
ผี3-0ขึ้นรองฝูงเชลซีนำต่อหงส์ไล่เจ๊าเรือใบแมวกัดปืนแตก
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แซงขึ้นรองจ่าฝูงพรีเมียร์ หลังเปิดบ้านถล่ม "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 3-0 เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยังนำห่างจ่าฝูงหลังยิง "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน สนุกเท้า 4-0 ด้าน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ไปพลาดท่าพ่าย "แ
ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน โดยเกมนี้เจ้าถิ่นยังไม่มี ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ส่ง ไมเคิล โอเว่น เป็นตัวจริงคู่กับ เวย์น รูนีย์ แต่เกมในช่วงแรกก็เป็นเจ้าถิ่นที่เดินเกมรุกได้น่ากลัวกว่า จนนาทีที่ 35 ก็ได้ประตูขึ้นนำเมื่อ อันโตนิโอ บาเลนเซีย โหม่งตั้งให้ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ยิงวอลเลย์ที่หน้าเขตโทษเข้าไปเป็น 1-0
ก่อนที่ครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 67 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูเพิ่มจากการยิงหน้าเขตโทษของ ไมเคิล คาร์ริก เป็น 2-0 และปิดท้ายอีกประตูนาทีที่ 76 พอล สโคลส์ ดีดบอลออกทางขวาให้ บาเลนเซีย ยิงแฉลบเข้าไป จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงชนะไปขาด 3-0 ซึ่งหลังจบการแข่งขัน "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นเชื่อว่าหากทีมยังเล่นในฟอร์มแบบนี้ และสามารถเกาะกลุ่มหัวตารางไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงปีใหม่แล้วยังไงทีมก็มีลุ้นแชมป์ในระยะยาวอย่างแน่นอน
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูง เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน โดยขาดผู้เล่นตัวหลักๆ ไปหลายคน แต่ฟอร์มการเล่นยังทำได้ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม นาทีที่ 5 ฟลอรองต์ มาลูด้า ยิงจากระยะ 25 หลาเป็น 1-0 จากนั้น มิกกาแอล เอสเซียง โขกลูกเตะมุมเข้าไปเป็น 2-0 นาทีที่ 12 ก่อนที่ เอสเซียง จะกดจากหน้าเขตโทษเป็น 3-0 นาทีที่ 22 และครึ่งหลังยังมาได้ประตูปิดท้ายอีกประตูนาทีที่ 56 จาก โจ โคล ทำให้ เชลซี ชนะไป 4-0 นำห่างเป็นจ่าฝูงเหมือนเดิม ทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเชลซีมองว่าเกมนี้เป็นเกมที่ง่ายเกินคาด เพราะแม้ว่าทีมจะขาด ดิดิเยร์ ดร็อกบา, แฟรงค์ แลมพาร์ด และ มิชาเอล บัลลัค แต่ก็ยังเล่นกันได้ดีมาก
"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ต้องเสียตำแหน่งรองจ่าฝูง หลังจากที่ไปพลาดท่าแพ้ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 0-1 จากการชาร์จบอลหน้าประตูของ ดาร์เรน เบนท์ นาทีที่ 71 ทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ออกมาต่อว่าลูกทีมว่าความพ่ายแพ้เกิดจากตัวเองที่ไม่สามารถทำประตูได้ และสิ่งที่น่ากังวลตอนนี้คือกองหน้าขาดความเฉียบคมเมื่อต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่เล่นเกมรับเป็นหลัก
ขณะที่เกมบิ๊กแมทช์ประจำสัปดาห์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ โดยเกมนี้เจ้าถิ่นได้ สตีเวน เจอร์ราร์ด กลับมาลงสนามแต่ยังไม่มี เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าตัวเก่งที่เจ็บ ขณะที่ทีมเยือนยังไม่มี โรบินโญ่ ที่ไม่ฟิตเช่นเดียวกัน ซึ่งครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0
ครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 50 เป็น ลิเวอร์พูล นำ เมื่อ เจอร์ราร์ด เปิดฟรีคิกให้ มาร์ติน สเคอร์เทล โฉบยิงเป็น 1-0 แต่หลังจากที่เจ้าถิ่นนำไปแล้ว แมนฯ ซิตี้ ได้ครองบอลบุกมากขึ้น ก่อนตีเสมอได้นาทีที่ 69 จากลูกเตะมุมทางซ้าย เอมมานูเอล อเดบายอร์ โขกเป็น 1-1 และนาทีที่ 76 ทีมเยือนมาได้ประตูแซงนำ ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ พลิกบอลไปใส่พานให้ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ ยิงจ่อๆ เป็น 2-1 แต่นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล มาตามตีเสมอได้ทันควันจากการชาร์จบอลของ ยอสซี เบนายูน เป็น 2-2 ทำให้แบ่งกันไปทีมละแต้ม
ผลคู่อื่นๆ เบอร์มิงแฮม ชนะ ฟูแล่ม 1-0 จาก ลี โบวเยอร์ นาทีที่ 16, เบิร์นลีย์ เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 เจ้าถิ่นนำก่อนจาก สตีเฟ่น คัลด์เวลล์ ก่อน เอมิล เฮสกีย์ โหม่งตีเสมอนาทีที่ 86 และ ฮัลล์ เสมอ เวสต์แฮม 3-3 เจ้าถิ่นได้จาก คาร์ลตัน โคล ทำเข้าประตูตัวเองนาทีที่ 27, คามิล ซายัตเต้ นาทีที่ 44 และ เจมี บูลลาร์ด นาทีที่ 45 ส่วนทีมเยือนได้จาก กีเยร์โม ฟรังโก้ นาทีที่ 5, แจ็ค คอลลิสัน นาทีที่ 11 และ มานูเอล ดาคอสต้า นาทีที่ 69
ตารางคะแนนพรีเมียร์ชิพ
แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
เชลซี 13 11 0 2 33 8 33
แมนฯ ยูไนเต็ด 13 9 1 3 26 12 28
อาร์เซนอล 12 8 1 3 36 15 25
แอสตัน วิลล่า 13 6 4 3 21 13 22
สเปอร์ส 12 7 1 4 23 17 22
แมนฯ ซิตี้ 12 5 6 1 23 16 21
ลิเวอร์พูล 13 6 2 5 29 20 20
ซันเดอร์แลนด์ 13 6 2 5 21 19 20
เบิร์นลีย์ 13 5 2 6 16 26 17
สโต๊ค 12 4 4 4 12 15 16
ฟูแล่ม 12 4 3 5 14 15 15
เบอร์มิงแฮม 13 4 3 6 11 14 15
เอฟเวอร์ตัน 12 4 3 5 15 20 15
วีแกน 12 4 2 6 13 22 14
แบล็คเบิร์น 11 4 1 6 14 25 13
ฮัลล์ ซิตี้ 13 3 3 7 13 28 12
เวสต์แฮม 13 2 5 6 19 23 11
โบลตัน 11 3 2 6 15 24 11
วูล์ฟแฮมป์ตัน 13 2 4 7 12 26 10
ปอร์ทสมัธ 12 2 1 9 10 18 7



