ข่าว

พระราชทานถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมสงขลา

พระราชทานถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมสงขลา

23 พ.ย. 2552

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานถุงชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 4 อำเภอสงขลา สมเด็จพระบรมฯพระราชทานถุงยังชีพช่วยน้ำท่วมปัตตานี 3 อ่างเก็บน้ำสงขลาวิกฤติสั่งปิด ร.ร. 123 โรง ไม่มีกำหนด ชาวนราฯ น้ำขัง 2-3 เมตร 3 หมื่นชีวิตรอความช่วยเหลือ ที่ยะลาหนีน้ำกา

 สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ศาลาประชาคม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายดิสโร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำถุงยังชีพพระราชทานมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จำนวน 500 ชุด รวมทั้งที่ อ.หาดใหญ่ อ.รัตภูมิ และ อ.ควนเนียง อีกพื้นที่ละ 500 ชุด พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ท่ามกลางความปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบอุทกภัย

 นายดนัยวิทย์ สายบัณฑิต ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง ใน จ.สงขลา คือ อ่างเก็บน้ำคลองสะเดา อ.สะเดา เป็นลุ่มน้ำสาขาของคลองอู่ตะเภา และเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ในกิจการประปาเพียงแห่งเดียวของ อ.หาดใหญ่ ขณะนี้ปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ 98% ทั้งนี้หากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจะปล่อยให้น้ำไหลล้นสปิลเวย์ตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำคลองหลา อ.คลองหอยโข่ง ที่ปริมาณน้ำเต็มอ่างเกินความจุถึง 106 เปอร์เซ็นต์ ทำให้น้ำล้นสปิลเวย์ประมาณ 1 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนที่อ่างเก็บน้ำคลองจำไหล อ.คลองหอยโข่ง ซึ่งเป็นอ่างขนาดเล็กสามารถรับน้ำได้อีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 "ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ เบื้องต้นต้องปล่อยน้ำไหลล้นสปิลเวย์ลงสู่คลองธรรมชาติ แต่ยืนยันว่า จะไม่เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มอีก เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนมากว่าที่เป็นอยู่ ส่วนที่ชาวบ้านเป็นห่วงว่าอ่างจะแตกนั้น ขอย้ำว่าสภาพอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งยังแข็งแรงมั่นคงดี" นายดนัยวิทย์ยืนยัน

 ด้าน นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์น้ำท่วมว่า ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภา ที่สถานีหาดใหญ่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยชั่วโมงละ 3 เซนติเมตร ขณะที่คลองอู่ตะเภาสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 70 เซนติเมตรเท่านั้น เบื้องต้นสั่งให้เร่งอพยพชาวบ้านในชุมชนเทศาพัฒนา และหมู่บ้านสินไพบูลย์ หากวันฝนต่อเนื่องเชื่อว่าน้ำไหลทะลักเข้าพื้นที่ภายใน 3-10 ชั่วโมงนี้

 ส่วนนายสงวน ศรีสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 2 กล่าวว่า ผู้บริหารสถานศึกษา 123 แห่ง ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.หาดใหญ่ อ.รัตภูมิ อ.คลองหอยโข่ง อ.ควนเนียง และ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้ประกาศงดการเรียนการสอน เนื่องจากปริมาณน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 "ในพื้นที่รับผิดชอบมีสถานศึกษาทั้งหมด 148 แห่ง ทุกแห่งประสบปัญหาน้ำท่วมเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะที่ อ.คลองหอยโข่งมีสถานศึกษาทั้งหมด 13 แห่ง ประสบภัยน้ำท่วมทั้งหมด ยกเว้นโรงเรียนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่บางแห่งเท่านั้น ซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง แต่น้ำเอ่อท่วมเส้นทางจราจรส่งผลให้นักเรียนจำนวนมากไม่สามารถเดินทางมาเรียนตามปกติ จึงต้องงดการเรียนการสอน รอให้สถานการณ์คลี่คลาย ก่อนพิจารณาเปิดเรียนต่อไป" นายสงวนกล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นราธิวาสว่า ฝนยังตกต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำสายหลัก 3 สาย มีปริมาณสูงขึ้นและล้นตลิ่งกว่า 3 เมตร และไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมใน 11 อำเภอ ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ อ.สุไหงโก-ลก ที่บริเวณชุมชนหัวสะพาน ท่าโรงเลื่อย และซอยประปา เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก น้ำท่วมขังเฉลี่ย 2-3 เมตร ประชาชนเดือดร้อน 3,666 ครัวเรือน รวม 16,014 คน รองลงมาคือ อ.ยี่งอ น้ำท่วมขังบ้านเรือนซึ่งปลูกสร้างในที่ราบลุ่มเฉลี่ย 80-100 เซนติเมตร ชาวบ้านเดือดร้อน 909 ครัวเรือน รวม 2,727 คน ล่าสุดทางการได้อพยพชาวบ้านในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.จะแนะ อ.ยี่งอ และ อ.สุไหงโก-ลก ไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพของแต่ละพื้นที่จำนวน 1,081 คน

 มีรายงานความเสียหายจากศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จ.นราธิวาส สรุปว่า มีพื้นที่น้ำท่วม 87 หมู่บ้าน 43 ตำบลในพื้นที่ 11 อำเภอ คือ อ.บาเจาะ อ.ตากใบ อ.จะแนะ อ.สุไหงปาดี อ.แว้ง อ.ยี่งอ อ.ศรีสาคร อ.สุคิริน อ.ระแงะ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.เมืองนราธิวาส ประชาชนเดือดร้อน 9,962 ครัวเรือน รวม 37,104 คน อพยพไปอยู่ที่ปลอดภัยแล้ว 1,081 คน พื้นที่เกษตรถูกน้ำท่วมขัง 1,180 ไร่ ถนนสายหลักและสายรองถูกน้ำท่วมขังและดินภูเขาถล่มลงมาทับเส้นทาง จนยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ 29 สาย คือ ที่ อ.สุคิริน 15 สาย และ อ.ระแงะ 14 สาย เบื้องต้นทางการให้การช่วยเหลือแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค รวมทั้งยารักษาโรครวมทั้งสิ้น 3,625,000 บาท

 นอกจากนี้สถาบันการศึกษาใน จ.นราธิวาส กว่า 20 แห่ง ต้องปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว เนื่องจากโรงเรียนถูกน้ำท่วมขังแล้ว บางส่วนบ้านเรือนของนักเรียนเกิดภาวะน้ำท่วมด้วย ซึ่งผู้ปกครองไม่มีเวลาส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ เพราะต้องเฝ้าระวังน้ำเพื่อเตรียมอพยพ

 ขณะที่ นายนุกูล สุ่ยวานิช นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลฉลุง อ.เมือง จ.สตูล กล่าวว่า หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่กลางดึกวานนี้ (22 พ.ย.) ทำให้น้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ที่หมู่ 1, 2 และ 5 ชาวบ้านเดือดร้อนจำนวน 826 ครัวเรือน รวมทั้งในพื้นที่ อ.มะนัง อ.ควนกาหลง และอ.ควนโดน ถือว่าเป็นเหตุน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 10 ปี

 วันเดียวกัน พล.ท.ฐิติฐาน สุขศรี รองประธานที่ปรึกษากองงานพระวรชายาฯ เป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ นำถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 1,000 ถุง มอบให้ประชาชนที่เดือดร้อนที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยมีนายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นตัวแทนรับมอบ ทั้งนี้ จ.ปัตตานี มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 9 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อน 10,205 ครัวเรือน จำนวน 34,126 คน บ้านเรือนเสียหาย 91 หลัง ถนนชนบทเสียหาย 157 สาย สะพานเสียหาย 6 แห่ง โรงเรียนถูกน้ำท่วม 5 แห่ง พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหาย 32,774 ไร่ ด้านประมงบ่อปลา ปลาในกระชัง สัตว์เลี้ยงราษฎร รวมค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ 69,145,297 บาท

 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า ในพื้นที่ ต.อาซ่อง ต.กายูบอเกาะ และต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา น้ำในแม่น้ำสายบุรีเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนและสวนยางพาราเป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงหนีน้ำอย่างทุลักทุเล โดยอาศัยกางเต็นท์อยู่บนถนนสายรามัน-ท่าธง และสายรามัน-จะกว๊ะ ขณะที่โรงเรียนบ้านละแอ โรงเรียนบ้านตะโล๊ะสะดา และโรงเรียนบ้านพรุ ซึ่งน้ำท่วมขังสูงประมาณ 1 เมตร ประกาศหยุดการเรียนการสอน

 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงปัญหาอุทกภัยที่พื้นที่ภาคใต้ว่า มอบให้นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงไปเฝ้าพื้นที่แล้ว พร้อมกำชับนายถาวรว่า ถ้าอากาศเปิดให้เอาเฮลิคอปเตอร์บินตรวจพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมารายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ แต่นายถาวรระบุว่าฝนที่ตกลงมานั้นหนักมาก ไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินได้ ซึ่งรัฐบาลก็ยังต้องรอฟังรายงานอยู่

 ส่วนกรณีพบข้าวสารที่แจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.พัทลุง นั้น นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นความเข้าใจผิด เพราะข้าวสารที่ถูกจัดส่งมาจากกระทรวงพาณิชย์ที่ให้ ส.ส.ในพื้นที่นำมาแจกจ่ายชาวบ้านผู้ประสบภัยใน จ.พัทลุง มีทั้งหมด 6,000 ถุง ซึ่งเป็นข้าวสารที่มีคุณภาพ ไม่มีการเน่าเสีย แต่เนื่องจากในวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่มีการนำข้าวมาแจกจ่ายที่ จ.พัทลุง มีฝนตกหนักมาก ประกอบกับถุงข้าวสารมีการเจาะรูขนาดเล็ก เพื่อระบายอากาศ และเพื่อป้องกันถุงแตกจากการเรียงทับซ้อนระหว่างขนส่งจึงอาจเป็นได้ว่ามีฝนตกและมีความชื้นเข้าไปในถุงข้าวสารดังกล่าว

 "ข้าวสารที่พบว่ามีการขึ้นรา และเน่าเสียมีเพียง 37ถุงจากทั้งหมด และเป็นส่วนที่ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง พบเห็นและมีการกักเอาไว้ ไม่ได้แจกชาวบ้าน โดยผู้ใหญ่บ้านแจ้งทางจังหวัดเพื่อส่งคืน และบังเอิญมีผู้สื่อข่าวในพื้นที่พบเห็นจึงได้ทำข่าวออกมา ผมยืนยันว่าข้าวทั้งหมดที่ส่งมาช่วยผู้ประสบภัยเป็นข้าวที่มีคุณภาพ และไม่มีการแจกของช่วยเหลือชาวบ้านที่ด้อยคุณภาพแน่นอน" นายนริศกล่าว

 ด้าน นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ข้าวสารมีปัญหาเฉพาะในพื้นที่ จ.พัทลุง เท่านั้น มีจำนวน 37 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม จากข้าวสารที่แจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมรวม 1,087,000 ถุง ใน 69 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเล็กน้อย

 จากการตรวจสอบหาสาเหตุ นายยรรยงยืนยันว่า ข้าวสารที่เสียหายไม่ได้เกิดขึ้นจากต้นทาง เพราะข้าว 5% ที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) นำมาบรรจุถุงนั้น เป็นข้าวที่มีคุณภาพจากโรงสีของรัฐ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้น น่าจะมาจากเมื่อมีการแจกจ่ายข้าวสารจากจังหวัดไปแล้ว และอยู่ระหว่างการรอแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้าน ในขั้นตอนนี้ อาจเกิดปัญหาฝนตกและมีอุทกภัยซ้ำขึ้น เมื่อการจัดเก็บไม่ดี จะทำให้ข้าวเกิดความชื้นสูงเสียหายได้

 ด้าน นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สั่งการให้มีการนำข้าวสารถุงใหม่ไปเปลี่ยนในจำนวนเท่ากันหรือมากกว่าจำนวนที่เสียหาย และต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง คาดว่าจะรู้ผลภายใน 1-2 วันนี้

 ส่วนสถานการณ์ภัยหนาว นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์อากาศหนาวปีนี้ทางผู้ว่าฯ ได้สั่งให้ทุกอำเภอลงสำรวจผู้ประสบภัยหนาว จากการสำรวจพบว่าขณะนี้มีผู้ประสบภัยหนาวปีนี้รวมทุกอำเภอกว่า 2 แสนคน

 ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเกล็ดน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้า หรือ "แม่คะนิ้ง" หรือ "เหมยขาบ" ไปทั่วบริเวณยอดดอยด้านหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกของปีนี้สร้างความตื่นเต้นให้เจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า อุณหภูมิต่ำสุดบนยอดดอยอินทนนท์เช้านี้วัดได้ 7.5 องศาเซลเซียส ลดต่ำลงจากวันก่อนอีก 2 องศาเซลเซียสเมื่อมีอากาศอุ่นมาปะทะเย็นจึงทำให้เกิดน้ำค้างแข็งขึ้นไปทั่วบริเวณ

 เมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.ต.เจน วิเศษรัมย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ รับแจ้งว่า นายปรีชา สุขชัย อายุ 42 ปี ชาวบ้านเหล่าหนาด ต.นาผือ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เสียชีวิต เนื่องจากร่างกายขาดความอบอุ่น อีกทั้งร่างกายอ่อนแอ เมื่อเจออากาศหนาวเย็นในช่วงกลางคืนทำให้หัวใจขาดเลือดฉับพลัน

 อีกราย เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ต.ท.พิสิฐชัย ปักเคระกา พนักงานสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งว่า น.ส.แสงเดือน คิดข้างบน อายุ 33 ปี เสียชีวิต ในสภาพสวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืดแขนยาว แพทย์ ชันสูตรพบว่าเสียชีวิตมาแล้วกว่า 5 ชั่วโมง โดยตามร่างกายไม่มีบาดแผลใดๆ คาดว่าอาจจะเสียชีวิตจากอากาศหนาวเย็น เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 100 หมู่ 5 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก