ข่าว

"กลุ่มทุน-แคท"ส์ล่อเขมรร่วมถล่มไทย

"กลุ่มทุน-แคท"ส์ล่อเขมรร่วมถล่มไทย

22 พ.ย. 2552

ก้าวย่างของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ล้วนมีนัยแอบแฝงแทบทั้งสิ้น

 ไม่ว่าเดินทางอยู่ที่ใดก็ตาม ก็จะมีกลุ่มนักธุรกิจไทยที่พยายามมองหาลู่ทางไปลงทุนในประเทศต่างๆ แนบกายตลอดเวลา

 ดูอย่างที่ ดูไบ ถ้าใครคิดจะไปลงทุน ทางลัดทางหนึ่งนั้นก็คือ ใช้คอนเนกชั่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการประกอบการค้า

 ส่วนกัมพูชา ไม่ต้องพูดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการอะไร สมเด็จฮุน เซน รีบเกื้อกูลให้ เพราะต้องการนักธรุกิจจากต่างประเทศมาพลิกฟื้นให้กัมพูชา มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิม

 จะเก็บค่าป่วยการ หรือค่าเป็นล็อบบี้ยิสต์อย่างไร ก็ไปว่าในเรื่องรายละเอียด ความยากง่ายของงานนั้นๆ

 นี่ยังไม่นับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ขายฝันไว้นานแล้วว่า จะเข้ามาลงทุนพัฒนา จ.เกาะกง ให้เป็นคอมเพล็กซ์ที่มีทุกสิ่งทุกอย่าง รอคอยผู้ที่มีกำลังซื้อ

 แต่ในวันนี้ กลับมีคำถามว่า เกาะกงเป็น "ฐานบัญชาการ" หรือ "ทำเนียบรัฐบาลพลัดถิ่น" เพื่อล้มรัฐบาลไทยหรือไม่ ?
 การเคลื่อนไหวล่าสุด ส่อเค้าว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ

 เริ่มตั้งแต่ข่าวที่ว่า นายพัด สุภาภา หรือ "เสี่ยพัด" นักธุรกิจขวัญใจคนชอบเสี่ยง เจ้าอาณาจักรเกาะกง เข้าไปปรากฏกายเป็นหนึ่งในบุคคลระดับวีไอพีของกัมพูชาที่เข้าไปต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงสนามบินพนมเปญ

 ทั้งยังมีข่าวด้วยว่า เสี่ยพัด กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หารือกันเป็นการส่วนตัวด้วย

 ว่ากันว่า เป็นการหารือเรื่องความคืบหน้าโครงการลงทุนบนเกาะกง เช่น โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ว่า รวมทั้งพูดคุยถึงเรื่องการเดินทางมาเยือนเกาะกงในระยะเวลาอันใกล้นี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ

 นั่นคือสัญญาณที่เป็นไปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจใช้เกาะกงเป็นฐานบัญชาการทั้ง "สงครามการเมือง" และ "สงครามกลางเมือง" ที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

 แต่ข่าววงในของคนไทยที่เกาะกงนั้นจับสัญญาณความผิดปกติได้ก่อนหน้านั้นแล้ว โดยมีคนไทยในกาสิโนของเสี่ยพัดที่เกาะกงเห็น พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาพักที่โรงแรมในกาสิโนบนเกาะกง

 วงในที่นั่นยืนยันว่า พบเห็น พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาพักที่เกาะกงตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่จะไปพนมเปญเสียอีก

 ทว่า เขาไม่ยืนยันว่า การเดินทางมาครั้งนั้นมีเสี่ยพัด และสมเด็จ ฮุน เซน เดินทางร่วมคณะมาด้วยหรือไม่ เพราะมีการสั่งปิดข่าวอย่างเข้มงวด

 อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่า สมเด็จฮุน เซน คงไม่ได้เดินทางมาด้วย เพราะปกติถ้าผู้นำเขมรจะเดินทางมาเกาะกงจะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เช่น ส่ง ฮ.มาลาดตระเวนล่วงหน้าถึง 2 ชั่วโมง หรือส่งหน่วยรบพิเศษมาตรวจตราความปลอดภัยล่วงหน้า

 ดังนั้น จึงเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณน่าจะเดินทางมากับเสี่ยพัดมากกว่า โดยอาจมาปรึกษาหารือเรื่องการลงทุนที่เกาะกง รวมถึงเรื่องที่เขาอาจใช้เกาะกงเป็นฐานบัญชาการในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

 อย่างไรก็ตาม วงในรายนี้ไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเลือกพักในเขตเมืองเกาะกง เนื่องจากมีขนาดที่เล็กมาก ง่ายต่อการถูกพบเห็น ยิ่งเป็นบุคคลระดับวีไอพีขนาดนี้ ถ้าจะมาพักจริงต้องมีการส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามามากจนผิดสังเกตแน่ๆ

 ที่สำคัญ ทุกวันนี้ธุรกิจ 70-80% บนเกาะกงล้วนเป็นการลงทุนของ "กลุ่มทุนไทย" ทั้งสิ้น หากมีความเคลื่อนไหวที่อึกทึกครึกโครมขนาดนั้นคงไม่สามารถเล็ดลอดหูตาของคนไทยไปได้ และนั่นจะส่งผลต่อความปลอดภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างรุนแรง

 เขาจึงเชื่อว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาใช้เกาะกงเป็นฐานบัญชาการจริงคงไม่เลือกพักโรงแรมในเมือง หรือในบ่อนกาสิโน แต่น่าจะเลือกหลบเข้าไปพักในเซฟเฮ้าส์บนเกาะฝั่งไทย ซึ่งอยู่ใกล้เกาะกงมากที่สุด โดยมีอยู่ 3 เกาะที่เข้าข่ายต้องสงสัย คือ

 1.โรงแรมหรูบนเกาะช้าง ของ "บิ๊กสีเขียว" รายหนึ่งของไทย ซึ่งเคยมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณแอบเข้ามาบัญชาการม็อบเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน มาแล้ว

 2.ที่พักหรูบนเกาะเหลายา ซึ่งอยู่ระหว่าง "เกาะช้าง" กับ "เกาะกูด" เป็นที่พักของ "นักการเมืองท้องถิ่น" รายหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับอดีตนายกฯ ของไทย

 3.รีสอร์ทหรูบนเกาะกูด ของ "บิ๊กสีเขียว" ผู้กว้างขวางในชายแดนตะวันตก และเป็นผู้ใกล้ชิดกับบิ๊กสีเขียวในพรรคเพื่อไทย

 น่าสนใจว่า ด้านตรงข้ามของเกาะกูดมีเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งชื่อ "เกาะไม้ซี้" มีข่าวว่า มีการปรับพื้นที่จนพอจะเรียกได้ว่า "สนามบินเล็ก" ที่มีความยาวของรันเวย์ประมาณ 200 เมตร เพื่อรองรับเครื่องบินเล็กขนาด 5-10 ที่นั่งไว้อย่างลับๆ ด้วย

 ในบรรดาทั้ง 3 เกาะดังกล่าว หากนั่ง "เรือเร็ว" จากเกาะกง โดยเฉพาะตรงบ่อนกาสิโนจะใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 30 นาที แต่ถ้าเป็นเกาะกูดไม่น่าจะเกิน 15 นาที และถ้าเลือกเดินทางในเวลากลางคืนก็ยากที่ทหารเรือไทยจะลาดตระเวนเจอ

 ถึงวันนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะบินมากัมพูชาอีกเมื่อไหร่ แต่ล่าสุด เสื้อแดงได้ชักธงรบที่กรุงเทพฯ ในปลายเดือนนี้แล้ว ซึ่งไม่แน่ว่า อีกไม่กี่วันนี้ คนไทยแถวๆ เกาะกง หรือ จ.ตราด อาจพบเห็นคนหน้าเหมือนอดีตนายกฯ ที่เกาะใดเกาะหนึ่งใน 3 เกาะที่ว่าก็ได้

 คำยืนยันของวงใน อาจขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับแคทส์ (CATS) บริษัทย่อยของกลุ่มสามารถฯ ที่วิศวกรถูกจับกุมในข้อหาจารกรรมข้อมูลตารางการบิน ทั้งที่ บริษัทแห่งนี้ดูแลเกี่ยวกับการบินทั้งหมดของกัมพูชา

 ขณะเดียวกัน คำยืนยันที่ว่า ก็น่าจะเป็น จิ๊กซอว์อีกชิ้นหนึ่งที่ต่อเติมให้ภาพการเข้ายึดแคทส์ของเจ้าหน้าที่กัมพูชา และมีข่าวในเวลาต่อมาว่า ลูกสาวฮุน เซน สนใจที่จะเข้าถือหุ้นในบริษัทแห่งนี้ ทั้งที่ในปัจจุบัน บริษัทสามารถฯ ถือหุ้นแคทส์ 100%

 การมีกลุ่มนักธุรกิจที่พร้อมลงทุนอยู่ในมือ เมื่อสอดประสานกับแผนการที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของแคทส์ จนอาจไปถึงขั้น "เปลี่ยนมือ" เพียงแค่นี้ ทำไมคนอย่างฮุน เซน จะไม่กล้าลงทุนร่วมเล่นเกมด้วย

 

ทีมข่าวความมั่นคง