
รัฐบาลต้องกันดีกว่าแก้
การชุมนุมใหญ่โดยกลุ่มคนเสื้อแดง เครือข่ายการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้หนีโทษจำคุก เริ่มต้นวันที่ 28 เดือนนี้ และจะยืดเยื้อไปถึงวันที่ 3 ธันวาคม โดยประกาศชัดเจนว่ามุ่งหวังจะล้มรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อ้างว่าจะมีคนมามากถึง 1 ล้านคน
จะสร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมืองมากเพียงใดยังเป็นการยากที่จะประเมิน เพราะประเด็นหลักคือจำนวนคนมาชุมนุมมีมากเท่านั้นหรือไม่ และจะจัดกลุ่มดาวกระจายเพื่อสร้างปัญหา ความวุ่นวายต่อการดำรงชีวิตตามปกติของคนเมืองหลวงหรือไม่
ที่สำคัญ ถ้าการชุมนุมแบบดาวกระจายยืดเยื้อในหลายจุด เช่นการปิดกั้นถนนสายหลัก สร้างปัญหาจราจร ทำให้การสัญจรเป็นไปไม่สะดวก ประชาชนที่ต้องทนต่อความเดือดร้อนจะยอมทนต่อการกระทำแบบอนาธิปไตย ใช้กฎหมู่สร้างปัญหาให้ผู้อื่น หรือไม่ ถ้ามีการรวมตัวกันตอบโต้เหมือนดังกรณีถนนสาทร หรือนางเลิ้ง ย่อมนำไปสู่การปะทะกันด้วยคำพูด และกำลังด้วย
รัฐบาลยังไม่มีแผนการตั้งรับและป้องกันความเดือดร้อน หรือการจลาจลให้ประชาชนได้รับรู้ และเตรียมตัวอย่างไร เพราะการชุมนุมครั้งนี้คนเสื้อแดงประกาศว่าเป็นการแตกหัก ต้องเผด็จศึกให้ได้ เพราะใกล้ถึงวันที่ศาลฎีกาจะพิพากษาในคดียึดทรัพย์ ไม่คำนึงว่าช่วงเวลานั้นใกล้กับวันมหามงคล 5 ธันวาคม ประชาชนมีความสุขกับการถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่หัวหน้าใหญ่ยังสั่งการให้มีการชุมนุมทั้งๆ ที่ปากก็อ้างว่าจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่ารัฐบาลจะประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงหรือไม่ และจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อความเป็นไปของบ้านเมือง
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ว่าที่หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และอดีตหัวหน้า คมช. แสดงความเห็นว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ใช้ได้ในสองกรณีคือ เป็นมาตรการในการป้องปราม ก็สามารถป้องปรามการชุมนุมที่อยู่นอกกฎหมายให้อยู่ในกฎหมาย แต่ถ้าการชุมนุมใช้ความรุนแรง ตัวพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ก็สามารถนำไปใช้ในการบังคับทางกฎหมายได้อีกทางหนึ่ง ต่อข้อถามว่า แต่ทางคนเสื้อแดงก็บอกว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบและสันติ นอกจากนั้น การชุมนุมโดยดาวกระจายมีผลกระทบต่อเรื่องของเศรษฐกิจ การจราจรที่ติดขัด รวมทั้งความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นในการเคลื่อนไหว พล.อ.สนธิเตือนว่า การชุมนุมดาวกระจายต้องคิดให้ดี และกลุ่มเสื้อแดงต้องคิดให้หนักว่าทำไปแล้วคนในกรุงเทพฯ จะมีความรู้สึกอย่างไร
พล.อ.สนธิกล่าวอีกว่า ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงตัดสินใจใช้ลักษณะดาวกระจายหรือใช้ความรุนแรง แน่นอนว่าคราวนี้น่าจะมีผลเรื่องของความสงบเรียบร้อยภายใน จนทำให้เกิดการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อันนี้จะเป็นตัวเปลี่ยนสถานการณ์ด้านการทหารและการเมือง ฉะนั้นเรื่องของความมั่นคงจะเปลี่ยน และถ้าความรุนแรงกระจายออกไปสถานการณ์การเมืองอาจจะเปลี่ยนได้ แต่ก็น้อยมาก แต่จะไปมีผลเรื่องของความมั่นคง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มีประเด็นสำคัญคือ ผู้ที่ร่วมในการก่อความไม่สงบจะมีมาตรการทางกฎหมายในการบังคับใช้ต่อผู้ที่ทำผิด มีผลต่อเสื้อแดงที่อาจจะขาดผู้นำไปในอนาคต ซึ่งอาจถูกถอนการประกันและดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะการจัดการชุมนุมถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขการประกัน



