
ร.ฟ.ท.เล็งเปิดประมูลที่ดินทำเลทอง2แปลง
ร.ฟ.ท.เล็งจ้างที่ปรึกษาประเมินมูลค่าผลตอบแทนพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์สองแปลงใหญ่ "มักกะสัน-สถานีแม่น้ำคลองเตย" ก่อนเปิดเอกชนยื่นข้อเสนอใช้ประโยชน์ 30 ปีที่ดินมักกะสัน เล็งพัฒนาเป็นย่านธุรกิจ เชื่อมเซ็นทรัลเวิลด์และสยามสแควร์
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. เดือนธันวาคมนี้ ที่ประชุมจะพิจารณาอนุมัติให้ ร.ฟ.ท.ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อประเมินมูลค่าที่ดิน 2 แปลง คือที่ดินบริเวณย่านมักกะสันจำนวน 350-400 ไร่ และที่ดินย่านสถานีแม่น้ำคลองเตยอีก 130 ไร่ เนื่องจากที่ดินทั้ง 2 แปลงมีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่จะนำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ จากนั้น ร.ฟ.ท.ต้องจัดทำรายละเอียดเงื่อนไขการจ้าง คาดว่าจะสรุปได้ในช่วงต้นปี 2553 หรือใช้เวลาศึกษาประมาณ 3 เดือน
ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.จะให้เอกชนเช่าที่ดินทั้ง 2 แปลง เป็นเวลา 30 ปี ส่วนรูปแบบการพัฒนาจะเปิดให้เอกชนทำข้อเสนอการเข้ามาและอาจต้องดำเนินการตามขั้นตอน พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 เพราะมูลค่าการลงทุนค่อนข้างสูง โดยในส่วนของที่ดินย่านมักกะสัน มีความเป็นได้ว่าจะพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์หรือย่านธุรกิจ ขณะที่ภาครัฐอาจต้องลงทุนระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวเพื่อเชื่อมการเดินทางไปยังย่านธุรกิจแถบสยามสแควร์ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ และเกษร เอกชนที่จะสนใจลงทุนแปลงนี้ต้องมีศักยภาพในทุกด้านเพราะต้องใช้เงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท
สำหรับที่ดินย่านสถานีแม่น้ำคาดว่าพัฒนาเป็นธุรกิจเรียลเอสเตท อาจก่อสร้างคอนโดมิเนียมให้เช่า เน้นกลุ่มเป้าหมายคือชาวต่างชาติ เพราะที่ดินบริเวณนี้มีทัศนียภาพสวยงามอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบกับมีระบบคมนาคมขนส่งรองรับอยู่แล้ว ส่วนที่ดินแปลงอื่นที่จะนำมาพัฒนาคือ ที่ดินย่านสถานีบางซื่อ และสถานีหัวลำโพง ซึ่งต้องรอการก่อสร้างสถานีบางซื่อแล้วเสร็จก่อน ส่วนที่ดินย่านรัชดาภิเษก ต้องสำรวจสัญญาเช่าที่มีปัญหาในปัจจุบันและพื้นที่ว่าง เช่นเดียวกับที่ดินย่านจตุจักร คาดที่ดินทั้ง 6 แปลงนี้จะทำรายได้ให้ ร.ฟ.ท.เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 2,700 ล้านบาท เพียงพอที่จะนำมาจ่ายค่าบำนาญของพนักงานที่เกษียณอายุ



