
วุฒิสภาเตรียมเลือกกทช.จาก6เหลือ3คนศุกร์นี้
สภาสูงเตรียมเลือก กทช.ศุกร์นี้ ด้าน กก.ศึกษากระบวนการสรรหา แนะ ควรเลือกบัญชีจับสลาก ปรีชา ฉลุย เลขา ป.ป.ช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภา วันศุกร์ที่ 6 มี.ค.ได้มีการบรรจุวาระเรื่องด่วน เลือกกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)แทนตำแหน่งที่ว่างในกรณี ที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งโดยการลาออกคือ นายอาทร จันทวิมล กรรมการและโดยการจับฉลาก คือ พล.อ.ชูชาติ พรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการ นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ และเหรียญชัย เรียววิไลสุข กรรมการ ซึ่งการเลือกครั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 50 ประกอบมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543
โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการสรรหากทช.ได้ส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมจำนวน 2 คนซ้ำกัน 2 บัญชีมาให้วุฒิสภาพิจารณาเมื่อวันศุกร์ที่ 21 พ.ย. 2551 คือ ในบัญชีแรกกรณี กทช.พ้นจากตำแหน่งโดยการลาออก มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ จำนวน 2 คน คือ นายธรรมนูญ จุลมณีโชติ สาขาที่เชี่ยวชาญด้านกิจการโทรคมนาคม และ นายศิริชัย สาครรัตนกุล สาขาที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้วุฒิสภาเลือกให้เหลือ จำนวน 1 คน และบัญชีสอง กรณี กทช.พ้นจากตำแหน่งโดยการจับสลาก
ทั้งนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อจำนวน 6 คน คือ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ นายธรรมนูญ จุลมณีโชติ พล.ร.อ.สุรินทร์ เริงอารมณ์ นายสมพล วณิคพันธุ์ นายศิริชัย สาครรัตนกุลและนายวรเดช อมรวรพิพัฒน์ เพื่อให้วุฒิสภาเลือกเหลือ 3 คน แต่วุฒิสภาได้ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมจึงมีชื่อสองคนปรากฏอยู่ใน 2 บัญชี จึงได้มีการถอนเรื่องดังกล่าวออกไปและวุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษากระบวนการสรรหากรรมการ กทช. วุฒิสภา ซึ่งคณะกรรมการฯได้พิจารณาเสร็จแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการศึกษาของคณะกรรมการฯ พบว่า การเสนอชื่อของคณะกรรมการสรรรหาไม่ได้มีส่วนเชื่อมโยงกับบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ในส่วนของการเสนอชื่อบุคคลจำนวนที่ซ้ำกัน 2 บัญชีนั้นสามารถทำได้ แม้ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายห้ามได้อย่างชัดเจน และคณะกรรมการฯ ไม่พบว่า การเสนอชื่อดังกล่าวมีเจตนาแอบแฝง อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯเห็นว่า การเสนอชื่อไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และเป็นเหตุให้วุฒิสภาไม่อาจพิจารณาให้ความเห็นชอบได้โดยอิสระอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ หากจะมีการเลือกบุคคลในบัญชีใดบัญชีหนึ่งก็สามารถทำได้แต่อาจมีปัญหากระทบกับการทำงานในรูปแบของคณะกรรมการ กทช. ได้ ดังนั้นคณะกรรมการจึงมีความเห็นว่า เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการได้มาซึ่งกรรมการ กทช.นั้นแนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาในขณะนี้คือ การเลือกจากบัญชีที่คณะกรรมการสรรหากรณีจับสลาก ซึ่งจะเลือกกรรมการกทช.ได้ 3 คน เมื่อไปรวมกับกทช.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่หากเลือกจากบัญชีรายชื่อกรณีที่ลาออกจำนวน 2 คน จะทำให้ได้กรรมการ กทช.เพียง 1 คน ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอต่อการทำหน้าที่ในรูปแบบกรรมการ กทช.ที่มีจำนวน 7 คน เพราะจะทำให้ได้กรรมการกทช.เพียง 4 คนเท่านั้น
อีกทั้งเมื่อมีการเลือกจากบัญชีรายชื่อที่เสนอมากรณีจับสลากได้แล้ว ก็ต้องมีการส่งบัญชีรายชื่อกรณีลาออกจำนวน 2 คนไปให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาใหม่ ซึ่งน่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการสรรหาน้อยกว่าที่จะต้องสรรหาในกรณีจับสลาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ที่ประชุมวุฒิสภายังพิจารณาเรื่องด่วน เรื่อง การให้ความเห็นชอบเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อคือ นายปรีชา เลิศกมลมาศ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.



