ข่าว

เล็งเสนอรถไฟฟ้ารางเดี่ยวเข้าครม.อีก2สัปดาห์

เล็งเสนอรถไฟฟ้ารางเดี่ยวเข้าครม.อีก2สัปดาห์

20 พ.ย. 2552

กทม.เตรียมเสนอโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยวเข้าครม.อีกสองสัปดาห์

 (20พ.ย.)นายธีระชน  มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังนำคณะดูระบบรถไฟฟ้าขนาดเบา (LRT) และดูงานระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (MONORAIL) ที่ประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซียว่า  รถไฟฟ้าทั้ง 2 ระบบ ถือเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับระบบขนส่งในกทม.ซึ่งล่าสุดปลัดกทม.ได้หารือกับนายกฯ เรื่องที่กทม.จะทำรถไฟฟ้าระบบรางซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็เห็นชอบด้วย และให้รีบนำเรื่องนี้เสนอเข้าไปยังครม.

 ดังนั้นกทม.จะรีบสรุปเรื่องนี้และนำเสนอคณะรัฐมนตรี ภายใน 2 อาทิตย์ เพราะงบประมาณที่ต้องใช้ อยู่ในงบไทยเข้มแข็งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะใช้งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 ปีโดยประมาณ ใช้งบปีละ 3 พันกว่าล้านบาท ส่วนเส้นทางที่กทม.สนใจคือ 1.เส้นทางกทม. 2 จากถนนดินแดน ไปยังเยาวราช  คิดเป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร และเส้นทาง สนามกีฬาแห่งชาติ ไปยังพระราม 4 คิดระยะทาง 6 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อว่า 2 เส้นทางนี้จะคุ้มทุนอย่างไรก็ตาม มีอีกเส้นทางหนึ่งที่ กทม.สนใจคือ สุวรรณภูมิ ซึ่งตนต้องกลับไปหารือกับผู้ว่าฯ กทม.อีกครั้ง

 ผู้สื่อข่าวถามว่ากทม.สนใจที่จะสร้างระบบไหนมากกว่า ระหว่าง MONORAIL กับ LRT นายธีระชน กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กทม. สนใจระบบ MONORAILเพราะเห็นว่าประหยัดเนื้อที่ในการก่อสร้าง และขณะนี้มีหลายประเทศที่กำลัง ก่อสร้าง MONORAIL อย่างไรก็ตามกทม.จะเปรียบเทียบว่าระบบไหนจะคุ้มทุนมากกว่ากัน รวมถึงต้องไปศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย อย่างไรก็ตามผู้ว่าฯกทม.ได้กำชับว่าจะต้องทำโครงการดังกล่าว ให้ได้ภายในสมัยที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร
เป็นผู้ว่าฯกทม.

 ส่วนการทำรถไฟฟ้าระบบรางทางฝั่งธนขณะนี้กทม.กำลังพิจารณาอยู่ว่าในแถบพระราม 2 สามารถทำได้หรือไม่ เพราะการทำระบบดังกล่าวจะต้องมีการทำพื้นที่สำนักงานซ่อมบำรุง ซึ่งที่กทม.ตัดสินใจ ทำบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะทางจุฬาฯ ให้พื้นที่ 5 ไร่ ที่จะทำสำนักงานซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องงบประมาณ กทม.ได้วางไว้หลายช่องทาง อย่างเช่น การใช้งบไทยเข้มแข็ง หรือการออกพันธบัตรของกทม.

 ต่อข้อถามที่ว่า ปัญหาทางการเมืองจะทำให้โครงการดังกล่าวหยุดชะงักหรือไม่ นายธีระชน กล่าวว่า กทม.จะไม่สะดุดขาตัวเองและเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมืองว่าสภากทม.พร้อมที่จะให้การสนับสนุนในเมื่อประชาชนต้องการและเชื่อว่าจะไม่มีการต่อรองทางการเมืองเกิดขึ้น