
ไทยแต่งงานช้า-รักชีวิตโสด-หญิงหัวหน้าครอบครัว
นายกฯประชุมยุทธศาสตร์ครอบครัว พบคนไทยแต่งงานช้า-รักชีวิตโสด-ผู้หญิงพลิกเป็นหัวหน้าครอบครัว
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 พ.ย.ณ ห้องประชุมสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยค.) ที่ประชุมรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ครอบครัวไทย ที่ได้ข้อสรุปจากการประชุมครอบครัวศึกษาครั้งที่ 1 และการประชุมวิชาการระดับชาติ “ ประชากรกับสังคม ” ของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ปัจจุบันคนไทยมีการแต่งงานช้าลง อัตราการครองโสดเพิ่มสูงขึ้นทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร อัตราการจดทะเบียนสมรสลดน้อยลง แต่อัตราการหย่าร้างเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดลดลง
นอกจากนี้ยังพบว่า มีครอบครัวที่ผู้หญิงเป็นหัวหน้าครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ลักษณะความสัมพันธ์แบบครอบครัวเปลี่ยนแปลง นอกจากมีการหย่าแล้ว ด้วยความจำเป็นของการประกอบอาชีพทำให้พ่อแม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด เด็กปฐมวัยในชนบทได้รับการเลี้ยงดูจากผู้อื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่
สภาพครอบครัว จากการสำรวจพบว่า ครอบครัวที่มีปัจจัยพื้นฐานไม่เพียงพอ เนื่องจากความยากจน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เป็นร้อยละ 10.7 ในปี พ.ศ. 2550 ทำให้ครอบครัวต้องดูแลผู้สูงอายุ และพบว่าครอบครัวที่ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังเพิ่มมากขึ้น
จากรายงานสถานการณ์ความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันของสังคมไทย ปี พ.ศ. 2545-2549 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า ครอบครัวไทยเผชิญกับปัญหาการขาดความตระหนักในบทบาทหน้าที่และมีความแตกแยก ส่งผลกระทบต่อความอบอุ่นของครอบครัวไทย ซึ่งอยู่ในระดับต้องเร่งแก้ไข โดยดัชนีครอบครัวอบอุ่นลดลงอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี จากร้อยละ 66.09 ในปี พ.ศ. 2545 เป็นร้อยละ 62.42 ในปี พ.ศ. 2549
ส่วนแนวโน้มที่ส่งผลต่อครอบครัวพบว่า รายได้เฉลี่ยของครอบครัวลดลง เด็กในครอบครัวยากลำบากได้รับประสบการณ์ทางลบมากกว่า ซึ่งส่งผลต่อภาวะจิตใจ พฤติกรรมและการแสดงออก บางครอบครัวมีแรงกดดันจากการใช้ชีวิตส่งผลต่อการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวจะมีปัญหาค่าใช้จ่าย
ที่ประชุมรับทราบ นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2547-2556 และแผนปฏิบัติการส่งเสริมสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2551-2556 ดังนี้
1) นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2547-2556 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2547 ให้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสถาบันครอบครัว ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ
1. ยุทธศาสตร์หลักการพัฒนาศักยภาพของครอบครัวแบบองค์รวม ประกอบ ด้วย ยุทธศาสตร์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาครอบครัว ยุทธศาสตร์การสร้างสุขภาพของครอบครัว และยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของครอบครัวเพื่อความมั่นคง
2. ยุทธศาสตร์หลักการสร้างหลักประกันคุ้มครองทางสังคมของครอบครัว ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์การพัฒนา การบังคับใช้กฎหมาย กฎ และระเบียบ ข้อบังคับ ยุทธศาสตร์การลดปัจจัยเสี่ยงด้านครอบครัว และยุทธศาสตร์การป้องกันและขจัดความรุนแรงในครอบครัว
3. ยุทธศาสตร์หลักการสร้างระบบกลไกบริหารจัดการให้เกื้อหนุนความเข้มแข็งของครอบครัว ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์การส่งเสริมสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาครอบครัว ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาครอบครัว ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการด้านครอบครัว และยุทธศาสตร์การศึกษาวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาครอบครัว
และ 4. ยุทธศาสตร์หลักการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายทางสังคมเพื่อพัฒนาครอบครัว ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์การสร้างครอบครัวเป็นสุข ชุมชนเข้มแข็ง สังคมมีคุณภาพ
2) แผนปฏิบัติการส่งเสริมสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2551-2556 เป็นการแปลงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2547-2556 ไปสู่การปฏิบัติ โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม ด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2550



