ข่าว

สงขลาปิด3น้ำตก16อำเภอภัยพิบัตินราฯ9อำเภอ

สงขลาปิด3น้ำตก16อำเภอภัยพิบัตินราฯ9อำเภอ

22 พ.ย. 2552

น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดทะลักเข้าท่วมชาวพัทลุง สงขลาใช้ประกาศ16อำเภอพิบัติภัยฉุกเฉินน้ำท่วมรอบสอง ปภ.เผยควนเนียง - รัตภูมิ - บางกล่ำ น้ำสูง70ซม.เอ่อล้นท่วมรางรถไฟบางจุด สั่งปิดน้ำตก3แห่งชั่วคราว เผยคลื่นซัดบ้านพังแล้ว1หลัง แถมคนริมคลองอู่ตะเภาน้ำเซาะตลิ่ง

จากสภาพฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องล่าสุดสุดผลให้เกิดเหตุน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ตำบลชะรัด ชาวบ้าน จำนวน 450 ครัวเรือน ใน 3 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบระดับน้ำสูงเฉลี่ยที่ 1-1.50 เมตร ชาวบ้านต้องอพยพมาอาศัยบ้านญาติในที่สูง แล้วจำนวน 110 ครัวเรือน 

 นายจรัล หนูเกื้อ ประธานสภาเทศยบาลโคกชะงาย กว่าว่า ในพื้นที่ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมืองพัทลุง คันคลองชลประทานฝายนาท่อมขาดเป็นทางยาว 20 เมตร ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ในพื้นที่ หมู่ 2 หมู่ 4 หมู่ 8 และหมู่ที่ 9 อย่างรวดเร็ว ชาวบ้านขนย้ายข้าวของมาทันทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และอพยพชาวบ้านตลอดเส้นทางน้ำไว้ในที่ปลอดภัย เนื่องจากกระแสนั้นเชี่ยวกรากและระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

 สำหรับถาการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ล่าสุดชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วกว่า 5,000 ครอบครัว พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมซ้ำได้รับความเสียหายแล้ว กว่า 80,0000 ไร่ ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 10 อำเภอ

สงขลาสั่งปิด3น้ำตกประกาศ16อำเภอภัยพิบัติ

 วันนี้ (22 พ.ย.) นายวิจิตร จันทรปาน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมระลอกสองใน จ.สงขลา ยังคงขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากยังมีฝนตกหนักตลอดทั้งวันทำให้มีหลายพื้นที่ในบางอำเภอประสบภาวะน้ำท่วม อย่างหนัก เช่นอำเภอควนเนียง ,รัตภูมิ,บางกล่ำ ซึ่งมีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ70เซนติเมตร ที่สำคัญมีระดับน้ำเอ่อล้นท่วมเส้นทางรถไฟในพื้นที่ดังกล่าวบางช่วง

 ปภ.สงขลา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อื่นที่ประสบภาวะน้ำท่วม ทั้งจะนะ,นาทวี,และพื้นที่รอบนอกของอำเภอหาดใหญ่ และจากปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องแนวโน้มพื้นที่ประสบภัยยังได้ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

 นายวิจิตร กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวจังหวัดสงขลา ได้ประกาศประกาศให้ทั้ง 16 อำเภอเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการประกาศไว้ตั้งในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจังหวัดสงขลาประสบปัญหาน้ำท่วมในระลอก แรก เพื่อให้สามารถใช้ประกาศฉบับเดิมมาอำนวยความความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

 นายวิจิตร กล่าวอีกว่า จากภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ล่าสุด ได้มีการสั่งปิดน้ำตกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างใน จ.สงขลา 3 แห่ง คือ น้ำตกโตนงาช้าง น้ำนกโตนปลิว และน้ำตกบริพัทธ์ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องปิดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ

 นอกจากนี้คลื่มลมในทะเลชายฝั่งอ่าวไทยซึ่งมีกำลังแรงได้ซัดและกัดเซาะบริเวณแนวหาดสงขลาได้รับความเสียหายหลายจุด ส่งผลให้ขณะนี้มีบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยริมชายหาดได้รับความเสียหายแล้ว1หลัง

 นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองอู่ตะเภา ใน ม.7 ท่าช้าง ได้รับความเสียหายอีกจำนวน3หลัง หลังระดับน้ำในคลองเริ่มสูงและกัดเซาะดินบริเวณดังกล่าวทรุดตัว ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งอกไปให้ความช่วยเหลือและอพยพประชาชนไปอยู่ที่ปลอดภัยแล้ว

นราฯประกาศให้พื้นที่9อำเภอเภัยพิบัติด้วย

 ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จ.นราธิวาส ออกประกาศให้พื้นที่ 9อำเภอ ประกอบด้วย อ.บาเจาะ อ . สุไหงปาดี อ.ตากใบ อ.จะแนะ อ.แว้ง อ.ยี่ง อ อ.เมือง อ.ศรีสาคร และ อ.สุคิริน เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติต่อเนื่องหลังระดับน้ำเริ่มเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในหลายอำเภอ ทั้งนี้ได้สรุปความเสียหายที่เกิดในพื้นที่43ตำบลใน 9 อำเภอ มีผู้ประสบอุทกภัยรวม3,540 ครัวเรือน 10,188 คน ได้ทำการอพยพราษฎรในพื้นที่ อ.จะแนะ จำนวน 934ครัวเรือน และราษฎรที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสุไหงโก-ลก จำนวน 80ครัวเรือนไปอาศัยที่ศูนย์อพยพของแต่ละอำเภอแล้ว ส่วนพื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,180ไร่ ถนน 15 สาย สะพานและคอสะพานเสียหาย 5แห่ง มัสยิด 3แห่ง พร้อมกันนี้ได้มีการมอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจฯทุกอำเภอออกสำรวจความเสียหายเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป

 ด้านพ.ต.ต.อัสรี ต่วนเพ็ง ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 446 แว้ง ได้นำกำลังพลพร้อมยานพาหนะออกให้ความช่วยเหลือและขนสัมภาระของราษฎร 20ครัวเรือนอง ม.1 บ้านดีแย ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง ไปอยู่ในที่ปลอดภัยหลังระดับน้ำในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 1 เมตร

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราษฎรในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลกจึงต้องเดินสายออกสำรวจพื้นที่พร้อมสั่งการให้ขุดลอกคูคลองเพื่อระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ทันที

 ทั้งนั้หลังฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมาส่งผลให้เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ทำให้นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก พร้อมทีมงานฝ่ายกองช่างและกองสวัสดิการต้องเดินสายเข้าตรวจเยี่ยมพร้อมสำรวจพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ระดับน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกจนสร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎรในพื้นที่อย่างหนัก

 ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าหลายจุดท่อระบายน้ำอุดตันและบริเวณคลองชั่วคราวหลังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลกน้ำไม่สามารถระบายน้ำที่ท่วมขังออกได้เนื่องจากท่อส่งน้ำมีขนาดเล็กจึงไม่เพียงพอต่อการระบายน้ำออกได้ทันกับปริมาณฝนที่ตกอย่างหนักในทุกพื้นที่ ซึ่งนายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลกได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรและชุดขุดเจาะออกไปขยายท่อระบายน้ำในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และจะมีการหารือร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลและโครงการชลประทานในพื้นที่เพื่อกำหนดมาตรการดำเนินการแก้ปัญหาการเกิดอุทกภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และพื้นที่รอบนอกในระยะยาวต่อไป