ข่าว

สุวิทย์ตะลึงไม้สักถูกตัดกลางป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์

สุวิทย์ตะลึงไม้สักถูกตัดกลางป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์

20 พ.ย. 2552

“สุวิทย์” สั่งฮ.ลงจอดฉุกเฉินกลางป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ตะลึงพบไม้สักขนาดใหญ่ถูกตัดโค่น สั่งตรวจยึด พบเจ้าเจ้าหน้าที่ตัดเพื่อขาย ระบุรับไม่ได้ สั่งยึดและตรวจสอบไม้ ออป.ทั่วประเทศ

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 พ.ย. 2552 นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวารุจ ศิริวัฒน์ ส.ส.อุตรดิตถ์ นายสมเจตน์ ลิมปะพันธ์ ส.ส.สุโขทัย นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่บ้านวังชมพู หมู่ 7 ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เพื่อพบปะผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจำนวนกว่า 1,000 คน ที่รอเพื่อยื่นเอกสาร หลักฐาน หนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ดินทำกิน หลังประชาชนจาก 4 ตำบล 13 หมู่บ้าน 1,040 ราย ได้รับความเดือดร้อนหลังจากได้เสียสละที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย เพื่อให้มีการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์เมื่อ 39 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันที่ดินซึ่งราชการจัดสรรให้ แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย 2 ไร่ ที่ดินทำกิน 11 ไร่ ต่อครอบครัว ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ์และยังถูกหน่วยงานราชการประกาศเป็นที่ทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตป่าอนุรักษ์ และเขตป่าเศรษฐกิจ จำนวน 9,877 ไร่

 นายสุวิทย์ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินของชาวท่าปลาตนทราบเรื่องมาโดยตลอด พร้อมนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ และในช่วงต้นปี 2553 ชาวอำเภอท่าปลาจะได้รับเอกสารสิทธิ์อย่างแน่นอน เพื่อเป็นของของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังรับเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านที่อำเภอท่าปลาเป็นที่เรียบร้อย นายสุวิทย์พร้อมคณะได้นั่งเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ เพื่อเดินทางไปยังบ้านแม่เฉย ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อพบปะประชาชนที่รอให้การต้อนรับตามกำหนดการ ระหว่างเฮลิคอปเตอร์บินผ่านป่าไม้เหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องลงจอดบริเวณกลางสวนป่าท่าปลา-น้ำลี หมู่ 9 บ้านท่าเรือ อ.ท่าปลา ท่ามกลางความมึนงงของเจ้าหน้าที่และคณะผู้ติดตาม

 พร้อมประสานให้นายสมศักดิ์ เจียมสงวนวงษ์ ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 จ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยอนุรักษ์ป่าไม้อุตรดิตถ์ที่ 1 ท่าปลา จำนวน 20 นาย เข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวทันที

 ผู้สื่อข่าวรายงานหลังนายสุวิทย์ ลงจากเครื่องได้ลงตรวจกองไม้สักทอง ที่ถูกตัดนำมากองเป็นจำนวนมาก พร้อมเรียกเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสอบถามให้ข้อมูลทำให้ทราบว่า ไม้ดังกล่าวเป็นไม้จากสวนป่าท่าปลา หรือองค์การอุตสาหกรรมป่าไม่(ออป.)ท่าปลา สังกัดกระทรวงทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม มีทั้งหมดจำนวน 31 กอง อายุ 27 ปี ยาวตั้งแต่ 5-10 เมตร วัดรอบวงได้โดยประมาณ 30-50 เซนติเมตร จำนวน 1,678 ท่อน เป็นไม้ที่รอการจำหน่ายและมีบางส่วนที่รอการลากจูงจากผู้ที่ทำสัญญาซื้อ-ขาย เรียบร้อยแล้ว จึงสั่งให้มีการยึดไม้ทั้งหมดตรวจสอบความถูกต้อง

 นายสุวิทย์ กล่าวว่า ขณะที่นั่งเฮลิคอปเตอร์บินเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ มองเห็นระดับในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์อยู่ในระดับน้ำและเริ่มแห้งขอด จึงมีความเป็นห่วงประชาชนช่วงหน้าแล้ง และคิดถึงสาเหตุที่ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของประเทศลดเหลือน้อย และพบสภาพป่าไม้โดยรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์โล่งเตียน มองเห็นพื้นดินเป็นส่วนใหญ่ ทั้งๆที่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขตป่าอนุรักษ์ และสวนป่าในการดูแลของกระทรวงทรัพย์ฯทั้งหมด แต่ที่ตกใจจนต้องสั่งเจ้าหน้าที่นำเครื่องลงทันที เมื่อพบไม้จำนวนมาก ถูกตัดและนำมากองลักษณะรอการขนย้าย อยู่กลางป่า จึงขอตรวจสอบตรวจตัวเอง

 “เห็นแล้วรู้สึกตกใจที่พบเห็นไม้สักทองถูกตัดเป็นท่อนกองรวมกันอยู่เป็นจำนวนมากที่บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เรื่องที่เกิดขึ้นคงต้องมีการสังคายนากัน ผมมีความเป็นห่วงในเรื่องของป่าไม้ที่ถูกตัดทำลายไม่เฉพาะไม้สวนป่า และมีการลักลอบบ้านในป่าตัดปะปนไปด้วย สิ่งที่สำคัญโรงเลื่อยมีการปิดป่าไปตั้งนานแล้วแต่ยังมีไม้เลื่อยประเภทนี้อีก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญถ้าหน่วยงานของรัฐยังไม่มีการดูแลรักษาป่าแต่มาทำลายป่าเสียเองก็ไม่รู้ว่าจะมีการรักษาป่ากันเอาไว้ได้อย่างไร รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น”นายสุวิทย์กล่าว

 นายสุวิทย์ กล่าวว่า เป็นที่รับทราบกันสำหรับเจ้าหน้าที่ ข้าราชการสังกัดกระทรวงทรัพย์ฯ ซึ่งตนสั่งการด้วยวาจาชัดเจนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาให้มีการยกเลิก ตัดไม้ในพื้นที่อุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)ทั่วประเทศ และมีประกาศเป็นคำสั่งด้วยหนังสือช่วงเดือนกันยายน แต่จำนวนดังกล่าวมีการเร่งและระดมตัดตนโล่งเตียนในช่วงเดือนสิงหาคม หลังการสั่งการด้วยวาจา 1 เดือน และก่อนประกาศด้วยหนังสือ 1 เดือน หมายความว่ายังไง เรื่องนี้ขอยึดไม้ทั้งหมดตรวจสอบพร้อมมีการตรวจสอบพื้นท่าไม้ ออป.ทั่วประเทศ และให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของ ออป.ส่วนกลางรายงานข้อเท็จจริง
 นายสมศักดิ์ เจียมสงวนวงษ์ ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 จ.ลำปาง กล่าวหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก นายจักร์ธนิษฐ์ สุทธิเขมทิน ผช.หน.งานสวนป่าท่าปลา-น้ำลี ทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงปลุกป่าเมื่อปี 2525 ตามโครงการ 3 ปลูกด้วยเงินชดเชย หลังสัมปทานทำไม้ ที่กรมป่าไม้มอบให้ ออป.เป็นผู้ปลูกและดูแล โดยขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่า สป.3 เนื้อที่ 386 ไร่ ปลูกต้นสักทองจำนวน 30,880 ต้น

 จากนั้น ออป.ท่าปลา ได้ทำเรื่องเพื่อทำการตัดหรือโค่นต้นสักดังกล่าวครั้งแรกเมื่อเดือน มกราคม 2552 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีการตัดไม้ออกไปแล้วจำนวน 9,600 ต้น หรือ 15,285 ท่อน จำหน่ายไปแล้ว 14,007 ท่อน เหลือที่หมอน 1,278 ท่อน เป็นเศษหัวไม้ปลายไม้จำนวน 400 ท่อน และล่าสุดมีการขออนุญาตตัดหรือโค่นคเป็นครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา และดำเนินการตัดเรียบร้อยประมาณปลายเดือนสิงหาคม จำนวน 800 ต้น สรุปแล้วปัจจุบันเหลือไม้สัก1,678 ท่อน หรือ 31 กอง ซึ่งเป็นไม้ที่ได้จำหน่ายไปแล้ว รอการลากจูงจากผู้ซื้อจำนวน 23 กอง หรือ 1,027 ท่อน

 ทั้งนี้สำหรับสวนป่าท่าปลาแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา ท้องที่ ต.ผาเลือด ต.จริมและ ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่สวนป่าที่ปลูกตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมสังคมแห่งชาติ มีทั้งหมด 3 โครงการ และได้มีการเริ่มโครงการปลูกป่ามาตั้งแต่ปี 2521 จนถึงปี 2538และถูกขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่า พ.ศ.2535 แล้วเสร็จจำนวน 18 แปลง มีเนื้อที่ทั้งหมด 3,550 ไร่ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งสำนักงานอนุรักษ์และพัฒนาสวนป่าอุตรดิตถ์

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อต.1และเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยยากรจังหวัดอุตรดิตถ์เข้าทำการยึดตรวจนับไม้ทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ออป.สวนป่าท่าปลา หลายคนได้แต่นั่งเศร้าสร้อยอยู่ข้างกองไม้ที่ตรวจต่อหน้ารมว.ทส.และคณะ