
ครม.อนุมัติเงินชดเชยชาวราษีไศล795ล้าน
ครม.ยังได้มีมติรับรองมติของคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ เห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทร เพื่อให้การเคหะแห่งชาติขายบ้านที่เหลือได้
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล - น.พ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ครม.ได้อนุมัติให้จ่ายเงินค่าชดเชยให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากฝายโครงการฝายราษีไศล ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และศรีษะเกษ ตามที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาช่วยเหลือฯเสนอ
ครม.มีมติอนุมัติจ่ายเงินชดเชยให้ราษฎรจำนวน 3,608 ราย รวมทั้งสิ้น 24,861 ไร่ ชดเชยในอัตราไร่ละ 32,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 795,560,000 บาท ซึ่ง ครม.เห็นชอบให้คณะกรรมการกำกับดูแลการจ่ายเงิน ซึ่งมีผู้ว่าราชการ จังหวัดเป็นประธานนั้นจ่ายเงินโดยวิธีโอนตรงเข้าบัญชีของผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนจำนวนแปลงที่เหลืออีก 2,993 แปลงนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการ ซึ่งเมื่อดำเนินการทุกขั้นตอนเสร็จแล้วจะได้นำเสนอต่อ ครม.พิจารณาอีกครั้ง
เห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทร
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 24 พ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงภายหลังการประชุม ครม.ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ครม.ได้มีมติรับรองมติของคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ 2 เรื่องคือ 1 .กรณีที่เกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนโครงการประกันรายได้และได้รับการรับรองผ่านประชาคมมาแล้ว แต่ปรากฎว่าต่อมามีปัญหาการใช้สิทธิเนื่องจากบางกลุ่มอยู่ในพื้นที่ที่ขายข้าวก่อน 1 ต.ค. หรือบางกลุ่มมีปัญหาเรื่องเวลาในการทำสัญญา ก็ได้อนุมัติว่ากรณีที่ผ่านประชาคมแล้วจะสามารถใช้สิทธิ์ ได้ทุกราย
และการใช้สิทธิ์นั้นจะต้องทำความเข้าใจว่า การเขียนในสัญญาทำนองว่าจะใช้สิทธิ์ได้เมื่อไหร่และอย่างไรนั้น ครม.เห็นว่ากรณีของข้าวนั้นสามารถใช้สิทธิ์ได้ทันทีที่ทำสัญญา แต่กระบวนการจ่ายเงินนั้นอาจจะต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ หรือ นานที่สุดก็อาจจะ 15 วัน โดยวันที่ที่เขียนไว้ในสัญญานั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา แต่เป็นเพียงการแจ้งเบื้องต้นเพื่อประโยชน์ในการบริหารของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เท่านั้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 2 .ในกรณีของข้าวเบา หรือ ข้าวอายุสั้น ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมโครงการตั้งแต่ต้น ซึ่งหลายพื้นที่มีปัญหาเนื่องจากเกษตรกรไม่ทราบแล้วไปปลูกข้าวอายุสั้นก็จะอนุโลมว่าฤดูกาลนี้อนุญาตให้ร่วมโครงการประกันรายได้ได้ โดยะจไดรับส่วนต่างที่ประกาศในลักษณะของข้าวขาว
เห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาบ้านเอื้ออาทร
นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอมาตรการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทร โดยให้การเคหะแห่งชาติดำเนินการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทรให้แล้วเสร็จตามจำนวน 281,556 หน่วย ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2552 และให้การเคหะแห่งชาติดำเนินมาตรการด้านการตลาด ราคา และมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขด้านกฎระเบียบ คือ
ด้านการตลาดนั้น ให้เสนอขายโครงการในลักษณะยกอาคาร หรือ ขายทั้งโครงการให้กับภาคเอกชนได้ โดยกำหนดราคาขายไม่ต่ำกว่าที่ขายให้ประชาชนทั่วไป หรือ ขายให้หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ส่วนมาตรการด้านราคา ให้การเคหะแห่งชาติสามารถปรับราคาขายตามทำเล และ ศักยภาพของโครงการ รวมถึงให้การเคหะแห่งชาติพิจารณาผ่อนผันในกรณีที่ผู้มีรายได้น้อยมีปัญหาการผ่อนชำระ
และมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขด้านกฎระเบียบนั้น ให้การเคหะแห่งชาติขายโครงการโดยไม่จำกัดหน่วยของผู้ซื้อแต่ละราย และยกเลิกข้อจำกัดการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งแต่เดิมจะโอนกรรมสิทธิ์ได้เมื่อครบ 5 ปีแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์เปลี่ยนหลักเกณฑ์การนับระยะเวลาหนี้ค้างชำระจาก 90 วัน เป็น 3 งวด อย่างไรก็ตามขณะนี้บ้านเอื้ออาทรที่ยังไม่ได้จำหน่ายมีประมาณ 7 หมื่น



