ข่าว

"อภิสิทธิ์"เล็งใช้กม.มั่นคงคุมม็อบเสื้อแดง

"อภิสิทธิ์"เล็งใช้กม.มั่นคงคุมม็อบเสื้อแดง

20 พ.ย. 2552

นายกฯ"อภิสิทธิ์"แบไต๋ใช้กม.ความมั่นคงคุมม็อบเสื้อแดงแน่ ชี้ เจตนามีมากกว่าบีบให้ยุบสภา โบ้ยฝ่ายค้านและแนวร่วมปฏิเสธทุก อย่างที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเอง

(20พ.ย.) เวลา 10.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีแกนนำคนเสื้อแดงประกาศเลื่อนการชุมนุมจากวันที่ 29 พ.ย.มาเป็นวันที่ 28 พ.ย.เพื่อบีบให้รัฐบาลยุบสภาว่า การเข้ามาชุมนุมในกทม.และมีการพูดถึงการปิดล้อมทำเนียบนั้น ตนรอฝ่ายความมั่นคงเสนอความเห็นต่อครม.ว่าควรจะดำเนินการอย่างไร เมื่อถามว่า จากข้อมูลของฝ่ายการข่าว ควรจะประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ข้อมูล ณ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.นั้นยังไม่ต้องประกาศใช้ แต่ก็มีการเคลื่อนไหว การแถลงข่าวและพูดคุยกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเยอะ เข้าใจว่าการประชุมครม.สัปดาห์หน้าน่าจะชัดเจน

 เมื่อถามว่า แกนนำคนเสื้อแดงระบุว่าจะกระจายการชุมนุมไปหลายจุดในกทม.หากเป็นเช่นนี้จะประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงให้ครอบคลุมทั่วทุกจุดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงต้องประเมินสถานการณ์และการข่าวที่เกี่ยวกับแนวทางการเคลื่อนไหวพอสมควร หากมีเจตนาที่จะทำให้เกิดความเดือดร้อนและความวุ่นวายขึ้นโดยทั่วกัน ถือว่าผิดกฎหมาย และขัดกับสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

 ส่วนกรณีที่แกนนำคนเสื้อแดงระบุว่าจะใช้มวลชนหนึ่งล้านคนกดดันให้ยุบสภานั้น นายกฯ กล่าวว่า จำนวนคนและการเคลื่อนไหวนั้น ตนขอเรียนว่า จะมาสิบคนหรือหนึ่งล้านคน สิทธิก็เหมือนกันคือชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ หากสิบคนกระทำผิดกฎหมายต้องดำเนินการ หากหนึ่งล้านคนไม่กระทำผิดกฎหมายเลยก็เป็นสิทธิที่กระทำได้ ส่วนการกดดันนั้นตอนนี้มีกระบวนการทุกอย่างอยู่ในรัฐสภา หากเปิดสมัยประชุมทั่วไป พรรคฝ่ายค้านก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจฯ เป็นไปตามกลไกของรัฐสภาที่มีการตรวจสอบอยู่ ต้องถามว่าเงื่อนไขที่มากดดันและบอกว่าให้ตนยุบสภาในตอนนี้มันคืออะไรและในทางตรงกันข้าม ตนเรียนไปแล้วว่าหากเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นและตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นชัดเจน มีการตกลงกันในเรื่องกติกาเพราะเดิมมีการตกลงกันแล้วว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น และพรรคฝ่ายค้านก็เป็นฝ่ายที่ถอยเอง ตนก็บอกว่าถ้าไม่เคลื่อนไหวขัดขวางการทำงาน เปิดโอกาสให้คนไปหาเสียงตามปกติ ก็เป็นไปได้ที่จะยุบสภา แต่คนที่เป็นคนฝ่ายปิดเงื่อนไขทั้งหมดไม่ใช่รัฐบาล แต่เป็นฝ่ายที่มาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล

 เมื่อถามว่า คนเสื้อแดงต้องการมากกว่ายุบสภา และต้องการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น  นายกฯ กล่าวว่า “ก็ตรงนี้แหละที่ผมคิดว่านับว่ามันยิ่งจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเป้าหมายคือ เป้าหมายของบุคคล เป้าหมายของกลุ่มและเป็นผลประโยชน์เฉพาะ ตรงนั้นมันไม่ใช่เรื่องของส่วนรวม”

 เมื่อถามว่า ความพยายามย้อนเวลากลับไปก่อนวันที่ 19 ก.ย. 2549 คิดว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า “ผมก็ยังไม่ทราบว่า เขาบอกให้ย้อนกลับไปตรงนั้นเป็นอย่างไร เพราะเหตุการณ์จะตัดตอนตรงวันที่ 19 ก.ย. 2549 ไม่ได้หรอก มันมีเหตุการณ์ก่อนวันที่ 19 ก.ย. 2549 ซึ่งมีการกระทำความผิดเยอะแยะเช่นเดียวกัน มันคือความพยายามที่จะให้เกิดความเข้าใจว่าพอเกิดเหตุ 19 ก.ย. 2549 คนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ผิด ซึ่งความจริงไม่ใช่ แล้วกระบวนการแทรกแซงองค์กรต่างๆก่อนหน้านั้น ปัญหาการกระทำความผิดหลายอย่างซึ่งยังตกทอดมาเป็นปัญหาที่ต้องคลี่คลายต่อไปทุกวันนี้ก็ยังมี ซึ่งผมบอกไปแล้วว่าถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงไหน อยากจะแก้ไขกติกาอย่างไรก็เปิดโอกาสให้พูดคุยกัน พอได้ข้อยุติร่วมกันก็ถอยไป แต่ก็บอกว่าไม่ยอมรับอีก”