
กทม.จับตากลุ่มแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซด์ป่วนเมือง
กอ.รมน.กทม.จับตากลุ่มแท็กซี่-วินมอไซด์ ป่วนเมือง 30 พ.ย.นี้ สุขุมพันธุ์ วอน แกนนำคำนึงงานพระราชพิธี 5 ธ.ค.
(24พ.ย.) ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กรุงเทพมหานคร(กอ.รมน.กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม กอ.รมน.กทม. ว่า จากที่รัฐบาลประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม 2552 เนื่องจากผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) มีการนัดชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 28 พ.ย. ก่อนจะเคลื่อนไปยังแยกสวนมิสกวัน ในวันที่ 29 พ.ย. และจะดาวกระจายไปยังสถานที่ราชการต่าง ๆ ในช่วง 09.00 น.ของวันที่ 30 พ.ย.
ส่วนของ กอ.รมน.กทม. จึงต้องมีการซักซ้อมความเข้าใจทุกหน่วยงานอีกครั้ง โดยทั่วไปในรายละเอียดต่างๆ ยังคงใช้แผนเดิมเหมือนทุกครั้งที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ฯ โดย กทม.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง อาทิ ให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดเตรียมรถดับเพลิง รถไฟฟ้าส่องสว่าง เครื่องมืออุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่ให้พร้อม รวมถึงให้สำนักการแพทย์และสำนักอนามัย เตรียมพร้อมด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ รถพยาบาล รถศูนย์เอราวัณ ให้พร้อมปฏิบัติงาน ตลอดเวลา อีกทั้งให้สำนักการโยธา เตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ ตลอดจนรถทุกชนิดให้พร้อม คอยดูแลในกรณีมีการกีดขวางการจราจร นอกจากนี้ยังสั่งการให้สำนักสิ่งแวดล้อม จัดเตรียมรถน้ำ รถสุขาเคลื่อนที่ ให้พร้อมหากมีการร้องขอจากกลุ่มผู้ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้เน้นย้ำสถานการณ์ในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งถือเป็นช่วงที่ต้องจับตา และใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีการดาวกระจายในวันดังกล่าว อีกทั้งยังมีเบาะแสว่ากลุ่มแท็กซี่ กลุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง และกลุ่มอดีตทหารพราน จะร่วมออกเดินดาวกระจาย ก่อความวุ่นวาย ที่บริเวณซอยลาดพร้าว 47 ด้วย นอกจากนี้ยังได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ 350 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 7 จุด ได้แก่ แยกยมราช แยกวังแดง แยกลานพระบรมรูปทรงม้า แยกวัดเบญจมบพิตร แยกสะพานมัฆวานรังสรรค์ แยกเทวกรรม และจุดตรวจนางเลิ้ง
“ ในฐานะที่เป็นคนไทย ผมรู้สึกห่วงใยประเทศ จึงอยากให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสันติ และอยากให้แกนนำเสื้อแดงคำนึงถึงงานพระราชพิธีในวันที่ 5 ธ.ค.ด้วย รวมทั้งอยากขอประชาชนที่จะเข้าร่วมใช้สิทธิของตัวเองอย่างถูกต้อง และเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย เพราะขณะนี้ทั่วโลกเริ่มมองไทยเข้าสู่สภาวะปกติแล้วในเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงไม่อยากให้ประเทศแย่ลงไปกว่านี้ ” ผู้ว่าฯกทม. กล่าว



