
ถอนประกันปิดวิทยุสกัดลอบสังหารอภิสิทธิ์
"จะระดมคน 8 จังหวัดภาคเหนือมาร่วมวางแผน ไม่ว่าฮ.จะไปลงที่ไหน...ต้องฌาปนกิจแล้วเอากระดูกไปลอยน้ำ"
"ถ้าชุมนุมทั้งทีก็ต้องล้อมสนามบิน...ไม่เป็นไรเรายอมติดคุก"
"เอากันให้สิ้นไปเลย ไม่ต้องไปไล่มัน ต้องทำให้เฉียบขาดเสร็จสิ้น เราเตรียม 4-5 คนไว้แล้ว 4 คนคือมือสังหารของพวกเรา เตรียมตัวไว้ ผอ.จะบอกว่า วันที่ 29 จะอยู่ตรงไหน รัศมีห่างไม่เกิน 50 เมตร ...สูเข้าไปตูมได้แล้ว"
นี่คือส่วนหนึ่งของการถอดเทปการสนทนาระหว่างผอ.สถานีกับสุรชัย ที่สถานีวิทยุชุมชนเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลาระหว่างเวลา 09.26-09.43 น.
มีความพยายามปลุกระดมคนเสื้อแดงภาคเหนือให้มาปิดล้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันที่เดินทางไปร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ที่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้
บทสนทนาระหว่างผู้อำนวยการสถานีกับสุรชัย อดีตฝ่ายซ้ายที่ก้าวเข้ามาเล่นการเมืองและเป็นหนึ่งในกลุ่มแกนนำเสื้อแดง ดูจะเป็นจริงเป็นจังขึ้นเมื่อหน่วยงานด้านความมั่นคงพยายามหาข้อมูลว่า มีการเตรียมการลอบสังหารบุคคลสำคัญจริงหรือไม่
ข้อมูลทั้งหมดดูจะมีน้ำหนักขึ้น เมื่อแผนยุทธศาสตร์รวมตัวกลุ่มเสื้อแดง จะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 2 ธันวาคม ที่กรุงเทพฯ แกนนำอย่าง จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และวีระ มุสิกพงศ์ ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่า ศึกครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายเพื่อปิดเกมรัฐบาล ซึ่งล้วนสอดคล้องกับคดียึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่อย่างช้าต้นปีหน้าจะมีคำตัดสินออกมา
ดังนั้นทุกภาคส่วนของกลุ่มเสื้อแดงจึงต้องเร่งปิดเกม
แต่ดูเหมือนฝ่ายรัฐบาลก็มองออกเช่นกัน พร้อมกับเตรียมรับมือโดยเฉพาะการชุมนุมครั้งนี้อาจมีการยั่วยุสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อนำไปสู่สถานการณ์บางอย่างขึ้น
"เรื่องนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงจะเข้าไปดูอย่างจริงจังเพราะไม่ใช่แต่นายกรัฐมนตรี แต่มีการปองร้ายไปถึงบุคคลสำคัญในประเทศอื่นๆ ทั้งในส่วนของกระบวนการยุติธรรมและผู้ทำงานให้สถาบัน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน ฝ่ายความมั่นคงกำลังดูความเชื่อมโยงนี้ โดยให้พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาฯ นายก เป็นผู้ดูรายละเอียด" นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล
นายปณิธานยังอธิบายรูปแบบการปองร้ายที่หน่วยข่าวรายงานมาว่า จะมีการแฝงตัวปะปนเข้ามาก่อเหตุท่ามกลางความชุลมุน อาศัยเข้าประชิดตัวลงมือแล้วหลบหนีไป ซึ่งมีต้นแบบจากเหตุการณ์ในอดีตที่กระทำแล้วไม่สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ คนพวกนี้ย่ามใจเลยคิดทำอีก
ข่าวการลอบสังหารนายอภิสิทธิ์ ยังถูกตรวจสอบเกาะติดชนิดที่เรียกว่า ชั่วโมงต่อชั่วโมงกันเลย โดยเฉพาะ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งให้ พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ถอดเทปการออกอากาศยั่วยุ ปลุกปั่น คนเสื้อแดงภาคเหนือให้มาร่วมขับไล่นายกรัฐมนตรี ถึงขนาดจะปิดล้อมสนามบินกันเลยทีเดียว
ในประเด็นเดียวกันนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ก็ออกมารับลูกพร้อมคำให้สัมภาษณ์ที่แข็งกร้าวว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินการกับวิทยุชุมชนเชียงใหม่หลายครั้งแล้ว ทุกครั้งจะใช้ช่องว่างทางกฏหมายตั้งขึ้นใหม่ แต่ขณะนี้คณะอนุกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดโอกาสให้วิทยุชุมชนมาจดทะเบียน แต่ถ้าวิทยุชุมชนไหนทำผิดกฎหมาย ก็เข้าเงื่อนไขไม่สามารถออกใบอนุญาตได้
"ถ้าปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีการปลุกระดม บิดเบือนข้อมูลเพื่อให้ไปทำร้ายคน จะมีความผิดทั้งทางอาญาและระเบียบเกี่ยวกับวิทยุชุมชน" นายสาทิตย์ขู่สำทับ
การเปิดเกมรุกของฝ่ายรัฐบาลนอกจากจะขู่ปิดวิทยุชุมชนเชียงใหม่แล้ว ในแง่ของการรักษาความปลอดภัยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านข่าวกรองทั้งหมดลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับข่าวการลอบสังหารครั้งนี้
"มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการใช้คาร์บอมบ์ หรืออาวุธร้ายแรง เพราะจากการประเมินสถานการณ์และในแง่ตัวบุคคลนั้น มีฝ่ายเสื้อแดงบางคนที่มีศักยภาพ เราจับทางจากคดีลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีคนบางกลุ่มพยายามลงมือ และคนกลุ่มนั้นปัจจุบันก็เข้ามาใกล้ชิดกับกลุ่มอำนาจเก่า เราก็ไม่ประมาทพยายามปิดช่องว่างทั้งหมด" แหล่งข่าวกล่าว
ล่าสุดมีรายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีแกนนำกลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ว่า จะมีการเสนอให้ถอนประกันแกนนำอย่างน้อย 2 คนคือ ผู้อำนวยการสถานี และผู้ร่วมรายการคือนายสุรชัย ที่มีหลักฐานว่า ได้ออกอากาศเชิงยั่วยุให้ดักทำร้ายนายกรัฐมนตรี โดยได้เรียกนายประกันของผู้อำนวยการสถานีมารับทราบแล้ว และหากสถานการณ์ยังคงล่อแหลมในสัปดาห์หน้าจะเสนอเรื่องต่อศาลทันที
"ตอนนี้ได้มอบหมายให้ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับคดีของแกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่ทั้งหมดว่า มีใครเข้าข่ายที่จะต้องถอนประกันบ้าง จากนั้นจะเสนอให้ศาลพิจารณาต่อไป ส่วนนายสุรชัย ที่มีคดีอยู่ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เราก็เตรียมประสานเพื่อพิจารณาเรื่องการถอนประกันตัวเช่นกัน" พล.ต.ท.สมคิดกล่าว



