
สศช.ปรับเป้าจีดีพีปี52ติดลบลดลงห่วงม็อบการเมืองฉุดลงทุน-ท่องเที่ยวปี 53
สศช.ปรับเป้าจีดีพีปี 52 ใหม่ติดลบน้อยลง คาดปีหน้าโต 3-3.5% หวั่นม็อบเสื้อแดง-เสถียรภาพการเมือง ฉุดความเชื่อมันการลงทุนและท่องเที่ยวปีหน้า ด้านนายกฯ ยันปัญหาเศรษฐกิจคลี่คลาย
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ (สศช.) เปิดเผยว่า การแถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสที่ 3 และแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2552 วันที่ 23 พฤศจิกายน สศช.จะปรับลดประมาณการติดลบของจีดีพีปี 2552 ลงจากเดิมที่คาดว่าจะติดลบ 3-3.5% เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เร่งใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภค ทำให้จีดีพีในไตรมาส 3 ติดลบน้อยลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่ติดลบ 4.9% และคาดว่าจีดีพีในไตรมาสสุดท้ายของปีจะขยายตัวเป็นบวก
ส่วนจีดีพีปี 2553 คาดว่าจะขยายตัวเป็นบวกได้ในระดับใกล้เคียงกับที่นายกรัฐมนตรีคาดว่าจะขยายตัว 3-3.5% โดยปัจจัยที่สนับสนุนการฟื้นตัวคือ การลงทุนของภาครัฐในโครงการไทยเข้มแข็ง ส่งผลให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ประกอบกับสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สศช.เป็นห่วงในปี 2553 คือเสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะการชุมนมของกลุ่มต่างๆ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน และธันวาคมนี้ จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างประเทศ ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2553 เพราะขณะนี้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เริ่มกลับมาให้ความเชื่อมั่นกับประเทศไทยอีกครั้ง หลังเกิดเหตุการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเหตุการณ์จลาจลในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ " เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ถึงการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ของสศช.ว่า น่าจะยังคิดลบแต่เป็นตัวเลขที่ติดลบน้อยลงจากไตรมาส 2 และไตรมาส 1 แต่หากเทียบระหว่างไตรมาสกับไตรมาสก็จะเป็นบวก จึงมั่นใจว่าเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในไตรมาสสุดท้าย และที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการเติบโตปีหน้าจะอยู่ที่ 3- 3.5% เป็นสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้
ทั้งนี้ พบว่า 4 ตัวเลขสำคัญได้สะท้อนถึงการคลี่คลายของวิกฤติเศรษฐกิจประกอบด้วยตัวเลขแรกการว่างงาน จากเมื่อต้นปีที่อยู่ในระดับ 2.4% หรือ 8 แสนคน ล่าสุดลดลงมาเหลือ 1.2% หรือ 4.5-4.6 แสนคน ตัวเลขที่ 2 การใช้กำลังการผลิต จากที่เคยลดต่ำลงมากปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ 65% และถ้าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวต่อเนื่อง การใช้กำลังการผลิตก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและนำไปสู่การลงทุนใหม่ในอนาคต
ตัวเลขที่ 3 จำนวนนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาติดลบมาตลอดต้นปีติดลบมากถึง 20% แต่เดือนกันยายนและตุลาคมนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาเพิ่มขึ้นถึง 17-20% ทั้งปีจึงน่าจะได้ตามเป้า 14 ล้านคน และสุดท้ายตัวเลขการส่งออกจากที่ติดลบเริ่มติดลบน้อยลงในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา



