ข่าว

ค่ายรถยนต์แห้วรัฐเมินลดภาษี
   โยนธปท.-คลังดูปัญหาสินเชื่อ

ค่ายรถยนต์แห้วรัฐเมินลดภาษี โยนธปท.-คลังดูปัญหาสินเชื่อ

04 มี.ค. 2552

ค่ายรถยนต์แห้ว ครม.เศรษฐกิจไม่ผ่านลดภาษีสรรพสามิต 3% ห่วงกระทบรายได้ของรัฐ และอุตสาหกรรมอื่น โยนธปท.-คลังเข้าไปดูเรื่องสินเชื่อ หาช่องทางเพิ่มกำลังซื้อ

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เสนอมาตรการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวต่อที่ประชุม ซึ่งในส่วนของมาตรการระยะสั้นมี 3 ข้อเสนอ ได้แก่ การช่วยเหลือเพื่อปรับปรุงศักยภาพผู้ผลิต การบรรเทาผลกระทบแรงงานด้วยการฝึกอบรม เพื่อเพิ่มทักษะ และข้อเสนอสุดท้ายคือ เพิ่มกำลังซื้อด้วยการนำมาตรการทางภาษีมาสนับสนุน
 "ใน 2 ข้อเสนอแรกไม่มีปัญหา แต่ปัญหาเรื่องกำลังซื้อต้องดูว่ารัฐบาลจะสนับสนุนโดยวิธีใดได้บ้าง ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันว่า การนำมาตรการทางภาษีมาสนับสนุนไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสม และจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ไปดูเรื่องการปล่อยสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ว่าเป็นอย่างไร และจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดไหน เพราะข้อเสนอดังกล่าวยังต้องมีการทบทวน เช่น จะให้รัฐบาลไปค้ำประกันเงินดาวน์ และให้สำนักงบประมาณและหน่วยงานต่างๆ ไปสำรวจเรื่องความต้องการรถยนต์ของภาคราชการ ซึ่งอาจจะมีการปรับแผน เพื่อเพิ่มยอดขายหรือกำลังซื้อ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ภาคราชการต้องการจริง ๆ
 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ขอให้ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3% เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชน เพราะเกรงจะกระทบต่อรายได้ของรัฐบาล จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปศึกษาข้อมูลว่า หากมีการลดเงินดาวน์ ในช่วงเศรษฐกิจมีปัญหา และหากให้สถาบันการเงินของรัฐปล่อยสินเชื่อรถยนต์จะมีกำลังซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นหรือไม่ รวมทั้งจะทำให้มีภาระหนี้ของประชาชนเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด
 อย่างไรก็ตาม เพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายรถยนต์ในอีกทางหนึ่ง ได้ให้หน่วยงานของรัฐกลับไปทบทวนแผนการจัดซื้อรถยนต์ให้เร็วขึ้น ด้วยการตรวจสอบสภาพรถยนต์ของหน่วยงานต่างๆ มีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ โดยพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สำหรับการจัดซื้อรถเมล์ปรับอากาศเอ็นจีวี 4,000 คัน ยังคงอยู่ในแผนการพิจารณา แต่ต้องประกอบโดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และก่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศ
 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อการลงทุนสำหรับอนาคต เพื่อดำเนินการในระยะเร่งด่วน คือ 1. การเร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ 2.การควบคุมความเสียหายจากวิกฤติให้อยู่ในวงจำกัด และการเร่งช่วยเหลือภาคการผลิตที่แท้จริง 3.การกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในอนาคต