ข่าว

ประชุมใหญ่ภท.“ชวรัตน์- พรทิวา”ยึดเก้าอี้เดิม

ประชุมใหญ่ภท.“ชวรัตน์- พรทิวา”ยึดเก้าอี้เดิม

20 พ.ย. 2552

ประชุมใหญ่ ภท.ไม่ตื่นเต้น “ชวรัตน์- พรทิวา” ยึดเก้าอี้เดิม พร้อมนำเรื่องปกป้องสถาบัน มาเป็นนโยบายหลักของพรรค

 เมื่อเวลา 14.00 น.20 พ.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถ.พหลโยธิน มีการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคภูมิใจไทย ครั้งที่ 2 / 2552 ตามข้อบังคับพรรค และ พ.ร.บ.ว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2550 โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นประธาน โดยมีสมาชิกพรรค ประมาณ 250 คนร่วมประชุม

 โดยนายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาทบทวนโยบายพรรค ได้เสนอนโยบายพรรค 3 ด้าน คือ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งนโยบายด้านการเมืองการปกครอง มีสาระสำคัญคือ 1.การปกป้องสถาบันชาติ อาทิ ปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นสถาบันหลักของชาติ โดยจะป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจังไม่ให้มีการล่วงละเมิดพระบรมเดชานุภาพ เสริมสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนไทยมีความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ และให้มีดำเนินการตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง 2.ปกป้องระบอบประชาธิปไตย โดยยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระกษัตริย์ทรงเป็นประมุข สนับสนุนสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในชาติ โดยใช้สันติวิธีและสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นประชาธิปไตยและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย 3.ด้านความมั่นคง ส่งเสริม บทบาทองค์กรด้านความมั่นคงปฏิบัติภารกิจตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนด และคุ้มครองประโยชน์ชาติ

 4.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จะให้มีการจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย ให้สอดคล้องสภาพ การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมโดยประชาชนมีส่วนร่วม รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนมีอำนาจตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างจริงจัง 5.ด้านต่างประเทศ เสริมสร้างการอยู่ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติมีความเสมอภาค เน้นการแก้ไขความขัดแย้งด้วยการเจรจาโดยสันติวิธี 6.การมีส่วนร่วมของประชาชน 7.สิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และ 8.การกระจายอำนาจ ทั้งการเมือง การคลัง การสาธารณสุข การศึกษา ไปสู่ท้องถิ่น และเพิ่มความเป็นอิสระให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 ส่วนนโยบายเศรษฐกิจ จะพัฒนาโดยส่งเสริมให้มีการแข่งขันในการบริการโทรคมนาคมอย่างเสรีและเป็นธรรม ด้านขนส่งจะจัดสร้างรถไฟฟ้าให้ครบทั้งระบบ ระบบขนส่งทางน้ำจะพัฒนาให้เชื่อมโยงระบบขนส่งอื่น ด้านการเกษตรจะสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยอุตสาหกรรมการเกษตร นำเทคโนโลยีทันสมัยและเหมาะสม เพื่อเสริมสร้างระบบเกษตรกรรม สวนการทองเที่ยวจะเน้นเชิงเกษตร เชิงอนุรักษ์ และนำประเพณี ความสวยงามของประเทศเผยแพร่คนทั่วโลก ด้านการลงทุนจะจัดหาแหล่งทุนขนาดย่อมเพื่อลดปัญหาเงินกู้นอกระบบ

 นโยบายด้านสังคม อาทิ เน้นพัฒนาการศึกษา ส่งเยาวชนรักษาธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของไทย ส่วนด้านสาธารณสุข สนับสนุนการรักษาฟรีและเข้ารักษาได้ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการ สำหรับสิ่งแวดล้อม จะแก้ไขปัญหาพร้อมส่งเสริมการลงทุน ด้วยการส่งเสริมให้ความสำคัญนโยบายโฉนดคาร์บอนเครดิต รวมทั้งสนับสนุนชุมชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา เน้นใช้พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก เป็นต้น

 ต่อมาเวลา 16.00 น. นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมถึงผลการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งมีจำนวน 14 คน โดยที่ประชุมพรรคมีมติเห็นชอบให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป ส่วนรองหัวหน้าพรรค มี 2 คน ได้แก่ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 และนายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2 ส่วนนางพรทิวา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค มีรองเลขาธิการพรรค 2 คนได้แก่นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค และ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นโฆษกพรรค และนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ เป็นเหรัญญิกพรรค

 โฆษกพรรค กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 3 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. นำโดยนางพรทิวา นาคาศัย คณะกรรมการนโยบายพรรค นำโดยนายโสภณ ซารัมย์ และคณะกรรมการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยของพรรค นำโดยนายศุภชัย โพธิ์สุ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้พรรคจะแจ้งเรื่องไปให้นายทะเบียนพรรคการเมือง หรือ กกต. รับรองต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของนโยบายของพรรคที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ เช่น การปกป้องสถาบัน ถนนปลอดฝุ่น การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ส่วนหนึ่งมาจากการสะท้อนฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงการลงพื้นที่สัมมนา จ.สกลนคร และมาจากนโยบายรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยจะนำมาสานต่อเพื่อให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว