ข่าว

เหยื่อเงินกู้ดอกเบี้ยโหดบุกร้องศูนย์ดำรงธรรมฯ

เหยื่อเงินกู้ดอกเบี้ยโหดบุกร้องศูนย์ดำรงธรรมฯ

24 พ.ย. 2552

ลูกหนี้เงินกู้ดอกโหดชัยภูมิยังผวาไม่เลิก หลังนายทุนเงินกู้ส่งคนเดินสายไล่ขู่เก็บดอกเบี้ย ใครไม่จ่ายถึงขั้นใช้ปืนตบหน้า โร่แจ้งความตำรวจแต่ไม่มีใครกล้าแตะ อ้างคนมีสีหนุน สุดท้ายบุกร้องผ่านศูนย์ดำรงธรรมถึงผู้พ่อเมืองชัยภูมิ ช่วยเหลือโดยด่วน ด้านผู้ว่าฯ สั่ง

แม้ว่าในระยะนี้จะมีข่าวการจับกุมแก๊งนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดตามภูมิภาคต่างๆ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้ออกมาตรการเข้ม โดยการขึ้นทะเบียนลูกหนี้เพื่อล้างหนี้นอกระบบ และปราบปรามนายทุนเงินกู้ดอกโหด แต่ล่าสุดยังคงมีเหตุการณ์กลุ่มลูกหนี้ถูกแก๊งทวงหนี้ข่มขู่อย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นทำร้ายร่างกายด้วยการใช้ปืนตบหน้า ทำให้ล่าสุดวันนี้ (24 พ.ย.) นางวัน (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี และนางเพ็ญ (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหนักจากเจ้าหนี้ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด จึงตัดสินใจเดินทางเข้าขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ธรรมดำรงธรรม ผ่านตรงถึง นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ 

 นางวัน เปิดเผยว่า ตนได้ไปขอกู้เงินจากบริษัทเงินกู้ไม่มีชื่อ ที่อ้างว่าเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ดอกถูกมาจาก จ.นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านคลองเรียง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จำนวน 5,000 บาท และต้องจ่ายดอกเบี้ยรายวันให้วันละ 100 บาท และถ้าวันไหนไม่มีจ่ายจะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเพิ่ม 2 เท่าเป็นวันละ 200 บาท ไปตลอด และถ้าไม่มีจ่ายก็จะเพิ่มเป็นวันละ 400 บาท จนกว่าจะมีเงินต้นมาส่งคืนให้ทั้งหมด โดยได้กู้มาตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา และจนปัจจุบัน โดยใช้หนี้วันละ 200 บาท แต่เมื่อสัปดาห์ก่อน ตนหาเงินให้ไม่ทันจริงๆ จนปัจจุบันยังต้องส่งเงินดอกใช้หนี้รายวันสูงถึงวันละ 400 บาท จากการกู้เงินต้นมาเพียง 5,000 บาท

 นอกจากนี้ ยังพบว่าเพื่อนข้างบ้านเช่าที่เคยไปกู้เงินด้วยกันแก๊งแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใช้อาวธปืนตบหน้าเมื่อสัปดาก่อน และได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ แต่แล้วเรื่องก็เงียบไป ไม่มีใครสนใจมาดูแล และคนที่มาเก็บดอกเบี้ยโหดก็ไม่คิดที่จะเกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเลย ทั้งขู่ว่าไม่มีใครกล้ามายุ่ง เพราะเคลียร์คนมีสีใน จ.ชัยภูมิ หมดแล้ว ถ้าไม่จ่ายก็ต้องโดนทุกคน จนล่าสุดเพื่อนลูกหนี้ดอกโหดรายนี้ได้ย้ายหนีออกจากบ้านเช่าหลบไปอยู่ที่อื่นแล้ว เพราะไม่มีเงินมาส่งรายวันให้กับบริษัทดังกล่าว

 ส่วนตนเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะหาเงินมาให้บริษัทเงินกู้ดังกล่าวไม่ทันเช่นกัน และกลัวว่าดอกเบี้ยสุดโหดจะเพิ่มและต้องจ่ายรายวันสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จาก 400 บาท เป็นวันละ 800 บาท สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีหมด ตนจึงตัดสินใจเดินทางเข้าขอความช่วยเหลือ ที่ศูนย์ธรรมดำรงธรรมในที่สุด

 ต่อมา หลังจากที่สองสาวใหญ่เข้าแจ้งร้องทุกข์ ต่อ นางนจียา  ผดุงถิ่น เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดำรงธรรม จ.ชัยภูมิ ล่าสุด นายวันชัย ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ และ พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชาติ แจ้งจันทร์ ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ตั้งชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจเพื่อเข้ามาเร่งปราบปรามแก๊งเงินกู้นอกระบบรายนี้ พร้อมส่งชุดออกไล่ล่าติดตามตัวนายทุนปล่อยเงินกู้ดอกโหดที่ยังเหลืออยู่ในพื้นที่หลังสืบทราบว่ามีมากว่า 15 บริษัทซึ่งเป็นของนายทุนใหญ่ต่างถิ่น ส่วนใหญ่มาจาก จ.นครราชสีมา จันทบุรี และอุตรดิตถ์ เป็นการด่วนแล้ว

 เบื้องต้นมีการแจ้งว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวมาได้ทั้งหมดในเร็วๆ นี้ และขอให้ชาวบ้านผู้เดือดร้อนรายใดที่พบเห็นเบาะแสแก๊งเงินกู้โหดเข้ามาเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรากว่าที่กฎหมายกำหนด ให้รีบประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละท้องที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 ขณะที่นายอภิชาติ งามกมล รองผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ในส่วนการจัดขึ้นทะเบียนเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายรัฐของบาล  มีรายชื่อผู้เป็นหนี้นอกระบบในเขต จ.ชัยภูมิ จำนวนกว่า 5,000 และเคยรายชื่อเสนอต่อ นางคมคาย อุดรพิมพ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดินทางมาร่วมรับฟังปัญหาและพบปะสมาชิกกองทุนฟื้นฟูเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้รัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือต่อไป และในส่วนพื้นที่สำหรับชาวบ้านที่มีปัญหาที่ยังถูกติดตามข่มขู่เก็บดอกเบี้ยเกินอัตราจะได้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดลงไปช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป