
27-28 ส.ค. เหนือ อีสาน ตะวันออก พร้อมรับมือ
เหนือ อีสาน ตะวันออก รับมือน้ำท่วม ดินถล่ม
กอปภ.ก. สั่งการจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในช่วงวันที่ 27 - 28 ส.ค.2562
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ประสานจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2562 อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม
โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด
นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่จากข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมทรัพยากรธรณี
พบว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ อาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นๆ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ระหว่างวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2562
ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
แยกเป็น ภาคเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
พื้นที่ต้องติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากดินถล่ม แยกเป็น ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ (อำเภอฮอด อำเภอพร้าว อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง และอำเภอไชยปราการ) เชียงราย (อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สรวย อำเภอแม่ลาว อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงของ)
น่าน (อำเภอเมืองน่าน อำเภอบ่อเกลือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเวียงสา อำเภอเชียงกลาง อำเภอท่าวังผา อำเภอนาน้อย อำเภอนาหมื่น อำเภอปัว อำเภอทุ่งช้าง อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม) อุตรดิตถ์ (อำเภอบ้านโคก อำเภอท่าปลา อำเภอฟากท่า อำเภอน้ำปาด และอำเภอลับแล)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี (อำเภอน้ำยืน อำเภอน้ำขุ่น อำเภอนาจะหลวย และอำเภอบุณฑริก) ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง (อำเภอเมืองระยอง อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา) จันทบุรี (อำเภอสอยดาว อำเภอเขาคิชฌกูฎ อำเภอมะขาม และอำเภอขลุง) ตราด (อำเภอบ่อไร่ อำเภอเขาสมิง อำเภอเกาะช้าง และอำเภอคลองใหญ่)
รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย
พร้อมแจ้งเตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองฝนตกหนัก ฝนตกสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป



