ข่าว

5ชั่วโมงระทึกก่อนลบชื่อแก๊ง“ปะดอ”

5ชั่วโมงระทึกก่อนลบชื่อแก๊ง“ปะดอ”

23 พ.ย. 2552

การปะทะดุเดือดระหว่างแก๊ง “ปะดอ" กับเจ้าหน้าที่ทหาร ก่อนนำไปสู่การปลิดชีพ 6 ราย เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้กระตุกให้สถานการณ์ชายแดนภาคใต้กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ท.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี เล่าว่า ปฏิบัติการเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย เริ่มต้นหลังจากตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปัตตานีและ สภ.โคกโพธิ์ ได้เบาะแสหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นายอาหามะดือราแม หะยีมะ หรือ “ปะดอ” ผู้ต้องหาหลายคดี เข้ามากบดานในพื้นที่

 สำหรับ “ปะดอ” นั้นมีความสามารถด้านการ ประกอบวัตถุระเบิด รวมทั้งใช้อาวุธปืนสงคราม ก่อเหตุยิงชาวบ้านหลายพื้นที่ ยิงรถนักเรียนหนอกจิก และวางระเบิดหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่โรงสีข้าว อ.โคกโพธิ์

 เมื่อเป้าหมายชัดเจน ตำรวจกว่า 30 นาย ได้เคลื่อนพลเข้าตรวจค้นพื้นที่ในพิกัด บ้านเลขที่ 192/3 หมู่ 5 ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เริ่มตั้งแต่เวลา 12.30 น. โดยมีผู้นำชุมชนเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย

 แต่ภารกิจที่ทุกฝ่ายหมายจะให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น พลันต้องสะดุดหยุดกึก

 เมื่อคนร้ายชิงลงมือยิงสวนออกมาจากบ้านพักใส่เจ้าหน้าที่ เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ทำให้ชุดปฏิบัติการตรวจค้นพร้อมคณะผู้นำชุมชนต้องถอยกรูด กระจายกำลังปิดล้อมบ้าน พร้อมกับเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธและมอบตัว...ทว่าไร้เสียงตอบรับ

 นาฬิกาบอกเวลาล่วงเลยเกินชั่วโมง ยังไม่มีท่าทีตอบกลับจากฝ่ายตรงข้าม ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ จึงตัดสินใจขอกำลังเสริมจากหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 ที่รับผิดชอบพื้นที่

 ไม่กี่อึดใจกำลังทหารของหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 ก็เดินทางมาสมทบ พร้อมกับเปิดฉากกดดันคนร้ายให้ออกมามอบตัวด้วยการนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินวนในรัศมี 1 กิโลเมตร

 เข้าสู่ชั่วโมงที่สอง เจ้าหน้าที่ยังคงใช้สันติวิธีขอเจรจากับคนร้าย ให้ นายยูโซ๊ะ สาเมาะ ผู้ใหญ่บ้าน กล่อมผ่านเครื่องขยายเสียง

 “ส่งโต๊ะอิหม่ามเข้าไปพูดคุยภายในบ้าน คิดว่าเป็นทางออกที่ดีในเวลานี้ แต่สุดท้ายก็ต้องเดินออกมาพร้อมกับความผิดหวัง เพราะเขาไม่ยอมมอบตัว" พ.ท.หาญพล เล่าถึงแนวทางการเจรจาในนาทีระทึก

 แต่ดูเหมือนสันติวิธีจะไม่ใช่ทางเลือกของคนร้าย เพราะทันทีที่สิ้นเสียงขอร้องให้มอบตัวก็มีกระสุนปืนพุ่งสวนออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว ทำให้ทุกฝ่ายต้องตั้งลำวิเคราะห์สถานการณ์กันอีกรอบ

 เวลาล่วงเลยเข้าสู่ชั่วโมงที่สี่ ทุกฝ่ายได้ข้อยุติว่า ต้องจู่โจมเข้าบ้านหลังที่ว่า ...มีการใช้กล้องตรวจจับความร้อน จนเป็นที่แน่ชัดว่ามีคนอยู่ข้างใน 6 ราย จึงแบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด เพื่อปฏิบัติการ

 ชุดแรก ขว้างแก๊สน้ำตา เพื่อกดดันให้คนร้ายออกมาจากบ้าน แต่ไม่เป็นผล แถมยังมีกระสุนปืนสวนออกมาอย่างต่อเนื่อง

 ชุดที่สอง ใช้ระเบิดเสียงขว้างเข้าไปอีก 2 ลูก ก่อนบุกเข้าไปจู่โจมแบบชิดตัวและเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดราว 20 นาที ส.อ.เฉลิมพล โพธิ์ศรี และ ส.อ.ศรชัย ไชยชมพู ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ

 ชุดที่สาม บุกจู่โจมอีกระลอกด้วยการเปิดปฏิบัติการใช้แก๊สน้ำตาขว้างเข้าไปภายในบ้านอย่างต่อเนื่อง คนร้ายจึงเปิดฉากยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่อย่างดุเดือด

 เมื่อเสียงปืนสงบลงพร้อมกับกลุ่มควันแก๊สน้ำตาเริ่มจางลง พบคนร้ายเสียชีวิตทั้งหมด 6 ศพ อยู่ในห้องน้ำ 3 ศพ หน้าห้องน้ำ 1 ศพ และบนชั้นสองของบ้านอีก 2 ศพ

 ตรวจสอบพบอาวุธปืนเอเค 47 จำนวน 1 กระบอก ปืนเอ็ม 16 อีก 1 กระบอก ปืนพกขนาด 11 มม. 2 กระบอก ซองกระสุนปืนเอเค 47 จำนวน 2 ซอง ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 ซอง ระเบิดขว้างอีก 1 ลูก
 พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการตามหลักมนุษยธรรมและกระบวนการทางกฎหมายทุกขั้นตอน และให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในการใช้เครื่องขยายเสียงพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจ โดยผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงออกมามอบตัว และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือในการดำเนินการตามกฎหมาย

 “เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามด้วยสันติวิธีอย่างที่สุดแล้วและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงลุกลามบานปลายยิ่งขึ้น จึงตัดสินใจระงับเหตุด้วยการใช้แก๊สน้ำตา พร้อมยิงตอบโต้จนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดตอบโต้ ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 6 ราย” ผบ.พตท.ระบุ

 ตลอดระยะเวลาที่เริ่มปิดล้อมจนนำมาสู่การปฏิบัติขั้นเด็ดขาดใช้เวลาทั้งสิ้นร่วม 5 ชั่วโมง น่าจะเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเจตนาให้เกิดการสูญเสียชีวิตหรือทรัพย์สิน

เรื่อง...สุพิชฌาย์ รัตนะ
ภาพ จรูญ ทองนวล