ข่าว

โทษ 34 กระทง คุก 142 ปี 16 เดือน "จ่าหมี" ตุ๋ยเด็ก

โทษ 34 กระทง คุก 142 ปี 16 เดือน "จ่าหมี" ตุ๋ยเด็ก

15 ส.ค. 2562

พิพากษาโทษ 34 กระทง จำคุก 142 ปี 16 เดือน "จ่าหมี" ตุ๋ยเด็ก ชี้เป็นตำรวจทำผิด รอลงอาญาไม่ได้ จ่าหมีรับสารภาพ ลดโทษเหลือ 71 ปี 8 เดือน

 

พิพากษาโทษ 34 กระทง จำคุก 142 ปี 16 เดือน "จ่าหมี" ตุ๋ยเด็ก "ศาลอาญา" ชี้เป็นตำรวจทำผิด รูปคดีรอลงอาญาไม่ได้ ขณะที่ จ่าหมี รับสารภาพพรากเด็กชายอายุ 11 ปี ข่มขืน-อนาจาร ปี 59-60 ลดโทษเหลือ 71 ปี 8 เดือน สุดท้ายรับโทษตาม ก.ม.สูงสูด 50 ปี

 

          15 ส.ค.62 – ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง "ด.ต.ประภาส เม่าทอง" หรือจ่าหมี อายุ 51 ปี อดีต ผบ.หมู่ สภ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง  เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม , พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร และพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา , กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตา 277, 279 , 283 ทวิ , 317

 

          ตามโจทก์ฟ้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน พ.ย. 59 – มี.ค.60 วัน-เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้พราก ด.ช.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหายอายุ 11 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร โดยเดือน พ.ย.59 จำเลยได้พา ด.ช.เอไปเพื่อการอนาจาร และระหว่างเดือน พ.ค.–  ต.ค.60 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้กระทำอนาจารและพยายามกระทำชำเรา ด.ช.เอ เพื่อสนองความใคร่ เหตุเกิดที่ ตำบล-อำเภอป่าพะยอม จำเลยให้การรับสารภาพ 

 

          โดย "ศาล" พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลย เป็นความผิดตามฟ้องจริง

 

          จึงพิพากษาว่า ให้จำคุก 2 กระทงๆ ละ 4 ปี 8 เดือน ฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 8 ปี 16 เดือน , ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ ให้จำคุก 7 ปี , ฐานกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ จำคุก 14 กระทงๆ ละ 3 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 42 ปี , ฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 17 กระทงๆ ละ 5 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 85 ปี ซึ่งรวมโทษจำคุก จำเลยทุกกระทงแล้วเป็นเวลา  142 ปี 16 เดือน 

 

          ขณะที่จำเลย เป็นเจ้าพนักงานตำรวจมากระทำผิดเสียเอง และในส่วนที่จำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายไปแล้ว 250,000 บาทจนเป็นที่พอใจแก่บิดามารดาของผู้เสียหายนั้นก็เป็นเพียงทำให้สัดส่วนแพ่งยุติไป อีกทั้งรูปคดีไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะรอการลงโทษจำคุก จึงไม่อาจพิจารณารอลงอาญาให้ได้

 

          แต่คดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78  ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 71 ปี 8 เดือน โดยเมื่อลงโทษทุกกระทงความผิดตามกฎหมายแล้วโดยความผิดกระทงที่หนักที่สุดนั้นโทษจำคุกเกิน 10 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จึงให้จำคุกจำเลยสูงสุดไว้ 50 ปี

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีการดำเนินคดีกับ "จ่าหมี" นั้นสืบเนื่องจาก เมื่อเดือนมกราคม 2561 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับแจ้งจากตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียว่า พบภาพการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย จำนวนหนึ่งทางอินเทอร์เน็ต สถานที่เกิดเหตุอยู่ในประเทศไทย โดยรูปภาพดังกล่าวถูกตรวจพบในประเทศออสเตรเลียด้วยระบบเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งตรวจจับการกระทำความผิดครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก โดยเฉพาะของสำนักงานองค์การตำรวจสากล ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ให้การว่า ได้รับภาพดังกล่าวมาจากบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า Jaa Mee "จ่าหมี" ที่รู้แต่เพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย

 

          ต่อมาดีเอสไอ ได้ประสานข้อมูลกับกองปราบปราม เพื่อดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดจากพยานหลักฐานเพียงรูปภาพ 1 ใบ พร้อมลงพื้นที่หาข่าวอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน จนกระทั่งทีมสืบสวนทราบว่า บุคคลดังกล่าวคือ ด.ต.ประภาศ โดยบ้านพักของผู้ต้องหามีลักษณะคล้ายกับที่เกิดเหตุตามภาพถ่าย จึงเข้าจับกุมผู้ต้องหา และให้การช่วยเหลือเหยื่อเด็กชาย 1 คน จากการตรวจสอบสามารถยึดของกลางได้หลายรายการ ประกอบด้วย หมวกซึ่งเป็นใบเดียวกับที่อยู่ในภาพถ่าย , โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง มีภาพและคลิปวิดีโอที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหลายคลิป ขาตั้งกล้อง และคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง เมื่อสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นเผยแพร่คลิปลามกอนาจารเด็กชายจริง โดยการกระทำดังกล่าวเป็นรสนิยมทางเพศ.