
ใช้ได้ทั้งเช็คและเงินสด
หลังรัฐมีนโยบายช่วยเหลือประชาชนด้วยการให้เงินช่วยเหลือรายละ 2,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท โดยจ่ายให้เป็นเช็ค
ทีมงานคุณภาพชีวิต ได้คุยกับผู้ที่ได้รับเงินส่วนใหญ่ และกลุ่มนักศึกษาที่ไม่มีโอกาสรับเงิน มีทั้งเสียงตอบรับและเสียงคัดค้าน เรื่องของการให้เช็ค แทนการให้เงินสด ซึ่งคุณน้ำทิพย์ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า ไม่รู้ว่ารัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนจริงใจหรือเปล่า เพราะการจ่ายเงินให้ 2,000 บาท ครั้งเดียว และให้สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 1.5 หมื่นบาทนี้ ดูเหมือนจะน้อยเกินไป อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แถมยังต้องมาจ่ายเป็นเช็คให้เกิดความยุ่งยากสำหรับผู้ที่ได้รับอีก
แม้จะบอกว่า เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เงินแค่นี้คงไม่ได้ช่วยกระตุ้นได้มาก ซึ่งยังไม่รู้ว่า หลังจากนี้ต่อไปจะมีการขึ้นภาษีที่ดินและประกันสังคมอีกหรือเปล่า ตรงนี้คงต้องดูกันต่อไป
"แต่โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่าไม่น่าจะช่วยอะไรได้มาก และไม่อยากให้จ่ายเป็นเช็คเพราะยุ่งยากกับคนที่ใช้ไม่เป็น"
ด้าน มาณวิกา น้ำตาล และ วิไล 3 สาวนักศึกษา แม้จะไม่ได้รับเงินจากโครงการนี้ แต่ก็มีความเห็นในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่ว่า เรื่องนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ เงินจำนวนนี้ แม้จะไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยเพราะสามารถช่วยคนบางคนที่มีความจำเป็นต้องใช้ หรือกำลังเดือดร้อนได้
ข้อเสียคือ รัฐบาลให้เงินน้อยไป เศรษฐกิจไม่ดีใช้ทำอะไรไม่ได้ และให้ไม่ทั่วถึง อย่างเช่นชาวนา นักศึกษาเป็นคนที่ไม่มีรายได้ ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ และยังจะมาจ่ายเป็นเช็ค ซึ่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะอาจมีบางคนไม่กล้าไปรับ หรือคนที่มีความรู้น็อยก็อาจใช้ไม่เป็น ไม่รู้ไปรับที่ไหน ยุ่งยากจริงๆ
ด้านศุทธินีบอกว่า วิธีนี้เป็นทางออกที่ดี อาจจะเป็นอีกทางออกหนึ่งที่ต้องการช่วยเหลือคนตกงาน เพราะยังมีเงินให้ใช้ได้อีกนิดหน่อย แต่สำหรับคนที่ยังมีงานทำอยู่ก็จะมีเงินเพิ่มขึ้นอีก 2000 บาท เป็นเงินที่สูญเปล่า ไม่ต้องใช้หนี้คืน แต่ที่น่าเสียดาย คือ ไม่ได้รับทุกคน ได้เฉพาะคนที่มีเงินเดือนไม่ถึง 1.5 หมื่นบาทเท่านั้น เสียดายจริงๆ ข้อเสีย คือ เรื่องมาก ให้เงินสดจะดีกว่า
น้องพรให้ความเห็นว่า การให้เงินช่วยเหลือน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องจ่ายเป็นเช็ค เพราะคนที่ได้เงิน แต่ใช้เช็คไม่เป็น ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร รับอย่างไง หรือว่าต้องไปเปิดบัญชีใหม่หรือเปล่า เพราะถ้าประชาชนต้องไปเปิดบัญชีเพื่อเอาเงินเข้าอีก เปิดแล้วใช้ครั้งเดียวก็ไม่คุ้ม ไม่มีประโยชน์ ต้องเสียค่าธรรมเนียในการเปิดสมุดอีกด้วย
จรูญพูดถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชน 2,000 บาทนั้น ก็คิดได้สองอย่าง คือดีและไม่ดี ถ้าคิดในทางดีก็คือ เป็นการช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและอาจจะเป็นส่วนที่ช่วยเหลือได้ในเวลาที่จำเป็นหรือลำบากจริงๆ
ส่วนที่ไม่ดีคือ ไม่รู้ว่าคนที่ได้เงินไปนั้น เอาไปทำให้เกิดประโยชน์แค่ไหน อาจจะกลายเป็นการส่งเสริมประชาชนให้ที่ขี้เกียจทำมาหากิน รอเงินช่วยเหลือจากรัฐอย่างเดียว และที่สำคัญ ไม่เห็นด้วยที่จ่ายเป็นเช็ค เพราะประชาชนบางคนอาจรับไม่เป็นหรืออาจอยู่ห่างจากธนาคารมากและไม่สามารถขึ้นเป็นเงินไปใช้ได้
คงไม่ถูกใจทุกคน
นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบการจ่ายเงินผ่านธนาคารมาเป็นเช็ค โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า การบริหารการจัดการทุกอย่างย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป การจะทำให้ผู้ประกันตนทุกคนพอใจ 100% คงเป็นไปได้ยาก เพราะความจริงผู้ประกันตนบางคนก็ต้องการรับเป็นเช็ค หรือบางคนไม่เคยใช้เช็คก็อาจจะเกิดความสับสนและก่อให้เกิดความผิดพลาดได้
แต่สำนักงานประกันสังคม ก็ยังต้องทำหน้าที่ส่งข้อมูลผู้ประกันตนที่มีสิทธิรับเงินก้อนนี้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ต่อจากนั้นจะจ่ายเช็คให้ถึงมือผู้ประกันตนภายในระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้อย่างครบถ้วนทุกคน



