ข่าว

รายงาน-เปิดหน้าไพ่สู้ “ทักษิณ”

รายงาน-เปิดหน้าไพ่สู้ “ทักษิณ”

05 มี.ค. 2552

ต้องยอมรับว่านาทีนี้ เกมการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก เปิดหน้าไพ่ออกมาสู้กันแบบจะจะ เพราะหลังจากรัฐบาลวางแผนรวบตัว

"ทักษิณ" บนเวทีปาฐกถาที่ฮ่องกงล้มเหลว เนื่องจาก "นายใหญ่" ไหวตัวทัน
 "ทักษิณ" ก็ได้เตรียมแผนการใช้ "วิดีโอลิงก์" ยิงตรงไปยังสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ
 ไล่หลังไม่นาน "ทักษิณ" ได้ยกระดับการต่อสู้ ด้วยการโฟนอินพูดกับมวลชนรากหญ้าโดยตรง ตามงานวัดในหมู่บ้านบวกกับเกาะขอบเวทีปราศรัยของมวลชนเสื้อแดง
 แม้ว่าแกนนำรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลความมั่นคง ออกมาประสานเสียงไม่ให้ความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของ "ทักษิณ"
 ด้วยการวางแผนงัดเกมแย่งชิงมวลชนรากหญ้าขึ้นมาต่อสู้กับ "ทักษิณ" และมวลชนเสื้อแดง เพราะนี่คือเป้าหมายสำคัญที่ต้องการให้ประชาชน "ลืมทักษิณ" ในระยะเวลาอันใกล้
 แต่ดูเหมือนว่า "ทักษิณ" จะรู้ทันเกมของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่ออกโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ซื้อใจประชาชนโดยเฉพาะกับรากหญ้าทั่วประเทศ ผ่านนโยบายเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
 นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ "ทักษิณ" ใช้วิธีการโฟนอินตรงไปยังหมู่บ้านต่างๆ
 เพราะนอกจากจะไม่เสียเงิน เสียเวลาในการเกณฑ์ไพร่พลมาฟังการโฟนอินเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมายังทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด
 เมื่อ "ทักษิณ" เปิดเกมรุกทั้งเวทีอินเตอร์ และเวทีงานวัด รัฐบาลประชาธิปัตย์จึงต้องงัดไม้เด็ดออกมาสู้
 แก้เกมกลับด้วยการส่ง "รมต.ขายตรง" นโยบายเร่งด่วนรัฐบาลแบบปูพรมทั้ง 76 จังหวัด
 ผ่านโครงการเดินสายติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลทั่วประเทศ โดยตั้งเป้า ครม.ทั้ง 36 คนจะต้องเดินทางครบทั่วประเทศภายใน 2 สัปดาห์
 โดย "อภิสิทธ์" ลงทุนนำร่องพบประชาชนในวันเสาร์นี้ จ.ลพบุรี ที่สถานีอนามัยดงตาล เพื่อพบปะกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้สูงอายุ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการประกาศนโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพให้แก่ อสม.และผู้สูงอายุ ของพรรคประชาธิปัตย์
 ส่วน ครม.คนอื่น ให้ลงพื้นที่ตามกลุ่มเป้าหมายของพรรค ไม่เว้นแม้กระทั่ง รัฐมนตรีจากพรรคร่วม
 จึงถือได้ว่างาน นี้ "วิน-วิน" ทุกพรรค !!!
 เพราะนอกจากจะลงพื้นที่แล้ว สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ยังได้ประสานให้กรมประชาสัมพันธ์ที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ ติดตามและรายงานข่าวการลงพื้นที่ของรัฐมนตรี เพื่อประโคมข่าวให้ชาวบ้านได้รับทราบโดยทั่วกัน
 งานนี้รัฐบาลจึงมีแต่ได้กับได้ เพราะใช้โอกาสนี้ในการชิงพื้นที่สื่อ และแย่งมวลชนรากหญ้ากลับคืนมา เนื่องจากได้มีโอกาสไปพบปะพูดคุยกับประชาชนแบบถึงที่ ถือเป็นการซื้อใจแบบล้วนๆ โดยเอานโยบายของรัฐบาลไปขายต่อ
 โดยเฉพาะการเพิ่มเบี้ยยังชีพของ "อสม.-ผู้สูงอายุ-กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ถือเป็นแกนนำชุมชนตัวจริง พร้อมทั้งขายนโยบายเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน
 ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกลยุทธ์กล่อมชาวบ้านให้ลืม "ทักษิณ"
 จะว่าไปแล้วการปูพรมลงพื้นที่ของรัฐบาลครั้งนี้ เหมือนกับเป็นการตั้งใจให้ชนกับกลุ่มมวลชนเสื้อแดง ที่ประกาศเดินสายปลุกระดมขับไล่รัฐบาลในห้วงเวลานี้
 แม้ว่ารัฐบาลจะออกมายืนยันว่าไม่ได้เป็นการท้าทาย หรือ ยั่วยุ ให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างรัฐบาล กับ มวลชนเสื้อแดง แต่ในที่ประชุม ครม.ก็ได้กำชับให้ ครม.แต่ละคนดูแลตัวเองให้ดี เพราะรัฐมนตรีหลายคนรับหน้าที่เป็นหน่วยกล้าตายลงพื้นที่ร้อน โดยเฉพาะ ภาคเหนือ-อีสาน
 ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายทหารที่ใกล้ชิดกับ "พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน" อดีตประธาน คมช. ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่
 ขณะที่ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มี "ประพันธ์ คูณมี" แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นที่ปรึกษา ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี
 จึงต้องจับตายิ่งว่าจะเกิดการเผชิญหน้าหรือไม่ เพราะรัฐบาลออกมายืนยันว่า ไม่ได้มีการเตรียมการอะไรเป็นพิเศษในการลงพื้นที่ เพราะมีเจตนาต้องการเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด  
 แต่ถ้ามวลชนเสื้อแดงตามไปขับไล่ ก็ถือว่า "เข้าล็อก"
 เพราะต้องการชี้ให้ประชาชนเห็นความแตกต่างของกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อคนคนเดียวคือ "ทักษิณ" กับรัฐบาลที่เข้ามาแก้ไขวิกฤติของประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้ว
 งานนี้จึงน่าจะได้ทั้ง "คะแนนสงสาร" และ "สร้างกระแสนิยม"
 ขณะเดียวกันยังเป็นการลงพื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ประชาชนเพื่อลดความน่าเชื่อถือข้อมูลที่ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ
 ชิงพื้นที่ลดน้ำหนักของข้อมูลก่อนที่จะระเบิดศึกซักฟอก !!! 
 ที่สำคัญงานนี้เป็นการวัดใจผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดอีกด้วย เพราะหากผลงานไม่เข้าตา มีหวังโดนเชือด เพราะปลายเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูโยกย้ายกันแล้ว
 ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้จึงทำให้รัฐบาลกล้าประกาศลง "พื้นที่เสี่ยง" ทางการเมือง เพราะนี่คือการเดินเกมรุกแบบเต็มสูบ
 อย่างน้อยที่สุดก็เป็นการปูทางหาเสียงล่วงหน้า เผื่อจะมีการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้นี้ 

 บัญชา แข็งขัน