ข่าว

ชาวบ้านขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแล้วกว่า5.6หมื่นครัวเรือน

ชาวบ้านขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแล้วกว่า5.6หมื่นครัวเรือน

04 มี.ค. 2552

สถานการณ์ภัยแล้งขยายวงกว้าง ราษฎรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแล้วกว่า 5.6 หมื่นครัวเรือน อปท.เร่งระดมแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนฝายและอ่างเก็บน้ำทั้ง 23 แห่ง ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ น้ำจุอ่าง 70% ด้านประปาบุรีรัมย์ของบ 298 ล.เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำปร

สถานการณ์ภัยแล้งที่ จ.บุรีรัมย์ เริ่มขยายวงกว้าง หลังจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งแล้วทั้ง 23 อำเภอ ล่าสุดจากการสำรวจพบว่ามีราษฎรในพื้นที่ 84 ตำบล 1,029 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแล้วกว่า 56,700 ครัวเรือน ราษฎรเดือดร้อนกว่า 205,700 คน ซึ่งอำเภอที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ อ.ลำปลายมาศ รองลงมาคือ อ.หนองหงส์ และ อ.แคนดง
 ขณะที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาลในพื้นที่ ก็ได้เร่งนำรถบรรทุกน้ำออกแจกจ่ายช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรที่ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของราษฎรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติในหลายพื้นที่ที่ราษฎรน้ำมาใช้อุปโภค เริ่มมีสภาพตื้นเขินและแห้งขอดลงอย่างรวดเร็ว
 ด้านนายพรเชษฐ์ แสงทอง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.บุรีรัมย์ระบุว่า ขณะนี้ฝาย และอ่างเก็บน้ำทั้ง 23 แห่ง ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ มีน้ำที่กักเก็บอยู่กว่า 70% คาดว่าเพียงพอต่อการผลิตประปาบริการประชาชนในเขตบริการพื้นที่รอบอ่าง
 นายวิเชียร สินเทาว์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงขณะนี้ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 4 อำเภอ ประกอบ อ.เมืองบุรีรัมย์  ห้วยราช กระสัง และคูเมือง มีจำนวนประชาชนผู้ใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 5% ปัจจุบันมีผู้ใช้น้ำมากกว่า 21,250 ครัวเรือน จนการประปาจึงต้องขยายเขตบริการ เพิ่มท่อจ่ายน้ำตามความเจริญของชุมชน ส่งผลให้กำลังผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอต่อปริมาณการใช้น้ำของประชาชน
 โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนในช่วงเช้า-เย็น มีปริมาณการใช้น้ำมากถึง 1,600 ลบ.ม./ชั่วโมง แต่การประปามีกำลังผลิตเพียง 900 ลบ.ม./ชั่วโมง เท่านั้น จึงได้ร้องขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและมีคุณค่า เพราะเกรงว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนในช่วงหน้าแล้งนี้
 ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อน ขณะนี้ทางสำนักงานการประปาจังหวัด ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานประปาเขต 8 จ.อุบลราชธานี เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งต่อไปยังสภาพัฒน์ฯ ยื่นเสนอของบประมาณจากรัฐบาลเป็นจำนวนเงินกว่า 298 ล้านบาท เพื่อนำมาปรับปรุงระบบท่อจ่ายน้ำ และขยายกำลังการผลิตน้ำประปาในเขตพื้นที่บริการ ให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้น้ำ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะได้รับอนุมัติงบมาดำเนินการภายในปี 2553