ข่าว

วุฒิสภาอ่วมกม.ค้างเพียบจันทร์นี้ลงมติพรบ.สตง.

วุฒิสภาอ่วมกม.ค้างเพียบจันทร์นี้ลงมติพรบ.สตง.

20 พ.ย. 2552

“วุฒิฯ”อ่วมเจอกม.ค้างเพียบ เตรียมชี้ขาด“พ.ร.บ.สตง.”จันทร์นี้ พร้อมถกถอด-ไม่ถอด“สมชาย”จำเลย 7 ตุลา

 (20พ.ย.) ที่รัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิ) กล่าวว่า การประชุมวุฒิสภาวันที่ 23 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการประชุมนัดสุดท้ายของวุฒิสภาในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ จะเริ่มเวลา 10.00 น. ซึ่งมีวาระสำคัญเป็นจำนวนมาก วิปวุฒิ จึงจัดลำดับการพิจารณาตามความเหมาะสมและเงื่อนไขของเวลาในการพิจารณากฎหมาย โดยจะเริ่มจาก วาระรับทราบ 2 เรื่อง

ซึ่งเรื่องหนึ่งที่อาจจะมีการอภิปรายบ้างคือ รับทราบกรอบการเจรจาการใช้จ่ายเงินกู้ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 จากนั้นจะเป็นวาระเรื่องด่วน ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ค้างพิจารณาอยู่ที่ มาตรา 116 ซึ่งเมื่อพิจารณาจบจบที่มาตรา 121 ก็จะลงมติในวาระ 3 ซึ่งต้องใช้เสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง จากนั้นจะเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว ต่อด้วยร่างพ.ร.บ.การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

 นายนิคม กล่าวอีกว่า จากนั้นจะเป็นการเลือกกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) แทนตำแหน่งที่ว่างโดยการลาออก 1 ตำแหน่ง โดยมีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ซึ่งในการเลือกต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งคิดว่า วุฒิสภาน่าจะเลือกได้ เพื่อให้การทำงานของกทช.ในปัจจุบัน เดินหน้าไปได้ เพราะตอนนี้มีกทช. เหลือเพียง 3 คน เท่านั้น จากนั้นจะเป็นการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ต่อด้วย การเลือกทช.แทนตำแหน่งที่ว่างกรณีกรรมการพ้นตำแหน่งโดยการจับสลาก 3 คน จากที่มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 6 คน ซึ่งดูทิศทางแล้ว ไม่แน่ว่าวุฒิสภาจะเลือกได้ทั้งหมดหรือไม่ อาจได้แค่ 1 หรือ 2 คน หรือไม่ได้เลยก็เป็นได้ จากนั้นเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และยังมีร่างกฎหมายอีก 5 ฉบับ รวมถึงการให้วุฒิสภาพิจารณาว่า จะดำเนินการต่อไปอย่างไรกรณีรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงของป.ป.ช.ในการถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากตำแหน่ง จากคดีสลายการชุมนุม 7 ตุลาคม 51 

 เมื่อถามว่า จำเป็นต้องนัดประชุมเพิ่มวันที่ 24 พฤศจิกายน หรือไม่ หากกฎหมายสำคัญพิจารณาไม่ทัน นายนิคม กล่าวว่า ต้องดูเหตุการณ์ก่อน ซึ่งก็เตรียมเผื่อไว้อีกวันเหมือนกัน แต่วันดังกล่าวเริ่มมีกรรมาธิการสามัญของวุฒิสภา เดินทางไปต่างประเทศแล้ว ดี ฉะนั้น วันที่ 23 พฤศจิกายน ต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้ได้ เนื่องจาก จะครบกำหนด 90 วัน ในวันที่ 28 ธันวาคมนี้ ขณะที่วันที่ 27 พฤศจิกายน ก็จะปิดประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติแล้ว หากพิจารณาไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนด จะถือว่าวุฒิสภาพิจารณาไม่ทัน และสภาผู้แทนราษฎรสามารถยืนยันร่างที่สภาเห็นชอบฯ ได้