ข่าว

นราธิวาสอ่วมถนนกว่า100สายจมบาดาล

นราธิวาสอ่วมถนนกว่า100สายจมบาดาล

24 พ.ย. 2552

น้ำท่วมจ.นราธิวาส 13 อำเภอ ถนนกว่า 100 สายจมใต้น้ำ ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 60,000 คน ขณะที่น้ำในทะเลสาบสงขลาหนุนสูงกระทบพื้นที่ริมฝั่งร้านอาหารริมหาดแหลมโพธิ์ปิดตัว

(24พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส ว่า หลังฝนตกลงมาติดต่อกัน 6 วัน ได้หยุดตกลงแล้ว แต่ท้องฟ้ายังมืดครึมและมีเมฆฝนแพรกระจายปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ส่วนระดับน้ำท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎรได้ขยายวงกว้างกินพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาสแล้ว อยู่ในระดับทรงตัวมีความสูงโดยเฉลี่ย 1-1.5 เมตร อำเภอที่ได้รับความเดือดร้อนหนักสุด 4 อำเภอ คือ อำเภอสุไหงโก-ลก ระแงะ แว้งและสุคิริน

 ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำป่าที่ไหลทะลักจากเทือกเขาสันกลาคีรี ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในพื้นที่อำเภอสุคิริน ไหลลงมาสมทบกับปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักซึ่งล้นตลิ่งอยู่แล้ว ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร รวมทั้งถนนสายหลักและสายรองภายในหมู่บ้านต้องจมอยู่ใต้น้ำระลอก 2 เป็นเวลานาน 6 วันแล้ว ชาวบ้านต่างต้องอาศัยเรือพายและเรือท้องแบนที่ทางการสนับสนุนให้ในแต่ละพื้นที่ ใช้เป็นพาหนะแทนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อเดินทางสู่โลกภายนอก

 จากการสำรวจล่าสุดพบว่าภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ ถนนถูกน้ำท่วมขัง 103 สาย ซึ่งยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ 80 สาย โยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 50-80 เซนติเมตร ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 61.833 คน ทางการต้องอพยพราษฎรไปอาศัยอยู่ชั่วคราวที่ศูนย์อพยพแต่ละพื้นที่อำเภอจัดให้ จำนวน 2.876 คน บ้านเรือนถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพัดได้รับความเสียหาย 15 หลัง โดยอำเภอที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือ อำเภอสุคิริน ซึ่งเป็นผลพวงจากดินบนเทือกเขาที่ชุ่มน้ำได้ถล่มลงมาทับเส้นทางสายหลัก สิ่งสาธารณูปโภคจนเสาไฟฟ้าหักและโคนล้ม รวมทั้งสะพานได้รับความเสียหายเป็นจุดๆ จนยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ คิดมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นเป็นเงินทั้งสิ้น 31.371.040 บาท โดยศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม จ.นราธิวาส ได้สำรวจสรุปความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ 13 อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 16 - 22 พฤศจิกายน 52 ที่ผ่านมา คิดเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 43,271,040 บาท

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำในทะเลสาบสงขลาเริ่มหนุนสูงขึ้น เนื่องจากอยู่ในภาวะอิ่มตัวเพราะต้องรับน้ำที่ไหลมาจากทุกอำเภอของจ.สงขลาและพื้นที่จ.พัทลุง ส่งผลให้พื้นที่ริมฝั่งเริ่มได้รับผลกระทบโดยเฉพาะชายหาดแหลมโพธิ์ ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจ.สงขลา ขนำของร้านอาหารที่สร้างยื่นลงไปในทะเลสาบสงขลา ถูกน้ำทะเลหนุนจนเกือบท่วมถึงพื้นและสะพาน และระดับน้ำยังหนุนขึ้นมาจนเกือบถึงร้านอาหารและซัดเอาซากปฏิกูลมากองอยู่บริเวณชายหาด

 นายประโชติ ศรีสุวรรณ หนึ่งในเจ้าของร้านอาหารริมหาดแหลมโพธิ์ ระบุว่า ขณะนี้น้ำในทะเลสาบสงขลาอยู่ในภาวะอิ่มตัว และหากยังคงมีฝนตกหนักติดต่อกันอีก2-3 วัน อาจจะทำให้น้ำทะเลหนุนสูงและท่วมขนำกว่า30 หลังที่ปลูกยื่นลงไปในทะเล เพราะน้ำจากคลองระบายน้ำร.1 คลองอู่ตะเภาและลำคลองสาขาในจ.สงขลา จะไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ร้านอาหารริมหาดแหลมโพธิ์ที่มีอยู่ 14 ร้านต้องปิดกิจการชั่วคราวเกือบทั้งหมดเพราะไม่มีลูกค้าเนื่องจากน้ำท่วมและน้ำทะเลหนุน

 นายเสริมศักดิ์ จันทร์สว่าง นายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร ได้สั่งให้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายและเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้แล้ว และได้ระดมเจ้าหน้าที่เทศบาลฯและครูจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเกือบ 100 คนมาทำการบรรจุถุงยังชีพ ทั้งข้าวสารและอาหารแห้ง เพื่อนำออกแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ซึ่งจังหวัดสงขลาได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 16 อำเภอ อำเภอสิงหนครเป็น 1 ใน 16 อำเภอ สำหรับในเขตเทศบาลเมืองสิงหนคร ประชาชนได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและคลื่นลมแรง จำนวน 13,000 ครัวเรือน ซึ่งทางเทศบาลเมืองสิงหนครจะได้นำถุงยังชีพออกแจกจ่ายไปตามหมู่บ้านต่างๆเพื่อช่วยเหลือประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นโดยเร็วที่สุด