
ไฟเขียวมาตรการหนุนเร่งขายบ้านเอื้อฯ
ครม.อนุมัติมาตรการหนุน กคช. เร่งขายบ้านเอื้ออาทร ยอมให้ขายยกโครงการให้แก่รัฐและเอกชน วางเงื่อนไขราคาต้องไม่ต่ำกว่า 3.9 แสนบาทต่อหน่วย เปิดทางปรับราคาขายได้ตามทำเล ผ่อนผันลูกหนี้ที่ผ่อนไม่ไหวให้เช่าแทน
นายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ดำเนินการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรให้แล้วเสร็จ ครบจำนวน 281,566 หน่วย และเห็นชอบมาตรการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทร ได้แก่ มาตรการด้านการตลาด มาตรการด้านราคา ผ่อนปรนเงื่อนไขด้านกฎระเบียบ รวมทั้งมาตรการเพิ่มเติมอื่นๆ
สำหรับมาตรการด้านการตลาด คือ 1.เห็นชอบให้ กคช. เสนอขายโครงการในลักษณะยกอาคาร หรือขายทั้งโครงการให้แก่หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ แต่มีเงื่อนไขให้หน่วยงานนั้นๆ ต้องดูแลจัดสรรให้แก่ข้าราชการหรือพนักงานในสังกัดที่มีรายได้น้อย และ 2.เห็นชอบให้ กคช.ขายโครงการในลักษณะยกอาคาร หรือขายทั้งโครงการให้แก่ภาคเอกชน โดยให้ กคช.จ้างบริษัทประเมินราคาตลาดอย่างน้อย 2 บริษัท เพื่อกำหนดราคาขาย ทั้งนี้ ราคาขายต้องไม่ต่ำกว่าที่ขายให้แก่ประชาชนทั่วไป หรือ 3.9 แสนบาทต่อหน่วย
ส่วนมาตรการด้านราคา คือ ให้ กคช.สามารถปรับราคาขายโครงการบ้านเอื้ออาทร ตามทำเลและศักยภาพของโครงการ รวมถึงการปรับราคาขายที่มีความแตกต่างกันภายในโครงการเดียวกันให้เหมาะสมกับโอกาสทางการตลาด ซึ่งในการกำหนดนโยบายราคาดังกล่าว กคช.ควรคำนึงถึงปัจจัยเงินอุดหนุนของรัฐบาล โอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของผู้มี รายได้น้อย ต้นทุนการดูแลรักษาระหว่างรอการขายและฐานะทางการเงินสุทธิของโครงการ
นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้ กคช.พิจารณาการผ่อนผัน ผ่อนปรน ในกรณีผู้มีรายได้น้อย มีปัญหาในการผ่อนชำระหรือค้างชำระโดยอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบจากซื้อเป็นการเช่า หรือจัดทำสัญญาในรูปแบบอื่น เพื่อช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านในกรณีที่ไม่ผ่านการพิจารณาจากสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึงภาระหนี้สินของ กคช.ในการดำเนินการโครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งผู้แทน กคช.ชี้แจงว่าโครงการนี้ทำให้เกิดภาระหนี้สินกว่า 6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเพื่อไม่ให้ กคช.ต้องขาดทุนไปมากกว่านี้ จึงเสนอเรื่องให้ที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบมาตรการสนับสนุนให้การขายบ้านเอื้ออาทรเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ในที่ประชุม ครม.ได้มีการเสนอว่า หากไม่สามารถขายบ้านเอื้ออาทรได้ในราคา 3.9 แสนบาทต่อหน่วยได้ มีรัฐมนตรีบางคนเสนอว่าควรลดราคาลงมาได้หรือไม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ค่อนข้างจะไม่เห็นด้วย และระบุว่าหากขายในราคาที่ต่ำกว่าทุน คือ 3.9 แสนบาท จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนนำบ้านเอื้ออาทรไปขายเอากำไรได้มากขึ้นหรือไม่ และจะตอบคำถามประชาชนให้กระจ่างอย่างไร



