
งอกเงยต้องงดงาม
ช่วงนี้ยุ่งๆ เพิ่งจะสบโอกาสไปสังสรรค์กินข้าวกับเพื่อนเรียนหนังสือ หลังจากที่ไม่เจอกันมานาน แต่ขึ้นชื่อว่าเพื่อนยังไงก็ไม่เปลี่ยน ไม่เห็นกันขนาดไหน กำแพงระหว่างกันก็ยังไม่มี
จะประหลาดใจนิดหน่อย ตรงที่บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร มีสาระเข้ามาปนทั้งการเมือง เศรษฐกิจ แทนที่จะเป็นเรื่องโจ๊กหรือเฮฮาล้วนๆ ซึ่งต้นเหตุก็ไม่ใช่อื่นไกล คงเพราะวุฒิภาวะที่โตขึ้นก็เท่านั้น
แต่มีอยู่เรื่องถกกันนานพอควร ใครสักคนเอ่ยถามเชิงปรึกษา ใกล้ช่วงโปรโมทเลื่อนตำแหน่งปลายปี กำลังอยู่ในภาวะเข้าด้ายเข้าเข็ม เพื่อนรักอีกคนก็มีคะแนนสูสีตีคู่กันตลอด ควรทำยังไง?
ผมคงไม่เล่าถึงบทสนทนาไปมาระหว่างกัน แต่ข้อสรุปที่ได้นั้นง่ายๆ ครับ เราตกลงกันว่าไม่ต้องทำอะไรมาก ทำหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดีที่สุด
เพื่อนก็ส่วนเพื่อน…การเลื่อนตัวเองขึ้น ไม่จำเป็นต้องลดคนอื่นลง ไม่ควรเอาชนะคนอื่นด้วยความไม่ชอบธรรม ไม่ควรเล่นเกมใต้ดิน เพราะนั่นไม่ใช่ความภูมิใจที่แท้จริง
ทุกคนมีความมุ่งมั่น คาดหวัง และทะเยอทะยาน จึงต่างต้องทำอย่างเต็มที่ แต่เมื่อมีข้อจำกัด การรู้แพ้ รู้ชนะ และไม่เล่นนอกกฎ จึงเป็นมาตรฐานทางใจที่ต้องยอมรับตั้งแต่แรก
แม้กระทั่งการตลาด งานประจำที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ มีบ้างที่ต้องอาศัยยุทธวิธี หรือแท็กติกต่างๆ เพื่อเอาชนะคู่แข่งขัน แต่พวกเราก็เน้นให้อยู่บนกรอบจริยธรรมให้ถึงที่สุด เท่าที่จะทำได้
คงเหมือนกับที่ดร.แดนว่าไว้ในหนังสือการคิดเชิงกลยุทธ์… “กลยุทธ์ไม่ใช่การหลอกลวงแต่เป็นการหลอกล่อ ชัยชนะที่โกงมาไม่มีค่าฉันใด กลยุทธ์นอกกติกาก็ไม่มีค่าฉันนั้น”
ช่วงชีวิตผม ได้ยินคำถามที่ว่าด้วยการทำให้เงินงอกเงยมานับสิบครั้ง หลายๆ คนอยากรู้วิธีเอาเงินไปต่อเงิน เพื่อให้เกิดรายได้มหาศาล
ผมว่าตำรา “ฮาวทู” บนชั้นหนังสือ มีเยอะและให้เลือกเต็มไปหมด เพื่อนนักอ่านคงหาได้ไม่ยาก สำหรับผมโจทย์ที่ต้องไม่ลืมคือ ต้องคิดและทำอย่างสุจริต
พูดให้ชัดขึ้น คือไม่โกง ไม่เอาเปรียบ และค้ากำไรเกินควร โดยเฉพาะกับคนไม่มีทางสู้ หรือไม่มีทางเลือก ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ ไม่ปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยสูงลิ่ว แบบมัดมือชก ซึ่งมีให้เห็นกลาดเกลื่อนนอกระบบ อย่างแจกใบปลิว หรือสติกเกอร์แปะตามเสาไฟฟ้าต่างๆ
ครั้งหนึ่งไม่นานผมก็เคยเกือบพลาด มีคนเสนอจะยืมเงินไม่กี่พัน และให้ดอกเบี้ยมหาศาล ทั้งที่เราเองก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ
แต่สุดท้ายสติก็เตือนว่า อาจมีความไม่ชอบมาพากลที่เงินต้นจะสูญเปล่า ขณะที่เราเองก็ไม่ต้องการจะเอารัดเอาเปรียบใครแบบนั้น จึงได้ปฏิเสธและรอดตัวไปในที่สุด
ตัวอย่างอื่นก็มี ผมเห็นช่วงที่สินค้าบางประเภทขาดตลาดหรือมีดีมานด์สูง อย่างตอนที่ไข้หวัดใหญ่ 2009 ระบาดใหม่ๆ พ่อค้าบางคนสบช่องกักตุนหน้ากากอนามัยและเจลเพื่อโก่งราคา โดยคิดว่า เป็นวิธีเพิ่มพูนเงินอย่างง่ายๆ ไม่ต้องลงแรงอะไรมากนัก โอกาสมาก็ต้องฉวย
แถมเข้าข้างตัวเองอีกว่าเราทำนิดเดียว ไม่เหมือนคนอื่นที่อาจโกงบ้าน โกงเมืองมากกว่านี้เป็นร้อยเท่า พันเท่าทวีคูณ
สำหรับผม เลี่ยงได้ เลี่ยงดีกว่า เพราะคนจะโกงก็เริ่มจากเล็กๆ น้อยๆ ก่อนทั้งนั้น เมื่อมากเข้าๆ ก็ละเลย จนมองทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา และอาจพลาด กล้าทำเรื่องใหญ่ๆ ที่ไม่ถูกต้องในอนาคต
อย่าลืมว่า ชีวิตหนึ่งโชคชะตาอาจเล่นตลก ให้ตกอยู่ในภาวะคับขัน ต้องเล่นนอกกติกา โดยได้รายได้มากมายเป็นผลตอบแทน
ผมว่าถ้าเริ่มฉีดภูมิคุ้มกันให้ตัวเองตั้งแต่วินาทีนี้ ถึงคราวจริง การตัดสินใจปฏิเสธ ก็อาจง่ายขึ้นครับ…
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



