
วุฒิสภาคว่ำพ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดิน
วุฒิสภาคว่ำพ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดิน หลัง ส.ว.งัดข้อการลงมติ สุดท้ายต้องลงคะแนนแบบเปิดเผย จึงร่วง
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ในวาระ 2และ 3 ต่อจากการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ต้องปิดประชุมกลางคันเพราะองค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อในมาตรา 116 ว่าด้วยเรื่องของบทเฉพาะกาล ที่ระบุไว้ว่า มิให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามดำรงตำแหน่งเกินหนึ่งวาระมาใช้กับผู้ที่เคยเป็นกรรมการ คตง.ซึ่งวุฒิสภามีมติเลือกให้เป็นกรรมการเมื่อปีพ.ศ.2540
ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบกับร่างของกรรมาธิการฯที่ไม่ได้มีการแก้ไขด้วยคะแนนเสียง 65 ต่อ 58 งดออกเสียง 11 จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาต่อจนครบทั้ง 121 มาตรา ซึ่ง นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช และนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ เสนอให้มีการลงคะแนนลับในวาระที่ 3 โดยให้เหตุผลว่า เป็นเพราะ ส.ว.สรรหา ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการลงมติในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะเกิดความอึดอัดใจ เพราะเกรงจะกระทบต่อวาระการดำรงตำแหน่งของตัวเอง จึงขอเสนอญัตติให้ลงคะแนนเป็นการลับ
ขณะที่น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี แสดงความไม่เห็นด้วยโดยให้เหตุผลว่า ส.ว.ทุกคน ควรมีความกล้าหาญที่จะตัดสินใจ เพราะในอดีตไม่เคยมีลงมติกฎหมายใดๆด้วยวิธีลับ จึงเสนอให้มีการลงคะแนนโดยเปิดเผย
ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมได้ลงมติปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการลงมติโดยเปิดเผย จากนั้นจึงเข้าสู่การลงมติในวาระ 3 ทั้งฉบับ ทันที ผลปรากฏว่าที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินเพียง 70 เสียง ต่อ 53 เสียง งดออกเสียง 16 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง ซึ่งถือว่าได้เสียงเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ประชุม คือ 75 เสียง ทำให้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปประธานวุฒิสภาจะต้องแจ้งผลการลงมติดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง รัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคสอง ระบุว่า หากเป็นพ.ร.บ.ที่เกี่ยวด้วยการเงิน สภาผู้แทนราษฎร สามารถนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กลับมายืนยัน ได้ทันที หากสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ให้ถือว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา จากนั้นก็นำไปสู่ขึ้นตอนนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯลงพระปรมาภิไธยประกาศ เพื่อประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ทันที ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 150



