก็ได้ใครจะรู้!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



