
หวั่นนายทุนขวางชาวบ้านไม่ได้แก้หนี้นอกระบบ
คณบดีเศรษฐศาสตร์ ม.แม่โจ้ เห็นด้วยโครงการหนี้นอกระบบ ระบุรัฐบาลมีความจริงใจแก้ไขปัญหา รับกังวลการเข้าถึงของประชาชนเหตุนายทุน-ผู้มีอิทธิพลเสียผลประโยชน์ แนะวางแผนระยะยาวส่งเสริมประชาชนการพึ่งตนเอง
(20พ.ย.)รศ.ดร.ประเสริฐ จรรยาสุภาพ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล มองในภาพรวมดูเหมือนรัฐบาลจะเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบมากขึ้น มีรูปแบบที่เป็นทางการชัดเจน ส่วนเรื่องรายละเอียด วิธีการในการพิจารณาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน วงเงินที่ให้กู้ยืม อัตราดอกเบี้ยที่จะต้องผ่อนจ่าย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ตนเห็นด้วยถ้าโครงการนี้ประสบความสำเร็จจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มคนที่มีปัญหาเป็นอย่างมากซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมดีขึ้น เพราะคนที่มีปัญหาหนี้นอกระบบคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนี้ก็ยังมีเรื่องที่น่ากังวลเช่นกัน ทั้งเรื่องความเป็นไปได้มีมากน้อยเพียงใด เนื่องจากหนี้นอกระบบบางกรณียากที่จะสลัดทิ้ง มีนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลเป็นเจ้าของเงินกู้ที่ต้องสูญเสียผลประโยชน์ ต้องดูว่าจะเข้าถึงโครงการดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วจะหลุดจากวงโคจรหนี้นอกระบบหรือจะย้อนกลับเข้ามาเป็นวงจรเดิมอีกครั้ง รวมถึงเรื่องของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเป็นหนี้นอกระบบที่แท้จริงหรือไม่ หรือว่าเป็นการสวมรอย ซึ่งอาจจะมองค่อนข้างยาก
"ผมเชื่อว่าโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบนี้จะเกิดขึ้นได้จริงแม้ว่าจะมีหลักเกณฑ์ทั้งเงินต้นคงค้างไม่เกิน 200,000 บาท ต้องมีผู้ค้ำประกันโดยวงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาทใช้ผู้คำประกัน 1 คน วงเงินกู้ 100,001-200,000 บาท ต้องใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน โดยผู้ค้ำประกันต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่า 10% ของเงินกู้ โดยผู้ที่เป็นหนี้นอกระบบโดยเฉพาะเกษตรกรไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องคนค้ำประกัน แต่ในกรณีที่ไม่ใช่เกษตรกรอาจจะมีปัญหาซึ่งอาจทำให้หลุดวงโคจรได้" รศ.ดร.ประเสริฐ
รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวอีกว่า โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบนี้ถือเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นภายใน 1-3 ปีเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องวางแผนในการแก้ปัญหาระยะยาวเช่น ระบบสหกรณ์ที่ปัจจุบันก็มีการดำเนินการอยู่แล้วให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น เครดิตยูเนียน ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนรู้จักพึ่งตนเอง ไม่เช่นหลังจาก 3 ปี จะเกิดปัญหาตามมาอีก กลับวนเป็นวงโคจรเดิม เพราะประชาชนไม่รู้จักการพึ่งพาตัวเอง
ตำรวจภาค3ล้างบางแก๊งค์เงินกู้นอกระบบโหด
เมื่อเวลา 10.15 น.พล.ต.ต.เดชาวัต รามสมภพ รักษาราชการแทน ผบช.ภ.3 พร้อม พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ภาณุ บูรณศิริ รอง ผบก.ศสส.ภ.3 พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ ผกก.สภ.เมือง และพ.ต.อ.ภควัต ธรรมดี ผกก.สภ.ปากช่อง แถลงข่าวการกวาดล้างจับกุมแก๊งออกเงินกู้นอกระบบ ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ผู้ต้องหาเป็นชายฉกรรจ์ จำนวน 38 คน พร้อมของกลางเป็นสมุดบัญชีเก็บหนี้ สำเนาบัตรประชาชน จำนวนมาก เงินสดจำนวนหนึ่ง เครื่องถ่ายเอกสารแบบพกพา 1 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ จำนวน 10 คัน มีทั้งที่ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน ส่วนใหญ่เป็นรถทะเบียน นครราชสีมา
พล.ต.ต.เดชาวัต กล่าวว่า มีประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าจำนวนหลายราย ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากถูกกลุ่มบุคคลที่ออกเงินกู้นอกระบบ เรียกเก็บดอกเบี้ย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด เริ่มต้นดอกเบี้ยที่ร้อยละ 20 บางรายคิดอัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ60 โดยเรียกเก็บเป็นรายวัน ซึ่งหากขาดส่งดอกเบี้ยไม่ตรงเวลาก็จะส่งชายฉกรรจ์มาข่มขู่บังคับทวงหนี้ บางรายถึงขั้นขู่จะทำร้ายร่างกาย และทวงหนี้โดยใช้ความรุนแรงทั้งตบตีบุกทำลายทรัพย์สินภายในร้าน หรือแผงตลาด
จึงมอบหมายให้ พล.ต.ต.ฉัตรกนก ระดมกำลังสืบสวนสอบสวนในทุกพื้นที่จนสามารถติดตามจับกุมแก็งค์เก็บเงินกู้ และทวงหนี้ได้ตามตลาดสดหลายแห่งในพื้นที่ หลังจับกุมได้ควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ บางรายอ้างตัวรับว่าเป็นผู้ปล่อยกู้ด้วยตัวเอง ข้อมูลการสืบสวนทางลับทราบว่ามีนายทุนรายใหญ่จำนวนหลายราย ที่เป็นผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังในการปล่อยเงินกู้โดยกระจายพื้นที่ และมอบหมายให้กลุ่มบุคคลกระจายพื้นที่ดูแลลูกหนี้ คาดว่าวงเงินกู้หมุนเวียนของนายทุนนอกระบบรายนี้เฉพาะในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
สาเหตุสำคัญที่ทำให้บรรดาพ่อค้า แม่ค้า หรือประชาชนทั่วไปที่มีสถานะการเงินไม่คล่อง ใช้บริการแก็งค์เงินกู้นอกระบบ คือสามารถเข้าถึงการกู้เงินได้ เงื่อนไขในการกู้ไม่ยุ่งยากซับซ้อน จากนี้ไปจนท.จะดำเนินคดีอย่างจริงจัง พร้อมทำการขยายผลให้ถึงตัวการใหญ่ เนื่องจากมีพฤติการณ์ออกเงินกู้ และยังข่มขู่ทำร้ายร่างกายลูกหนี้ ผู้เสียหายที่เป็นลูกหนี้สามารถมาชี้ตัวเพื่อตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งดำเนินคดี และขยายผลนำไปสู่การดำเนินคดีกับนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังด้วย



