
เรื่องเงินๆทองๆ-ตามกระแสการลงทุนให้เป็น
ผ่านไปแล้วสำหรับงานมหกรรมการลงทุนยิ่งใหญ่แห่งปี เซ็ต อิน เดอะ ซิตี้ 2009 ปิดฉากลงอย่างสวยงาม สมกับเป็นงานมหกรรมการลงทุนที่ยิ่งใหญ่แห่งปี มีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 1 แสนคน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 30%
เห็นได้ว่ามีคนไทยเริ่มสนใจหาความรู้และข้อมูลเรื่องการออมการลงทุนกันมากขึ้น มีผู้ลงทุนในงานเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึงเท่าตัว ผู้ลงทุนเน้นลงทุนในกองทุนรวมมากที่สุด อาจเป็นเพราะลงทุนง่าย ใช้เงินลงทุนน้อย และไม่ต้องบริหารการลงทุนเองเพราะมีผู้บริหารเงินมืออาชีพดูแลกองทุนให้ อีกทั้งกองทุนรวมมีหลากหลายประเภทให้เลือกตามสไตล์ของแต่ละคน
การลงทุนที่ดูโดดเด่นที่สุดและคนหันมาสนใจลงทุนกันมากในปีนี้ คือ การลงทุนในอนุพันธ์ โดยเฉพาะประเภทโกลด์ ฟิวเจอร์ส เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้สนใจลงทุนในทองคำ และเห็นโอกาสการลงทุนที่ใช้เงินทุนน้อยกว่าการไปลงทุนในทองคำแท่ง มีการคาดการณ์ไปอีกว่าราคาทองคำจะไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ ทำให้หลายคนเริ่มมองเห็นการลงทุนทองคำในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อสร้างกำไรแทนการถือครองทองคำแบบระยะยาวมากขึ้น วัฒนธรรมการถือครองทองคำแท่งของคนไทยจึงอาจจะลดน้อยลง ด้วยความที่ทองคำราคาแพงเกินกว่าที่จะซื้อได้ ในด้านผู้ประกอบการอาจต้องใช้เงินทุนสูงในการรับซื้อทองในช่วงเวลาราคาทองพุ่ง จึงกล่าวได้ว่าคนไทยเริ่มปรับตัวสู่วัฒนธรรมการลงทุนผ่านโลกตราสารการเงินกันมากขึ้น
กระแสการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในทองคำ หุ้น อนุพันธ์ หรือกองทุนรวม เป็นกระแสที่อยากให้หลายคนตาม แต่ต้องตามให้เป็น เพราะการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง เงินที่พวกเราเอามาลงทุนล้วนเป็นเงินที่เราเก็บออมกันมานาน บางคนเก็บออมมาเกือบทั้งชีวิตก็มี หากลงทุนแล้วมีผลตอบแทนหรือสร้างกำไรได้ก็จะยิ้มหน้าบานกัน แต่หากขาดทุนเมื่อไหร่ หลายคนที่ตั้งรับไว้ไม่ดีซึ่งหมายถึงยังไม่รู้จักวิธีการลงทุนที่ถูกต้อง ไม่ได้วางแผนการลงทุนที่ดีไว้ และไม่ได้กระจายความเสี่ยงการลงทุนไปยังแหล่งต่างๆ ถึงกับหมดเงินได้เหมือนกัน และบางคนอาจจะรู้ซึ้งถึงคำว่าการลงทุนมีความเสี่ยงกันไปเลย
สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวตอบว่า คุณเป็นคนหนึ่งที่ควรตามกระแสการลงทุนตอนนี้ได้หรือไม่ นั่นคือ การถามตัวเองว่า มีเงินออมพอที่จะเอาไปกระจายการลงทุนในแหล่งอื่นหรือไม่ เพราะผู้เขียนไม่แนะนำให้ถอนเงินออกจากธนาคารทั้งหมดเพื่อมาลงทุน หรือเอาเงินที่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายมาลงทุน คำถามต่อไป คุณยอมรับความเสี่ยงได้หรือไม่ สมมติ คุณนำเงินไปลงทุน 1 หมื่นบาท วันรุ่งขึ้นตื่นขึ้นมา มีข่าววิกฤติเศรษฐกิจรอบใหม่เกิดขึ้น ทำให้มูลค่าเงินลงทุนลดลงไปเหลือ 8,000 บาท คุณรับความเสี่ยงนี้ได้หรือไม่
คำถามที่สาม คุณวางแผนการลงทุนของคุณอย่างไร การลงทุนระยะสั้น การลงทุนระยะยาว การลงทุนเพื่อเกษียณ คำถามที่ 4 คุณรู้จักการลงทุนแต่ละประเภทดีพอหรือยัง เพื่อนำไปสู่แผนการลงทุนที่คุณกำหนดไว้ และคำถามสุดท้าย เมื่อคุณลงทุนแล้ว คุณมีเวลาติดตามข้อมูลการลงทุนของคุณเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ เพราะการติดตามข้อมูลการลงทุนจะช่วยให้คุณทราบถึงเหตุการณ์ปัจจุบันและเตรียมตั้งรับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เช็กตัวเองให้พร้อมก่อนการลงทุนเป็นดีที่สุด...
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



