
เกมพลิก กำไลอีเอ็มถอดยาก คลิปแฉทำปลอม
"สมศักดิ์"ส่งทีมงานทดสอบศูนย์มอนิเตอร์กำไลอีเอ็ม ผลทดสอบถอดไม่ออก-ตัดยาก คุมประพฤติ โต้ คลิปภาพไม่ใช่กำไลอีเอ็มของทางราชการ-ผู้สาธิตไม่ใช่ผู้ถูกคุมประพฤติ
ุกระทรวงยุติธรรม 6 สิงหาคม 2562 "สมศักดิ์" แจงขั้นตอนประมูลโปร่งใส ไม่มีล็อกสเป็ก แพ้ชนะตัดสินด้วยราคา เผยทำสัญญาเช่าใช้ 21 เดือน จำนวน 4,000 เครื่อง วงเงิน 74 ล้านบาท เล็งสรุปผลสอบข้อเท็จจริงเสนอรมว.ยุติธรรมภายใน 7 วัน
นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีบริษัทฟอร์ท คอเปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ประมูลให้เช่าระบบกำไลอีเล็กทรอนิกส์ (อีเอ็ม) เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ตรวจสอบคุณสมบัติกำไลอีเอ็มที่กรมคุมประพฤติเช่าใช้จากบริษัทสัญชาติจีน ซึ่งมีปัญหาถูกตัดทำลายหรือถอดออกจากข้อมือโดยไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนว่า หลังรับทราบว่ามีผู้มาร้องกล่าวหาคุณสมบัติของกำไลอีเอ็ม จึงเป็นหน้าที่ที่กรมคุมประพฤติต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อชี้แจงให้สังคมได้รับทราบ ประเด็นคือต้องมีบุคคลภายนอกมาร่วมทำการทดสอบระบบกำไลอีเอ็มว่ามีข้อผิดพลาดตามที่มีการร้องเรียนหรือไม่
ต่อมาว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เข้าตรวจสอบศูนย์ควบคุมการติดตามตัวด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ กรมคุมประพฤติ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทดสอบระบบแจ้งเตือนเมื่อกำไลอีเอ็มถูกถอดออกจากข้อมือ โดยผลการทดสอบพบว่าเมื่อผู้ถูกติดตั้งกำไลอีเอ็มพยายามจะดึงหรือแกะสลัก ระบบจะแจ้งเตือนมาที่ศูนย์ควบคุมฯ ว่าอุปกรณ์กำลังถูกตัดทำลาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานตำรวจหรือเจ้าพนักงานคุมประพฤติในพื้นที่ให้เข้าจับกุม นอกจากนี้ คณะทำงานรัฐมนตรีได้ขอให้สาธิตการมอนิเตอร์ภาพรวมผู้ถูกคุมประพฤติทั่วประเทศ 536 ราย ซึ่งไม่พบการฝ่าฝืนเงื่อนไขติดกำไลอีเอ็ม เนื่องจากเป็นผู้กระทำความผิดในคดีเล็กน้อย
ด้านนายพยนต์ สินธุนาวา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติ ได้ร่วมกันชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นให้คณะทำงานรัฐมนตรีได้รับทราบว่า คลิปการถอดกำไลอีเอ็มที่เผยแพร่ในโซเซียลมีเดียน่าจะไม่ใช่กำไลอีเอ็มของกรมคุมประพฤติ เพราะบริเวณสลักล็อคสายและฝาปิดหลังเครื่องไม่มีตรากรมคุมประพฤติ ส่วนตัวนายแบบที่เป็นผู้สาธิตถอดกำไลอีเอ็มก็ไม่ใช่ผู้ถูกคุมประพฤติ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติของกำไลอีเอ็ม กรมคุมประพฤติได้สั่งการไปยังสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศให้เรียกเครื่องมาตรวจทั้งหมด และจะรายงานผลการตรวจสอบไปยังสำนักงานรัฐมนตรีภายใน 7 วัน
ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต กล่าวว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สั่งการให้กรมคุมประพฤติตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความกังวลใจกับระบบติดตามและควบคุมผู้ถูกคุมประพฤติ พร้อมกำชับให้เชิญผู้แทนจากมหาวิทยาลัยภายนอกมาร่วมทดสอบคุณภาพและระบบตรวจจับสัญญาณของกำไลอีเอ็ม หลังถูกกล่าวหาว่ามีจุดอับสัญญาณ
โดยขอให้เร่งรัดการตรวจสอบ เพราะจนถึงขณะนี้กรมคุมประพฤติยังไม่ได้จ่ายเงินค่าเช่าใช้อุปกรณ์ตามสัญญาจ้าง หากการจ่ายเงินล่าช้าฝ่ายราชการอาจเป็นฝ่ายถูกปรับ แต่ถ้าจ่ายเร็วก็จะถูกครหาว่าหมกเม็ด ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบระบบการใช้งานกำไลอีเอ็ม พบว่ากำไลอีเอ็มไม่สามารถถอดทำลายออกได้ง่าย แต่อาจมีข้อผิดพลาดเกิดกับผู้ถูกคุมประพฤติที่มีขนาดข้อมือเล็ก จึงแนะนำเปลี่ยนไปติดกำไลอีเอ็มติดข้อเท้าแทนข้อมือ
นายพยนต์ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติเปิดประมูลเช่าใช้กำไลอีเอ็ม 4 พันเครื่อง ขณะนี้ใช้ไปแล้ว 2,800 เครื่อง ในขั้นตอนการกำหนดทีโออาร์ไม่สามารถเขียนห้ามว่าจะไม่ซื้อสินค้าจากประเทศหนึ่งประเทศใดได้ คุณสมบัติที่ออกมาจึงต้องกำหนดให้เป็นกลาง โดยมีผู้เสนอราคา 3 ราย บริษัทผู้ร้องแม้จะผ่านเกณฑ์ด้านคุณสมบัติ แต่มีราคาแพง
ผู้ชนะการประมูลเสนอราคาเช่าใช้อุปกรณ์ ระบบมอนิเตอร์ภาพรวมทั่วประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ในวงเงิน 74 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาตามสัญญา 21 เดือน ส่วนใหญ่ผู้ถูกคุมประพฤติจะถูกห้ามออกนอกบ้านหลัง 22.00 น. เนื่องจากเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับจราจร เมาแล้วขับ หรือเป็นกลุ่มวัยรุ่นขับรถซิ่ง ที่ผ่านมาพบมีผู้พยายามตัดทำลายกำไลอีเอ็ม 2 ราย เป็นผู้ถูกคุมประพฤติที่มีอาการทางจิต ซึ่งมีสัญญาณแจ้งเตือนมาที่ศูนย์ควบคุมฯ และเจ้าหน้าที่สามารถถึงที่เกิดเหตุภายใน 40 นาที โดยเจ้าหน้าที่ร้องขอให้ศาลสั่งถอดกำไลอีเอ็มพร้อมส่งตัวรักษาอาการป่วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า บริษัทฟอร์ทฯ เคยเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์อีเอ็มที่กรมคุมประพฤติเช่าใช้ แต่ยืนยันว่าในการประมูลได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและระเบียบพัสดุอย่างเข้มงวด มีการยกร่างทีโออาร์ถูกต้องตามกฎหมาย เปิดให้รับฟังความเห็นทีโออาร์ 2 รอบ และเมื่อผ่านการทดสอบด้านคุณสมบัติแล้วจะต้องตัดสินกันที่เกณฑ์ราคา
ทั้งนี้ กำไลอีเอ็มไม่ได้มีคุณลักษณะแตกต่างไปจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว เพียงแต่กำหนดคุณสมบัติพิเศษให้มากขึ้นเพื่อใช้กับผู้กระทำความผิดควบคุมให้อยู่ในบริเวณที่จำกัด รวมไปถึงใช้ควบคุมผู้ถูกคุมประพฤติไม่ให้ขับรถด้วยความเร็ว ผู้ที่กระทำความผิดในคดีเล็กน้อยที่มีโทษจำคุกไม่ถึง 5 ปี หรือใช้ป้องปรามในคดีเมาแล้วขับ ที่ติดกำไลเพียงช่วงสั้นๆ 10-15 วัน ซึ่งหัวใจสำคัญของระบบคือเมื่อกำไลถูกตัดหรือถอดต้องมีสัญญาณแจ้งเตือน กำไลอีเอ็มของกรมคุมประพฤติจึงถูกออกแบบให้ใช้งานแตกต่างจากผู้ต้องหาในคดีที่มีโทษหนักที่ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล
"หลังการนำร่องใช้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา กรมคุมประพฤติยังไม่เริ่มจ่ายเงินค่าเช่าอุปกรณ์ เนื่องจากเพิ่งผ่านการตรวจการจ้างไปเพียง 1 งวดงาน แต่บริษัทคู่สัญญาถูกกรมคุมประพฤติสั่งปรับไปแล้ว 2 ล้านบาท เนื่องจากส่งมอบอุปกรณ์ล่าช้า" แหล่งข่าวระบุ



