ข่าว

ผลถก6กระทรวงทบทวนระบบโซนนิ่งนมสั่งก.อุต-อย.ตรวจรง.

ผลถก6กระทรวงทบทวนระบบโซนนิ่งนมสั่งก.อุต-อย.ตรวจรง.

04 มี.ค. 2552

อย.สรุป 5 ขั้นตอน กำกับนมโรงเรียนเสนอ รมต. ทั้งแยกสีนมคน นมสัตว์ ตรวจจีเอ็มพีโรงงาน ตรวจสอบคุณภาพนมก่อนรับ พร้อมจัดทำคู่มือดูแลนมโรงเรียนแจกทั่วประเทศ บุรีรัมย์สั่งตั้งกก.ตรวจสอบนมโรงเรียนป้องกันปัญหานมเน่าเสีย ผลประชุมร่วม 6 กระทรวงสั่งทบทวนระบบโซนนิ่งน

ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 4 มี.ค. นพ. พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่าถึงผลการตรวจสอบนมโรงเรียนที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพบว่ามีเชื้อแบคทีเรียว่า จากทราบว่าผลแลปที่ส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาการแพทย์นครราชสีมาเพิ่งออกมาเมื่อวานนี้ ( 3 มี.ค.) และพบเชื้อแบคทีเรีย แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะยังต้องรอผลแลปตัวอย่างนมที่เก็บจากโรงงานผลิต

จากการพูดคุยกับ สสจ.นครราชสีมาทราบว่า การจัดเก็บนมนั้นมีความแตกต่างในเรื่องอุณหภูมิ ซึ่งตามมาตรฐานต้องไม่เกิน 8 องศาเซลเซียส แต่เบื้องต้นพบว่าส่วนบนตู้แช่ที่จัดเก็บมีอุณหภูมิอยู่ที่ 18- 19 องศาเซลเซียส ขณะที่ข้างล่างตู้แช่มีอุณหภูมิที่ 8 องศาเซลเซียส จึงอาจเกิดจากอุณหภูมิจัดเก็บที่มีความเย็นไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตามคงต้องรอผลการตรวจสอบนมจากโรงงานก่อน รวมทั้งอีก 60 กว่าโรงงานที่จัดเก็บไป คาดว่าจะทราบผลได้ภายในสัปดาห์นี้ 

นพ.พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากปัญหานมโรงเรียนที่เกิดขึ้น ทาง อย.ได้มีการจัดทำข้อเสนอในการกำกับดูแลและควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของนมโรงเรียนเพื่อนำเสนอต่อ รมว.สาธารณสุข ซึ่งจะดูแลตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การจัดส่ง การจัดเก็บทั้ง และจะนำเสนอต่อที่ประชุมปัญหานมโรงเรียนที่จะมีการหารือที่กระทรวงศึกษาธิการในวันพรุ่งนี้ ( 5 มี.ค.) โดยมี 5 ขั้นตอน คือ

1. ในส่วนวัตถุดิบนั้น หากเป็นน้ำนมดิบจะต้องผ่านการรับรองคุณภาพก่อนเข้าโรงงานแปรรูป ส่วนนมผง หากสำแดงเป็นอาหารสัตว์ควรมีการย้อมสีแดง/ส้ม เพื่อให้เกิดความแตกต่าง 2. โรงงานแปรรูป ต้องเป็นตามตามเกณฑ์มาตรฐานจีเอ็มพี และมีการตรวจสอบมาตรฐานโรงงานโดยมีความถี่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

3. ผู้จัดซื้อ/ผู้ตรวจรับนมโรงเรียน ควรมีการตั้งงบประมาณสำหรับการตรวจวิเคราะห์ 4. ระบบการขนส่ง โรงงานต้องจัดหาสายส่งที่มีความพร้อม สามารถจัดเตรียมการจัดเก็บนมและรักษาความเย็นได้ตลอดระยะเวลาการขนส่ง ขณะที่โรงเรียนต้องเตรียมการจัดเก็บนมอย่างเหมาะสม

และ 5. โรงเรียนต้องมีการตรวจสอบคุณภาพนมก่อนรับผลิตภัณฑ์ โดยต้องมีผู้รับผิดชอบการตรวจรับอย่างชัดเจน 

“การที่ อย.เสนอให้มีการย้อมสีนมผงในส่วนที่นำมาเป็นอาหารสัตว์นั้น ถือเป็นข้อเสนอใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากที่ผ่านมามีข่าวการลักลอบนำเข้านมผงสำหรับคนกิน โดยสำแดงเป็นอาหารสัตว์เพื่อเลี่ยงภาษี ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน และมีการตรวจสอบคุณภาพนมผงที่นำเข้า ซึ่งไม่ยุ่งยากและค่าใช้จ่ายไม่เพิ่มมากนัก นอกจากนี้ผู้จัดซื้อนมควรมีการตั้งงบประมาณในการตรวจวิเคราะห์นม ช่วยลดความเสี่ยงให้กับเด็ก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายการตรวจวิเคราะห์ 3,000 บาท/ตัวอย่าง ซึ่งทีผ่านมา อย.ใช้งบประมาณจำนวนมาในการตรวจวิเคราะห์นม เฉพาะปัญหาเมลามีน ใช้งบประมาณไปเกือบ 10 ล้านบาทแล้ว ” เลขาธิการ อย. กล่าวและว่า

นอกจากนี้ทาง อย. ยังได้จัดทำคู่มือการดูแลนมโรงเรียน เพื่อแจกให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศในการปฏิบัติตาม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถโหลดข้อมูลรายละเอียดผ่านทาง www.fda.moph.go.th ได้

บุรีรัมย์สั่งตั้งกก.ตรวจสอบนมโรงเรียนป้องกันปัญหานมเน่าเสีย
นายเสริม ไชยณรงค์รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า หลังจากหลายจังหวัดเกิดปัญหานมเน่าเสีย ได้สั่งการให้องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบต. และเทศบาลกว่า 200 แห่งทั้งจังหวัด ประสานโรงเรียนทั้ง 4 เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีอยู่กว่า 900 แห่ง จัดตั้งคณะกรรมการระดับโรงเรียน ประกอบไปด้วย ผู้บริหารโรงเรียน เจ้าหน้าที่รับผิดชอบอาหารเสริมนมโรงเรียน ผู้นำท้องถิ่น และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการจัดซื้อและตรวจสอบคุณภาพนม วันผลิต และวันหมดอายุ ก่อนที่จะรับนมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำไปให้เด็กนักเรียนดื่ม   เพราะเกรงว่าหากนมเกิดมีปัญหา หรือเน่าเสียเมื่อเด็กดื่มแล้ว อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพเด็กได้ นอกจากนั้นยังจะเป็นการช่วยกันป้องกันการทุจริตการจัดซื้อนมได้ในอีกทางหนึ่งด้วย
 "หากพื้นที่ใดมีปัญหาหรือนมเกิดเน่าเสีย โดยไม่ผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ให้แจ้งต้นสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา หรือจังหวัด เพื่อที่จะได้ร่วมกันเข้าไปดำเนินการตรวจสอบเอาผิดตามขั้นตอน ถึงแม้จังหวัดบุรีรัมย์ยังไม่พบปัญหานมเน่าเสียก็ตาม" นายเสริม กล่าว

รัฐทบทวนระบบโซนนิ่งนมสั่งก.อุต-อย.ตรวจรง.ผลิตนม 
ที่รัฐสภา นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมร่วม 6 กระทรวง ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหานมโรงเรียนเน่าว่า ได้นำผลการหารือจากที่ประชุม 6 กระทรวงรายงานให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับทราบ โดยเบื้องต้นรัฐบาลเห็นควรให้ยกเลิกระบบโซนนิ่งในการจัดซื้อนมโรงเรียน เพื่อผลิตนมโรงเรียน และได้มอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมไปตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานโรงงานผลิตนม 71 แห่ง และให้อย.เข้าไปตรวจสอบว่านมได้มาตรฐานหรือไม่ หากไม่ได้มาตรฐานก็จะหามาตรการทบทวน

แต่ขณะนี้เมื่อสัญญาเดินหน้าก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามสัญญาก่อน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานให้ครม.รับทราบอีกครั้งในวันอังคารที่ 10 มี.ค. นี้ โดยรัฐบาล ยังคงโครงการนมโรงเรียนเหมือนเดิม แต่จะมีการปรับโครงสร้างใหม่เล็กน้อย จากเดิมเป็นนมถุง 70 เปอร์เซ็นต์ นมกล่อง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่จะพยายามเปลี่ยนเป็นนมกล่อง 70 เปอร์เซ็นต์ นมถุง 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะตราบใดที่เป็นนมถุงปัญหาก็จะไม่จบ และในอนาคตจะพยายามให้เป็นนมกล่องทั้งหมด โดยยังคงมาตรฐานนมโค 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ระยะยาว ในการแก้ปัญหานมล้นตลาด โดยรัฐบาลจะมีมาตรการในการน้ำนมดิบแทนนมผง