ข่าว

รวมพลังบุรุษหยุดปัญหารุนแรง

รวมพลังบุรุษหยุดปัญหารุนแรง

25 พ.ย. 2552

สถานการณ์ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว นันวันจะเพิ่มจำนวนและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แม้จะยังไม่มีฐานข้อมูลชี้ชัดว่า "ระดับของปัญหาความรุนแรง" ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่ในระดับใดก็ตาม แต่ใช่ว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะ สภาสตรี

 เริ่มต้นที่หนุ่มใหญ่ ศ. (พิเศษ) จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงพื้นฐานเดิมของคนไทยว่ามีศาสนาที่ดี โดยเฉพาะเรื่องความเมตตา แต่เพราะปัจจุบันมีสิ่งเร้าภายนอกหลากชนิดนำไปสู่ปัญหาความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นสุรา ยาเสพติด อบายมุข ปัญหาชู้สาว หรือแม้แต่สื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม หากต้องการจะให้ปัญหาความรุนแรงยุติลงจริงๆ ควรป้องกันการเกิดเหตุมากกว่าการตามแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น การปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า การถูกกระทำความรุนแรงไม่ใช่เรื่องในบ้านหรือเรื่องส่วนตัวที่คนนอกเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของสังคม ใครผิดใครถูกเป็นอีกเรื่อง แต่ปัญหาความรุนแรงต้องได้รับความช่วยเหลือ

 อีกหนึ่งบุรุษจากฝ่ายปกครอง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผช.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนแก้ปัญหาความรุนแรงจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การทำงานของตำรวจเองก็เช่นกัน ที่ปรับเปลี่ยนจากการให้ความช่วยเหลือควบคู่การดูแลเยียวยาไปพร้อมกัน ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการยุติปัญหาเรื่องความรุนแรงทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเริ่มจัดการฝึกอบรมให้แก่ตำรวจในขั้นแรกที่ระดับปฏิบัติการจำนวน 5,000 ราย และระดับผู้บังคับบัญชาอีก 1,000 ราย จากจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศกว่า 200,000 คน และแม้ว่าวันนี้จะยังเห็นผลเพียงเล็กน้อยเพราะเพิ่งจะเริ่มต้น แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อไปในอนาคต

 ในขณะที่หนุ่มฝากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ปริญญา บุญถาวร แสดงความคิดเห็นว่าการให้ความสำคัญกับครอบครัวที่เข้มแข็งระหว่างความรักความผูกพันระหว่างสมาชิกในครอบครัว จะสามารถช่วยแก้ปัญหาความรุนแรงได้ในระดับหนึ่ง เพราะเชื่อว่าความรักจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีจากปัญหาทุกๆ สิ่ง นอกจากนี้ยังฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกันปรับเปลี่ยนทัศนคติผ่านการร่วมกันรณรงค์ให้สังคมเห็นพ้องต้องกันว่า ความรุนแรงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง มิใช่เพียงแค่สร้างกระแสเท่านั้น

 เช่นเดียวกับหนุ่มจากเวทีวุฒิสภา สมชาย แสวงการ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการหยอดคำหวานให้ผู้หญิงได้ชุ่มชื่นใจเล็กๆ ว่า ประเทศไทยยกย่องและรับรองสตรีไม่แพ้ชาติอื่นใด แต่สำหรับอิทธิพลหรือปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดความรุนแรง นอกเหนือความเครียดจากปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาอื่นๆ ส่วนใหญ่มาจากสื่อ โดยเฉพาะละครที่นำเสนอความรุนแรง  แต่ถึงกระนั้นหากเชิญชวนให้ทุกคนเข้าร่วมเป็นเครือข่ายหรือแนวร่วมผลักดันลดปัญหาความรุนแรง เชื่อว่าจากเวทีเล็กๆ ก็จะขยายเพิ่มไปเรื่อยๆ ในวันหน้าได้อย่างแน่นอน

 ด้านหนุ่มขวัญใจน้องๆ อย่าง "ครูยุ่น" มนตรี สินทวิชัย จากมูลนิธิคุ้มครองเด็ก ฝากบอกถึงคนทำงานว่า การรณรงค์เพื่อลดความรุนแรงต้องเป็นการต่อสู้ทุกรูปแบบทุกกลไก ไม่ใช่ทำแค่การประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะเรื่องของเด็กต้องไม่เป็นคนอื่นในสายตาของผู้ใหญ่และต้องไม่ใช่เศษขยะอีกต่อไป ดังจะเห็นได้ว่าทุกวันนี้เด็กถูกระทำรุนแรงทั้งแบบถูกและผิดกฎหมายตั้งแต่ในโรงเรียน บ้าน ที่ทำงาน สถานที่ท่องเที่ยว และแม้แต่ในวัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นวิถีชีวิตไปแล้ว ส่วนวิธีการทำร้ายก็มีหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการทรมานร่างกายหรือจิตใจ การใช้อาวุธ ฯลฯ

 อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นถึงพลังบุรุษ (บางส่วน) พร้อมใจและจริงใจที่จะช่วยยุติปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี แม้จะเป็นเพียงก้าวแรกๆ ก็ตาม