ข่าว

"ป๋าเสนาะ"แนะซักฟอกไม่ลงมติ"เนวิน"แจงกล้ายางยันทำเพื่อคนอีสาน

"ป๋าเสนาะ"แนะซักฟอกไม่ลงมติ"เนวิน"แจงกล้ายางยันทำเพื่อคนอีสาน

05 มี.ค. 2552

มท.เด้งผู้ว่าฯเชียงราย เด็ก "ยุทธ ตู้เย็น" เข้ากรุ เหตุทำงานเกาเหลาขรก.-คุมเสื้อแดงไม่อยู่ ถูกร้องเรียนเพียบ "เสนาะ" เสนอเปิดอภิปรายโดยไม่ลงมติ ติงยังไม่ถึงเวลา "เหลิม" นั่งนายกฯ ขู่ไม่ทำตามจะไม่ร่วมอภิปรายด้วย วิปรัฐคาดเปิดศึกซักฟอก 26-27 มี.ค. นายกฯ แจง

รายงานจากกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 4 มีนาคมนายวิชัย ศรีขวัญ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งที่ 80/2552 ให้นายไตรสิทธิ์สินสมบูรณ์ทอง ผู้ว่าฯ เชียงราย มาช่วยราชการกระทรวงมหาดไทยชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้รองผู้ว่าฯ เชียงราย อาวุโสอันดับ 1 รักษาราชการแทน

รายงานข่าวแจ้งว่าสาเหตุการตัดสินใจของนายวิชัยในครั้งนี้ เป็นเพราะได้รับหนังสือร้องเรียนจากข้าราชการใน จ.เชียงรายจำนวนมาก ว่า ไม่สามารถทำงานร่วมกับนายไตรสิทธิ์ได้ อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ก็แสดงท่าทีต่อต้าน เพราะไม่พอใจการทำงาน โดยเฉพาะผู้ใต้บังคับบัญชาที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ได้ร้องเรียนมาที่กระทรวงมหาดไทยจำนวนมาก จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาในการทำงาน ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาจึงต้องย้ายมาช่วยงานที่กระทรวงมหาดไทยชั่วคราว

นอกจากนี้ยังพบว่านายไตรสิทธิ์ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนเสื้อแดง ที่มีการรวมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลหลายครั้ง ทำให้ฝ่ายการเมืองไม่พอใจอย่างมาก แต่เหตุผลการย้ายครั้งนี้น่าจะเป็นเรื่องการทำงานภายในมากกว่า

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่านายไตรสิทธิ์เป็นผู้ว่าฯ เชียงราย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 เพราะมีแรงสนับสนุนจากนายยงยุทธติยะไพรัช อดีต ส.ส.เชียงราย และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสายตรงพรรคเพื่อไทย โดยโยกย้ายให้ออกจากตำแหน่งจากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย สมัย ร.ต.อ.เฉลิมอยู่บำรุง เป็น รมว.มหาดไทยหลังจากถูกย้ายมาช่วยราชการที่กระทรวงมหาดไทยเป็นเวลานาน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายไตรสิทธิ์ เดิมชื่อนายไชยสิทธิ์ แต่เปลี่ยนชื่อเพื่อแก้เคล็ดตามความเชื่อ โดยนายไตรสิทธิ์จะเกษียณอายุข้าราชการในเดือนตุลาคม 2552 นี้

"เสนาะ" เสนอซักฟอกไม่ต้องลงมติ

นายเสนาะเทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกับพรรคเพื่อไทยถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่เบื้องต้นได้เสนอแนวคิดการอภิปรายไปแล้วว่า ควรเปิดอภิปรายโดยไม่ลงมติ อย่างไรก็ตาม การอภิปรายครั้งนี้ ไม่ควรใช้ชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และไม่จำเป็นต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากบ้านเมืองอยู่ท่ามกลางความแตกแยก ส่วนจะใช้ชื่อไหนยื่นญัตติ หรืออภิปรายรูปแบบใดนั้น คงต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้จะร่วมอภิปรายหรือไม่ นายเสนาะกล่าวว่า จะไม่ร่วมอภิปรายแน่นอน

หัวหน้าพรรคประชาราชกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเดินหน้าเสนอชื่อร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นนายกรัฐมนตรี แนบไปกับญัตติขอเปิดอภิปรายว่า "เรียนตรงๆ ว่า ยังไม่ถึงเวลาของน้องเฉลิม อย่าเอาชื่อเสียง เกียรติภูมิที่สร้างสมมา มาจบกับตรงนี้ ควรจะมาร่วมกันอภิปรายทั่วไปให้ประชาชนตัดสิน เป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งน้องเฉลิมจะพูดอะไรก็เต็มที่เลย"

ส่วนหากพรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับข้อเสนอพรรคประชาราชจะโหวตให้ใครนายเสนาะกล่าวว่า "ไม่โหวต เพราะโหวตไปเสียมือ พูดเสียน้ำลาย"

 เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจได้อย่างไรว่าในการโหวตจะคุมลูกพรรคได้ นายเสนาะกล่าวว่า คุมได้แน่ พรรคประชาราชมี ส.ส.9 คน เพราะก่อนหน้านี้ตนคุม ส.ส.มาเป็นร้อย ไม่เคยมีการแตกแถว

ด้านนายวิทยาบุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน กล่าวว่า รับทราบข้อเสนอของนายเสนาะแล้ว โดยพรรคจะหาข้อสรุปกันอีกครั้งในวันที่ 5 มีนาคมนี้

เหลิมเมินเคลียร์เสนาะ-โต้แม้วเคาะนายกฯ

ร.ต.อ.เฉลิมอยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีนายเสนาะไม่เห็นด้วยกับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ การที่นายเสนาะแสดงความเห็นมา ตนก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร และจะฟังมติพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก ส่วนคนที่ประสานงานกับพรรคต่างๆ คือ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่หน้าที่ของตน 

ส่วนที่มองว่าการเสนอชื่อร.ต.อ.เฉลิมเป็นนายกฯ แนบไปในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะนายใหญ่เป็นผู้สั่งการใช่หรือไม่ ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ไม่จริง การใส่ชื่อตนแนบเป็นนายกฯ ไม่ได้ผูกพันกับอะไรทั้งสิ้น เป็นเพียงข่าวลือ ส่วนตัวไม่คิดจะรับตำแหน่งใดๆ ในพรรค

ต่อมาภายหลังการประชุมคณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจร.ต.อ.เฉลิมแถลงว่าพรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้นายพีรพันธุ์พาลุสุข ส.ส.ยโสธรและนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วนคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค ไปร่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนการยื่นถอดถอนนายกฯ ได้มอบหมายให้นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วนและนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนครไปร่างญัตติมา แต่ยังไม่บอกว่าจะยื่นถอดถอนในประเด็นใด โดยจะไปยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภาในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้น นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน จะไปยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภา ซึ่งจะแบ่งเป็นการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ 1 ฉบับและการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีอีก 1 ฉบับในเบื้องต้นพรรคเพื่อไทย ยังคงยืนยันอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีอีก 3 คนตามที่เคยประกาศไป แต่จะมีเพิ่มเติมอีกหรือไม่ วันที่ 9 มีนาคมถึงจะมีความชัดเจน
แฉรมต.รับล.เอื้อนำเข้ากากถั่วเหลือง

นายประชาประสพดี ส.ส.สุมทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่ารัฐบาลไปไม่รอดแน่นอน เพราะได้รับข้อมูลจากนักธุรกิจคนหนึ่ง ซึ่งมาร้องเรียนกับตนได้จ่ายเงินจำนวน 30 ล้านบาทให้แก่รัฐมนตรีในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เพื่อแลกกับการเอื้อประโยชน์ในการนำเข้ากากถั่วเหลืองให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีข้อมูลที่ชัดเจนทั้งพยานบุคคลและเอกสารชัดเจนมาก โดยวันที่ 5 มีนาคมตนจะนำข้อมูลมอบให้คณะทำงานเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย

ด้านนายสุนัยจุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากคนในกระทรวงศึกษาธิการว่า มีการล็อกสเปกเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ งบประมาณกว่า 700 ล้านบาทให้แก่วิทยาลัยในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) อาทิเครื่องจักรที่ใช้ในการสอนเด็ก และโต๊ะนักเรียน โดยมีพ่อค้า ที่มีอักษรย่อว่า "ป" เป็นคนที่วิ่งเต้นให้ซื้อครุภัณฑ์จากบริษัทเอกชนที่มีการล็อกสเปกไว้แล้ว

ยัน2 กลุ่มพผ.โหวตหนุนให้รัฐบาล

นพ.อลงกตมณีกาศ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากการซาวเสียง ส.ส.ของพรรคในการสนับสนุนรัฐบาลต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจล่าสุด มีทั้งหมดกว่า 20 คน โดยแบ่งเป็น ส.ส.กลุ่มวังพญานาค กลุ่มโคราช และกลุ่มบ้านริมน้ำ ส่วนกลุ่ม ส.ส.ของ พล.ต.อ.ประชา ที่มีอยู่ 9 คน และ ส.ส.พรรคราษฎร อีก 3 คน รวม 12 คนนั้น จากการพูดคุยประสานไปล่าสุด ทราบว่า ส.ส.กลุ่มของ พล.ต.อ.ประชา ตอบรับที่จะยกมือสนับสนุนรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน และถือเป็นมารยาททางการเมือง อย่างไรก็ดี กลุ่ม พล.ต.อ.ประชา ขอสงวนท่าที หากมีความไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน จะขอเป็นการงดออกเสียงแทนการโหวตไม่ไว้วางใจ

วิปรัฐบาลคาดเปิดอภิปราย26-27 มี.ค.

นายชินวรณ์บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า ตามระเบียบวาระหากฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมาในวันที่ 11 มีนาคม ก็ต้องให้เวลารัฐบาลประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อเตรียมข้อมูล คาดว่าการอภิปรายน่าจะอยู่ประมาณวันที่ 25-27 มีนาคม อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปต่างประเทศในวันที่ 25 มีนาคม ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจจะเลื่อนไปในวันที่ 26-27 มีนาคม ยืนยันว่ารัฐบาลนี้พร้อมให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ และไม่หวั่นไหวหากฝ่ายค้านจะนำเรื่องส่วนตัว เรื่องชู้สาว หรือเรื่องกิ๊กมาอภิปราย

นายกฯปัดศึกชิงมวลชนเมินเสื้อแดงไล่

นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยและมวลชนเสื้อแดงเตรียมลงพื้นที่ประกบรัฐบาลว่า ไม่มีปัญหา นักการเมืองมีหน้าที่พบประชาชนอยู่แล้วไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าเป็นศึกชิงมวลชนของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ แต่ถือเป็นการแข่งขันการทำงาน อย่าไปมองในแง่ความขัดแย้ง เชื่อว่าประชาชนจะไม่สับสนกับข้อมูลจากหลายฝ่ายเพราะประชาชนมีวิจารณญาณ ต้องเชื่อในวิจารณญาณของประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ประกาศว่า ให้รัฐบาลเตรียมใจที่จะต้องเจอคนเสื้อแดงไปขับไล่ทุกๆ ที่แน่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้บอกเองว่า อยากเห็นนักการเมืองแข่งขันกันทำงานในเชิงสร้างสรรค์หรืออยากให้เกิดปัญหา รัฐบาลไม่ต้องการมีปัญหากับใคร หากรัฐบาลจะไปพบปะประชาชนและรับฟังปัญหา ฝ่ายค้านก็มีสิทธิ์ที่จะไปเสนอมุมมองของตัวเอง แต่อย่าเอาคนไปเผชิญหน้าเพื่อทะเลาะเบาะแว้งกัน

หากเกิดการเผชิญหน้ากันรัฐบาลจะทำอย่างไรหรือไม่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาสองเดือนบอกแล้วว่าตบมือข้างเดียวไม่ดัง

ปัดตอบแก้ก.ม.หมิ่นเบื้องสูง-คุกลับ

นายกรัฐมนตรีตอบคำถามสั้นๆถึงกรณีกลุ่มนักวิชาการต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เตรียมทำหนังสือถึงนายกฯ เพื่อขอให้แก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยอ้างว่ามักมีการใช้กฎหมายดังกล่าวจัดการกับศัตรูทางการเมืองว่า "เดี๋ยวสัปดาห์หน้าค่อยคุย"

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังปฏิเสธให้สัมภาษณ์เมื่อถูกถามกรณีหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์นำเสนอข่าวประเทศไทยมีคุกลับสำหรับใช้คุมขังผู้ก่อการร้ายสากลโดยรีบเดินหนีขึ้นรถทันที

"คุณหญิงกัลยา"เชื่อไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ

คุณหญิงกัลยาโสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กำหนดการเดินทางไปต่างจังหวัดคือ พื้นที่ จ.อุดรธานี หนองคาย และระยอง ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า จ.อุดรธานี มีการต่อต้านรัฐบาลนั้น คงไม่มีปัญหาอะไร จังหวัดที่ไปตนก็เลือกเองและคงไม่เปลี่ยน และไม่ได้คิดอะไร ทุกคนมีบทเรียนว่า สิ่งต่างๆ ทำไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ตนก็ฟังข่าวว่าคงเลิกชุมนุมไปแล้ว หากต้องการแสดงความคิดเห็นคงก็ทำได้ แต่คงไม่มีการลงไม้ลงมือ

บุญจงเผยถ้าเจอม็อบไล่จะยกมือไหว้

นายบุญจงวงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจะจัดให้รัฐมนตรีลงพื้นที่คนละ 2 จังหวัด ว่า จะลงพื้นที่ จ.นครพนม ในวันที่ 6 มีนาคม ส่วนอีกจังหวัดต้องพิจารณาอีกที แต่เชื่อว่านโยบายที่ให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการท้าทายกลุ่มเสื้อแดง

เมื่อถามว่าต้องสวมหลวงพ่อโกยอย่างที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ระบุหรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า ไม่โกยหรอก แต่ถ้าเจอจะยกมือไหว้ จะคุยกัน มีปัญหาอะไรขอให้คุยกัน เชื่อว่าเมื่อคุยด้วยเหตุผลปัญหาจะจบ ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ปิดกั้นการแสดงออก แต่ขอให้ชุมนุมอยู่ภายใต้กฎหมาย

ปัดข่าวประเทศไทยมีคุกลับที่อุดร

เมื่อเวลา10.30 น.นายเอริค จี.จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง โดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที จากนั้นนายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ในการหารือไม่มีพูดคุยกันในเรื่องที่มีข่าวว่ามีคุกลับในประเทศไทย ตนไม่เคยได้ข่าวในเรื่องนี้ และไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่จะพยายามสืบสวนสอบสวน ส่วนที่มีข่าวว่ามีคุกลับที่ จ.อุดรธานี นั้น ไม่ทราบ เพราะช่วงนั้นไม่ได้เป็นรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่ดูแลด้านความมั่นคงได้มองเรื่องนี้ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายสุเทพกล่าวว่า เราเป็นประเทศประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักนิติรัฐในการปกครอง ฉะนั้นอะไรที่ไม่ถูกต้องตามกระบวนการก็คงไม่สนับสนุน

ผบ.ทบ.ปัดคุกลับ-ท้าตำแหน่งประกัน

พล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐยืนยันว่าในประเทศไทยมีคุกลับที่ใช้ในการสอบสวน และทารุณผู้ก่อการร้ายต่างชาติ ว่า ขอยืนยันว่าไม่มีคุกดังกล่าวในประเทศไทย

เมื่อถามว่ามีที่ จ.อุดรธานี อย่างที่เคยมีข่าวออกมาหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ไม่มีแน่ ทุกคนก็เห็นว่าไม่มีที่ลับตรงไหน และสามารถเดินทางไปตรวจสอบได้ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกพื้นที่ ใครๆ ก็ไปดูได้ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วทำไมทางการสหรัฐ จึงเชื่อว่ามีคุกลับในไทย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ถ้าถามว่าทำไม ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ต้องถามคนพูด

ส่วนจะมีการตรวจสอบกระแสข่าวดังกล่าวหรือไม่เพราะเป็นผลลบต่อประเทศไทย ผบ.ทบ. กล่าวว่า ถ้าถามอย่างนี้ก็ตอบไม่ได้ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ยืนยันว่ากองทัพบกไม่มีล้านเปอร์เซ็นต์ ขอเอาตำแหน่งเป็นประกัน

ด้านพ.อ.จิตตสักก์เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ข่าวนี้เป็นเพียงข่าวเก่า ยืนยันว่าไทยไม่มีคุกลับใน จ.อุดรธานีเพราะไม่มีความจำเป็นใดๆ คงเป็นเพียงการผูกโยงเรื่อง เพราะสนามบินอุดรธานีเคยเป็นสนามบินที่สหรัฐอเมริกาใช้ในสมัยสงครามเวียดนาม เชื่อว่าเหตุที่ปล่อยข่าวออกมาในช่วงนี้ คงเป็นเพียงเพราะต้องการปลุกกระแสโอบามาเท่านั้น เป็นการพยายามเสนอข่าวเพื่อโยงเกี่ยวกับการปิดคุกกวนตานาโม ดังนั้น ยืนยันว่าข่าวไม่เป็นความจริง

บัวแก้วยันไม่มีทรมานนักโทษในคุกลับ

นายธฤตจรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธรายงานที่ว่าสหรัฐอเมริการะบุว่ามีการทรมานนักโทษที่คุกลับในประเทศไทย ว่า ไม่มีในประเทศไทย แต่หากมีข้อมูลใด กระทรวงการต่างประเทศพร้อมที่จะตรวจสอบอีกครั้ง กระทรวงได้พยายามตรวจสอบ และพบว่าต้นข่าวไม่ระบุพาดพิงถึงประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะ มีการพูดแต่เพียงการทำลายวิดีโอ 92 ม้วนเท่านั้นโดยไม่ทราบเหมือนกันว่าเชื่อมโยงกันได้อย่างไร อย่างไรก็ตามเท่าที่ตรวจสอบไม่มีการพูดถึงประเทศไทย

"พงศ์เทพ"รับไม่มีข่าวอังกฤษให้วีซ่าแม้ว

นายพงศ์เทพเทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยมีการติดต่อยื่นขอวีซ่าเข้าพำนักถาวรในประเทศอังกฤษ ตามที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ รวมทั้งขณะนี้รัฐบาลอังกฤษยังคงเพิกถอนวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เช่นเดิม และไม่เคยได้รับข้อมูลว่ารัฐบาลอังกฤษมีการยกเลิกคำสั่งการเพิกถอนวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด

ส่วนความคืบหน้าการปาฐกถาในหัวข้อวิกฤติทางการเงินความไม่มั่นคงทางการเมือง บทเรียนจากประเทศไทย ผ่านระบบวิดีโอลิงก์ของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง ที่มีรายงานว่าคณะผู้จัดได้กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 12 มีนาคมนี้ นายพงศ์เทพกล่าวว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ตอบรับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตร.ขออนุมัติหมายจับเสื้อแดงรุมยำทหาร

พล.ต.ต.วิชัยสังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กล่าวว่า ในเวลา 14.00 น.วันที่ 4 มีนาคมนี้ พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต จะนำสำนวนการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐานซึ่งเป็นภาพถ่ายที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดและภาพนิ่ง ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกันทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร บริเวณแยกมิสกวัน ไปขออนุมัติหมายจับกุมจากศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก จำนวน 7 คน ตามที่ผู้เสียหายชี้ตัว ยืนยันข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมเชื่อมั่นว่าศาลจะพิจารณาออกหมายจับ ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขออย่างแน่นอน

สภาล่มซ้ำซากเลื่อนถกพ.ร.บ.ไป5 มี.ค.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ประชุมสาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการวาระแรกร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.... ที่ ครม.และสมาชิกเสนอรวม3 ฉบับแล้วได้พิจารณาให้ความเห็นชอบรับหลักการวาระแรกร่าง พ.ร.บ.เหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาแล้ว ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงที่ ครม.เป็นผู้เสนอปรากฏว่าภายหลังการอภิปรายของสมาชิก ก่อนจะลงมติ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนผลปรากฏว่ามีองค์ประชุมอยู่ในห้องประชุมเพียง 220 คนซึ่งไม่ครบองค์ประชุมที่ต้องมีจำนวน 231 เสียงทำให้นายสามารถสั่งเลื่อนการลงมติไปในวันที่ 5 มีนาคมและสั่งปิดประชุมเวลา 20.15 น.

เนวินยันบริสุทธิ์แถลงเปิดคดีกล้ายาง

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนายเนวิน ชิดชอบ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ ขึ้นแถลงเปิดคดีทุจริตจัดซื้อกล้ายางในส่วนของจำเลย โดยระบุว่า โครงการจัดซื้อกล้ายาง เป็นนโยบายที่มุ่งหวังเปลี่ยนวิถีชีวิตเกษตรกรในภาคอีสานที่ยากจน ให้ดีเหมือนกับเกษตรกรทางภาคใต้ เนื่องจากยางพาราเป็นพืชที่ให้ผลผลิตราคาสูงและไม่มีความเสี่ยง นอกจากนี้ยังเป็นพืชชนิดเดียวที่มีหลักประกันในการตลาด อีกทั้งในโครงการนำร่องปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ จนถึงวันนี้ ซึ่งอีก 2 ปีจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ พบว่ามีผลสำเร็จถึง 90%

นายเนวินกล่าวยืนยันความโปร่งใสถึงการจัดซื้อกล้ายางโดยยกตัวอย่างกระบวนการตรวจรับกล้ายางของโครงการดังกล่าว ที่มีคณะกรรมการ 4 ฝ่าย และไม่รับต้นกล้ายางถึง 13 ล้านต้นจาก 90 ล้านต้น พร้อมทั้งยืนยันว่าโครงการนี้มีเจตนาที่บริสุทธิ์ และหากย้อนเวลากลับไปได้และต้องอนุมัติโครงการดังกล่าว ก็จะยืนยันดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรพี่น้องชาวภาคอีสาน

นักวิชาการยื่นนายกฯแก้ก.ม.หมิ่นเบื้องสูง

วันเดียวกันนี้ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย มีการจัดแถลงข่าวการรณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลไทย ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยมี นายธงชัย วินิจจะกุล นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน สหรัฐอเมริกา และนายแอนดรูว์ วอล์กเกอร์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เป็นผู้นำแถลงผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเว็บแคม ว่า นักวิชาการและบุคคลสำคัญทั่วโลกกว่า 50 คน ได้ร่วมลงนามในจดหมายเพื่อยื่นต่อนายกรัฐมนตรีของไทย เรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นายธงชัยได้อ่านจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีมีข้อเรียกร้องดังนี้ 1.โปรดยุติการพยายามสร้างมาตรการกดดันปราบปรามที่เข้มงวดยิ่งกว่านี้ทั้งต่อปัจเจกบุคคล เว็บไซต์และการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติ 2.โปรดพิจารณาข้อเสนอแนะที่เรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ตกเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งคุกคามผู้อื่น และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายด่างพร้อยต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสถาบันกษัตริย์บนเวทีสากลยิ่งไปกว่านี้ 3.โปรดพิจารณายกเลิก-ถอนฟ้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่กำลังดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้และดำเนินการเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องโทษที่ถูกตัดสินภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก่อนหน้านี้ เนื่องจากคนเหล่านี้ตกเป็นผู้ต้องหาเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็น ทั้งๆ ที่การแสดงความคิดเห็นไม่ควรเป็นอาชญากรรม

สำหรับผู้ที่ร่วมลงนามในจดหมายฉบับนี้อาทิ ผู้นำระดับโลกในด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของพลเมือง เช่น ลอร์ด แอริก เอฟเบอรี ดร.แคโรไลน์ลูคัส วุฒิสมาชิกฟรานเชสโก มาร์โตเน รวมทั้งนักวิชาการผู้มีชื่อเสียงในวงการวิชาการหลากหลายสาขาทั่วโลก เช่น นอม ชอมสกี สจ๊วต ฮอลล์  อรชุนอัปปาดูรัย เจมส์ สก็อตต์ อารีฟ เดอลิก สแตนลีย์ แทมไบยาห์ อิมมานูเอลวอลเลอร์สไตน์ ตลอดจนสมาชิกหลายคนของสมาคมราชบัณฑิตยสถานอังกฤษ และสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน ประธานและอดีตประธานและผู้นำของสมาคมวิชาการทรงเกียรติคุณในระดับสากล เช่น  สมาคมเอเชียศึกษา สมาคมรัฐศาสตร์อเมริกัน สมาคมสังคมวิทยาอเมริกัน สมาคมเอเชียศึกษาแห่งออสเตรเลีย ฯลฯ