
ฟังแล้วจุกอกสาวถูกจับขโมยเงิน160บาทซื้อข้าวให้ลูก
ร.ต.ท.จตุรงค์ พรหมบุตร รอง สว.สอบสวน สน.บางซื่อ ได้โพสต์รายละเอียดเหตุการณ์ หลังจากมีสาวรายหนึ่งเข้าไปขโมยเงินกฐินจำนวน 160 บาทในห้างดัง
ร.ต.ท.จตุรงค์ พรหมบุตร รอง สว.สอบสวน สน.บางซื่อ ได้โพสต์รายละเอียดเหตุการณ์เอาไว้ดังนี้
วันนี้เป็นวันที่เข้าเวรตั้งแต่หกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น
มันมีเรื่องมาพีคตอน 20 นาทีสุดท้าย คือ... มี นาง ก. อายุ54ปี ไปลักทรัพย์จำนวน 160 บาท (เงินทำบุญกฐินที่เสียบไม้ซึ่งวางตั้งไว้ในห้างแห่งหนึ่งในท้องที่) บันทึกจับกุมทำแบบจับโดยประชาชนเนื่องจากพนักงานของห้างเป็นผู้ควบคุมขณะเกิดเหตุ สายตรวจของเราไปรับตัวมาเพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
พอมาถึงร้อยเวรจึงสอบถามเนื่องจากเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ในทฤษฎี ทางห้างยืนยันที่จะดำเนินคดีเราจึงต้องทำตามหน้าที่
ก็ได้ใจความว่า.. เงินที่ขโมย160บาท จะเอาไปซื้อข้าวให้ลูก2คน (อายุ12และ13)กิน เนื่องจากเงินที่ได้ในแต่ละวันไม่พอใช้ นาง ก. รับจ้างล้างจานในร้านฟาสฟู้ด ได้ค่าแรงวันละ300 บาท
รายจ่ายที่มีคือค่าเช่าบ้าน 3300 บาท
เงินให้ลูกทั้ง2ไปโรงเรียน ซึ่งการใข้ชีวิตในกรุงเทพ มันยากอยู่นะ
จากนั้นสักพักจึงตามตัวลูกทั้ง2ได้ ซึ่งเที่ยวเล่นกับเพื่อนตามประสาเด็กที่เลิกเรียน ลูกชายวัย13ขวบ มาถึงโรงพักก่อน วิ่งเข้ามาในห้องสอบสวน มาถึงก็ร้องไห้ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าแม่จะโดนจับ
"แม่ทำทำไม แม่สอนผมตลอดว่าต่อให้เราไม่มีกินก็ห้ามขโมยของคนอื่น" แม่ก็ขอโทษลูกๆๆๆ จังหวะนั้นคือร้อยเวร พี่ๆน้องๆพนักงานสอบสวนก็เดินออกจากห้องเลย (ถ้าอยู่ก็ร้องไห้ตรงนั้นอ่ะ)
จริงๆตัวเขาก็คงไม่อยากให้ลูกรู้ แต่ถ้าอยู่ๆแม่ต้องโดนควบคุมตัวลูกก็คงร้อนใจไม่ต่างกัน
สักพักลูกสาววัย 12 ปี ตามมา ก็โวยวายใหญ่เลยว่าเงินแค่160บาท คืนไปแล้วทำไมยังจะจับแม่หนู ตรงนี้มันก็เข้าใจได้นะ เค้ายังเด็ก และเห็นว่าเงินคืนไปแล้ว จะอธิบายตามกฎหมายก็คงไม่เข้าใจ
เด็กทั้ง2 นั่งเฝ้าร้อยเวรสอบปากคำแม่
ไอ่ลูกชายก็ไปซื้อข้าวซื้อน้ำให้แม่ และไปหาผู้ใหญ่ที่พอจะไปธุระที่ศาลได้
ลูกสาวมาถึงก็เดินไปบอกร้านฟาสฟู้ดที่แม่ทำงานเพื่อแจ้งว่าแม่มีธุระต้องไปศาล ขอลางาน1วัน
เด็กกลับมาบอกว่า "ผจก.ร้านไม่เชื่อ"
มันก็ไม่น่าเชื่อนะที่เด็ก12ขวบมาขอลางานให้แม่ เพราะแม่ต้องไปขึ้นศาลอ่ะ
สอบปากคำเสร็จจะนำแม่เข้าห้องควบคุม
พี่ๆ... หนูขอนอนกับแม่(ในห้องขัง)ได้ไหม?
"พี่ไม่อนุญาต" "ถ้าหนูจะนอนพี่ให้หนูนอนตรงเบาะห้องประจำวัน" (มีแอร์, ทีวี)
จากนั้นเราก็ชวนน้องคุย...
น้องก็โตเกินวัยนะ เพราะสภาพสังคมมันทำให้น้องต้องสู้อ้ะ
น้องรู้หมดว่าถ้าที่ทำงานรู้ว่าแม่ต้องไปขึ้นศาล"ในฐานะผู้ต้องหา" แม่คงตกงาน
เราเลยถือโอกาสสอนน้องให้อดทน ตั้งใจเรียน เติมเงินมือถือให้ เพราะน้องโทรออกไม่ได้ "เผื่อมีไรให้โทรติดต่อพี่นะ"
พอน้องเดินกลับไปจึงเห็นในระยะสายตาว่า... แม้แต่รองเท้าน้องก็ยังไม่มีใส่
พอกลับมาถึงที่พัก น้องโทรมา บอกว่า
พี่ๆ หนูกลับไปทำกับข้าวให้แม่ หนูเอามาให้แม่ได้ไหม?
"ได้สิ"
เรื่องนี้มันสะท้อนไปทั้งระบบสังคมเลย
คนทำผิด ผิดจริง ก็ควรว่าไปตามผิด
แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าสภาพสังคมที่บัดซบเฮงซวยและระยะห่างของชนชั้นมันก็มีผลให้คนตัดสินใจก่ออาชญากรรม
หัวโล่ง ว่างเปล่า เรื่องเหี้ยๆในชีวิตเล็กไปเลย
หนูเอ้ยยย... เดี๋ยวพี่ไปเอาเสื้อผ้าของน้องสาวที่โคราชมาให้
ตั้งใจเรียนโตมาละดูแลแม่ให้ดีๆนะ
ป.ล.สามีของนาง ก. พ่อของเด็กเสียชีวิตหลังจากที่น้องผู้หญิงเกิดได้ 8 วัน เนื่องจากอุบัติเหตุทำงานบนที่สูง ทาสีบนอาคารและตกลงมาเสียชีวิต
CR.Jaturong Prombooth



