ข่าว

อภิสิทธิ์เชื่อปชช.ไม่อยากเห็นวุ่นวาย

อภิสิทธิ์เชื่อปชช.ไม่อยากเห็นวุ่นวาย

22 พ.ย. 2552

นายกรัฐมนตรีมั่นใจเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ดีขึ้น พร้อมคาดปีหน้ากลับมาเป็นบวกได้ ยันเดินทางไปปฏิบัติภาระกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ในสัปดาห์หน้าแน่นอน เชื่อประชาชนไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

(22พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ โดยกล่าวถึงการประชุมสุดอาเซียน-สหรัฐอเมริกาที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีการร่วมมือกัน เพื่อผลักดันแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม โดยเน้นสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต สร้างความสมดุลย์ และความมั่นคง ซึ่งในวันพรุ่งนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ จะแถลงตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไตรมาสที่ 3 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเชื่อว่า ตัวเลขจะออกมาติดลบน้อยกว่า 2 ไตรมาสแรก และมั่นใจว่า ในไตรมาสที่ 4 จะกลับมาขยายตัวเป็นบวกที่ 3-4% ส่วนปีหน้าคาดว่า จะสามารถขยายตัวเป็นบวกได้ที่ 3-3.5%

โดยปัญหาที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัว 4 เรื่อง คือ  1.ปัญหาการว่างงาน ซึ่งตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ 1.2% หรือประมาณ 4 แสน 5 หมื่น ถึง 4 แสน 6 หมื่นคน ซึ่งไม่ไม่รุนแรงอย่างที่เคยกลัว โดยเชื่อว่า ตัวเลขจะลดน้อยลง  2.การใช้กำลังการผลิต ล่าสุด ดีขึ้นจากเดือน ก.พ.ซึ่งเป็นช่วงที่เป็นจุดต่ำสุด โดยมาอยู่ที่ 65%  เชื่อว่า จะกลับมาสู่ภาวสะปกติ และการลงทุนใหม่ ได้ในช่วงปลายปีนี้  

3. การท่องเที่ยว ซึ่งช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ มีตัวเลขติดลบ โดยช่วงต้นปีติดลบถึง 20% ซึ่งในช่วง เดือน ก.ย.-ต.ค. นักท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น 17-20% และเชื่อว่า พ.ย.-ธ.ค. จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ 4. ปัญหาการส่งออก ซึ่งที่ผ่านมา ติดลบมาโดยตลอด ล่าสุด เริ่มติดลบน้อยลงเหลือ 3% เชื่อว่าช่วง เดือน พ.ย.-ธ.ค. จะสามารถกลับมาเป็นบวกได้ ซึ่งรัฐบาล จะเดินหน้าต่อในการดำเนินการทางเศรษฐกิจต่อไป

อีกทั้ง พร้อมแก้ไขปัญหาความไม่ชัดเจน ของปัญหามาบตาพุด หรือกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งการประชุมคณะกรรมการนัดแรกที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน บรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดี


สำหหรับปัญหาหนี้นอกระบบ รัฐบาลพร้อมแก้ไขปัญหาให้คนที่เป็นหนี้ไม่เกิน 2 แสนบาท โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเจรจา และได้รับความร่วมมืออย่างดี จาก กระทรวงยุติธรรม มหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะดำเนินการให้กลับมาอยู่ในระบบ อย่างครบวงจร อีกทั้งจะมีการอบรมสร้างรายได้ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ส่วนภาระกิจในสัปดาห์หน้า จะมีการประชุมเพื่อแก้ปัญหาบัตร อีลิท การ์ด ที่ให้สิทธิพิเศษ แก่ผู้ถือบัตร โดยปัจจุบันงบประมาณที่ดูแลเรื่อวดัวกล่าวเริ่มลดลง เบื้องต้น จะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ซื้อโครงการ โดยกำหนดเงื่อนไข โดยรัฐจะช่วยเหลือสิทธิ์ที่เกี่ยวกับภาครัฐ ซึ่งจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่างเงื่อนไขในการปฏิบัติตต่อไป  อีกทั้งจะเดินทางไปเยือน ประเทศการ์ต้า  ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกในประเทศตะวันออกกลาง โดยจะประสานงานร่วมระกว่าง อาเซียนและตะวันออกกลางด้วย

สำหรับการเดินทางไปปฏิบัติภาระกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ในสัปดาห์หน้า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่อยากให้มีความรุนแรง พร้อมเชื่อว่า ประชาชนไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง