ข่าว

จับผู้ค้าเศียรพระตลาดจตุจักรข้อหารับของโจร

จับผู้ค้าเศียรพระตลาดจตุจักรข้อหารับของโจร

22 พ.ย. 2552

หลังจากเจ้าอาวาสวัดกันมาตุยาราม ย่านเจริญกรุง เข้าแจ้งความตำรวจสน.บางซื่อ รวบตัวได้อ้างเป็นร้านของลูกรับซื้อหาอีกทอดหนึ่ง ถูกตั้งข้อหารับของโจร

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 22 พฤศจิกายน ร.ต.อ.สิทธิชัย ธัญญบาล รอง สว.สส.สน.บางซื่อ ร.ต.อ.ชวนินทร์ วิทยเจษฎาธนภัทร รอง สวป.สน.บางซื่อ นำกำลังเข้าตรวจค้นร้านนครสวรรค์ค้าของเก่า ภายในตลาดนัดจตุจักร โซน 26 แพง 105 ซ.1/4 ถนนพหลโยธิน แขวงบางซื่อ เขตจตุจักร กทม. หลัง พระปริยัติธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดกันมาตุยาราม ย่านเจริญกรุง เดินทางเข้าแจ้งว่าพบเศียรพระสาวกที่ถูกตัดมาจากวัดวางขายที่ตลาดจตุจักร จึงเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านดังกล่าว พบเศียรพระปั้นด้วยปูน สูงประมาณ 50 ซม. แกนกลางเป็นไม้ สภาพเก่าโบราณ จำนวน 3 เศียร ตรงตามที่ได้รับแจ้งไว้ ทันทีที่เจ้าอาวาสเห็นยืนยันว่าเป็นเศียรพระสาวกที่ถูกลักลอบตัดมาจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัว นายสำรวจ ป้องพา อายุ 67 ปี เจ้าของร้าน มาสอบปากคำที่ สน.บางซื่อ

 สอบสวนนายสำรวจ อ้างว่า ร้านดังกล่าวเป็นของลูกชายตนชื่อ นายอมรเทพ หรือโย ป้องพา อายุ 37 ปี ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คนเปิดร้านขายวัตถุโบราณที่ตลาดนัดสวนจตุจักรกว่า 10 ปี แล้ว โดยตนมาเฝ้าร้านให้ ส่วนเศียรพระสาวกดังกล่าวลูกชายรับซื้อมาอีกทอดหนึ่ง เมื่อประมาณเดือน ก.พ.52 ก่อนนำมาตั้งขายในราคา 1 หมื่นบาท ส่วนเป็นเศียรพระที่ลักลอบตัดมาหรือเปล่านั้นตนไม่ทราบ ซึ่งหลังจากนำเศียรพระมาไว้ที่ร้าน ตนยังไม่เคยเจอหน้าลูกชายเลย

 ด้านพระปริยัติธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดกันมาตุยาราม บอกว่า พระสาวกมีทั้งหมดกว่า 80 องค์ ก่อนโดนแก๊งค์ตัดเศียรพระสาวกที่ 1-2 เศียร กว่า 10 ปี แล้วและไม่สามารถจับคนร้ายได้ ต่อมาเมื่อ ก.ย.51 ปีที่ผ่านมา พระสาวกถูกลักลอบตัดเศียรอีกประมาณ 10 องค์ รวมทั้งหมดที่ถูกตัดไป 22 องค์ จึงไปแจ้งความลงบันททึกประจำวันที่ สน.จักรวรรดิ์ ต่อมาเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 พ.ย.มีชาวบ้านเขียนจดหมายมาหา บอกว่าพบเศียรพระสาวกที่ถูกตัดไปขายอยู่ที่ร้านดังกล่าวในตลาดจตุจักร จึงเดินทางมาที่ สน.บางซื่อ ประสานตำรวจให้เดินทางไปตรวจสอบ พบว่าใช้ที่ถูกตัดมาจริงๆ ส่วนประวัตินั้นวิหารและโบสถ์ ในวัดกันมาตุยารามนั้นสร้างตั้งแต่ ปี 2407 ในสมัย ร.4ประมาณ 145 ปี ส่วนพระสาวถูกสร้างขึ้นในเวลาต่อมา โดยตั้งไว้ล้อมรอบวิหาร

 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 เผยว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันรับของโจร ส่วนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธฯ ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีที่ สน.จักรวรรดิ์ เนื่องจากเป็นท้องที่เกิดเหตุ นอกจากยังจะต้องติดตามตัว นายอมรเทพ ป้องพา ลูกชายผู้ต้องหามาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป