ข่าว

เร่งผันน้ำเจ้าพระยารับน้ำเหนือหลาก

เร่งผันน้ำเจ้าพระยารับน้ำเหนือหลาก

04 ก.ย. 2562

รับน้ำหลากจากภาคเหนือ1,037 ลบ.ม.ต่อวินาที เร่งผันน้ำเข้าฝั่งซ้าย-ขวา ลุ่มเจ้าพระยา 466ลบ.ม.ต่อวินาที คุมผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 550ลบ.ม.ไม่ท่วมจังหวัดท้ายเขื่อน

 

4 กันยายน 2562 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากปริมาณฝนที่ตกหนักในบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น 

 

โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,037 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม.ต่อวินาที)ซึ่งคุมปริมาณน้ำระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 550 ลบ.ม.ต่อวินาที  และได้วางแผนบริหารจัดการน้ำ โดยใช้ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งฝั่งตะวันออก คลองชัยนาท-ป่าสัก คลองชัยนาท -อยุธยา 

 

ส่วนฝั่งตะวันตก คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง  แม่น้ำสุพรรณ แม่น้ำน้อย รับน้ำเขาไปในอัตรารวมกันประมาณ 466 ลบ.ม.ต่อวินาที และเขื่อนพระรามหก 30 ลบ.ม.ต่อวินาที เข้าคลองระพีพัฒน์ แยกตกและแยกใต้ ตามศักยภาพของคลองที่จะสามารถรับได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมคลอง และพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน ลงสู่อ่าวไทย

 

อย่างไรก็ตาม หากมีแนวโน้มที่จะต้องทำการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ประมาณ 700 ลบ.ม.วินาที กรมชลประทาน จะแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ด้านท้ายของแม่น้ำน้อย บริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำให้รับทราบล่วงหน้า

 

ทั้งนี้ได้ทำแบบจำลองสถานการณ์รับน้ำหลากจากภาคเหนือสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ว่าปริมาณเท่าไหร่ จะท่วมบริเวณไหนบ้าง เมื่อระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา700 ลบ.ม.ต่อวินาที ถึงระดับปริมาณน้ำวิกฤติ 2,840 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยตั้งแต่ระดับ700-2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที น้ำจะเริ่มเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ แนวแม่น้ำน้อย

 

หากระบาย 2,000-2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที เอ่อท่วม วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี วัดไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง ระดับ 2,200-2,400 ลบ.ม.ต่อวินาที ท่วมอ.โพนางดำ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท วัดเสือข้าม อ.อินทร์บุรี อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ระบายมากกว่า 2,400 ลบ.ม.ต่อวินาที ท่วม ต.บ้านท่าทราย อ.สรรพยา ชัยนาท ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง ส่วนปริมาณน้ำระดับวิกฤติ 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ที่อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยูธยา จะกระทบกรุงเทพ และปริมณฑล

 

กรมชลประทาน ขอให้ประชาชนคอยรับฟังข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายทั้งในพื้นที่ชุมชน พื้นที่การเกษตร หากต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือ โทร 1460 สายด่วนกรมชลประทาน

 

ศูนย์ปฏิบัติการณ์น้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ทั่วประเทศ รวม447แห่ง มีปริมาณน้ำในอ่างร่วมกัน 44,281ล้านลบ.ม.หรือ58% เป็นน้ำใช้การได้ 20,378ล้านลบ.ม. หรือ39% สามารถรับน้ำได้อีก 31,788ล้านลบ.ม. ส่วนอ่างขนาดใหญ่ มีน้ำน้อยกว่า30%จำนวน12แห่ง เขื่อนแม่กวง เขื่อนแควน้อย เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแซะ เขื่อนลำนางรอง เขื่อนป่าสัก เขื่อนทับเสลา เขื่อนกระเสียว และเขื่อนคลองสียัด 

 

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีน้ำ30-50% จำนวน11แห่ง มีน้ำ50-80% จำนวน12แห่ง และมากกว่า80% จำนวน1แห่ง ได้แก่เขื่อนศรีนครินทร์ 

 

คาดการณ์ปริมาณฝนตกสูงสุด 5 อันดับ (วันที่ 3ก.ย.)  ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี 187.5มม. ต.เด่นชัย จ.แพร่ 132มม. ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร111มม. ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี 106มม. ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 96มม. สถานการณ์น้ำท่า แม่น้ำยม บ้านบางระกำ อ.บางระกำ จ. พิษณุโลก น้ำมาก แม่น้ำชี บ้านฟ้าหยาด อ.มหาชัย จ.ยโสธร น้ำมาก แม่น้ำป่าสัก ท้ายเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำมาก 

 

ทั้งนี้วันนี้( 4 ก.ย. )คาดการณ์ปริมาณฝน จากกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนตกหนักมาก 35-90 มม.บริเวณพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ลพบุรี สิงห์บุรี นครปฐม นครนายก นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร นครพนม หนองคาย ระนอง พังงา และมากกว่า90มม. บริเวณ จ.พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ เลย กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร 

 

สำหรับสถานการณ์น้ำเข้าเขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ 35 แห่ง จากอิทธิพลพายุโพดุล ตั้งแต่วันที่28ส.ค.-3ก.ย.รวม3,447 ล้านลบ.ม.แบ่งเป็นภาคเหนือ 1,181ล้านลบ.ม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 879ล้านลบ.ม.ภาคกลาง 76ล้านลบ.ม.ภาคตะวันตก 914 ล้านลบ.ม.ภาคตะวันออก65ล้านลบ.ม.ภาคใต้ 329 ล้านลบ.ม. 

 

หากแบ่งเป็นเขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา 4แห่ง เขื่อนภูมิพล 449ล้านลบ.ม.เขื่อนสิริกิติ์ 537ล้านลบ.ม.เขื่อนแควน้อย 107ล้านลบ.ม.เขื่อนป่าสัก75ล้านลบ.ม.รวม1,170ล้านลบ.ม. โดยมีปริมาณน้ำรวม4เขื่อน 10,452ล้านลบ.ม.หรือ42% ใช้การได้3,756ล้านลบ.ม.หรือ21% วันนี้มีปริมาณน้ำไหลงอ่าง222ล้านลบ.ม.ระบาย2.47ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย งดการระบาย เขื่อนภูมิพล ระบาย 1.50ล้านลบ.ม.เขื่อนป่าสัก ระบาย 9.7 แสนลบ.ม. ซึ่ง4เขื่อนยังรับน้ำได้อีก1.4หมื่นล้านลบ.ม.

 

สถานการณ์น้ำยังท่วม 16 จังหวัด ได้แก่ จ.แพร่ เชียงใหม่ พิจิตร พิษณุโลก ลำปาง อุตรดิตถ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม อุดรธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร สกลนคร ส่วนสถานการณ์น้ำกลับสู่ภาวะปกติ 2จังหวัด จ.น่าน และชัยภูมิ  โดยปัจจุบันได้ติดต้ังเครื่องสูบนํ้า เครื่องผลักดันน้ำ เพื่อช่วยเหลือพื้นท่ีประสบภัย และเตรียมรับฝนมาเติมระลอกใหม่ พื้นที่นาข้าว พื้นที่การเกษตร พืชไร่ และชุมชน จํานวน 397 เครื่อง อย่างไรก็ตามพื้นที่ประสบภัยส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จ.ยโสธร

 

พื้นที่การเกษตรประสบภัย 34,290 ไร่ จ.ร้อยเอ็ด ลุ่มน้ำยัง มีพื้นที่ท่วมสองฝั่งของลําน้ำยัง 53,253 ไร่ จ.กาฬสินธุ์ พื้นที่ได้รับผลกระทบน้ําท่วม 93,546 ไร่ พร่องน้ำจากอ่างเก็บนํ้าห้วยสีทนมีน้ำมาก ไหลผ่านทางระบายน้ำล้นฉุกเฉิน(Spillway) จ.มหาสารคาม คันกั้นน้ำที่เป็นถนนขาดมีพื้นที่นํ้าท่วม 206,475 ไร่จ.สกลนคร ฝนตกหนักน้ำในลํานํ้ากํ่า ลําน้ำยาม และลําน้ำสาขา มีระดับนํ้าสูงขึ้น ท่วม อ.อากาศ อํานวย 3,000 ไร่ อ.วานรนิวาส 13,619 ไร่ สําหรับลําน้ำก่ำได้เอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร อ.เมือง อ.โคกศรีสุพรรณ และ อ.โพนนาแก้ว  1,682 ไร่

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-กรมอุตุฯชี้แจงข่าวลือ คลื่นความหนาวและพายุฤดูร้อนเข้าไทย
-ชาวโซเชียลฮาลั่นกรมอุตุฯไลฟ์พายุเอฟเฟกต์การ์ตูน
-อุตุฯ เตือนฉบับ 10 คาจิกิลงทะเลจีนใต้
-อุตุฯเตือนฉบับ 11 พายุคาจิกิ