ข่าว

'บราวน์'ปลื้มหลังEUได้ประธานเป็นเบลเลี่ยม

'บราวน์'ปลื้มหลังEUได้ประธานเป็นเบลเลี่ยม

20 พ.ย. 2552

ผู้นำอังกฤษเป็นปลื้มที่ อียูเลือกนายกเบลเลี่ยมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษครองสองตำแหน่งใหม่หลังอังกฤษถอนการสนับสนุนอดีตนายก

(20พ.ย.) นายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษ กล่าวยืนยันเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่กรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยี่ยมว่า เขาอยากให้อดีตนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ ได้เป็นประธานคนแรกของสหภาพยุโรป หรืออียู  แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ก็ยิ่งเห็นชัดว่าแนวร่วมชาตินิยมในอียู ต้องการให้หนึ่งในพวกตนได้ครองตำแหน่งดังกล่าวเองมากกว่า เขากล่าวจะไม่ขออภัยหรือกล่าวอะไรอื่น นอกจากว่า นายแบลร์น่าจะได้เป็นประธานผู้ยอดเยี่ยมของอียู และว่าในความเป็นจริง เขามองว่าตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศอียู ที่ผู้สมัครที่เป็นสตรีของอังกฤษคว้ามาได้นั้น เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมากกว่า

 นายบราวน์แสดงความเห็นเรื่องนี้ หลังจากที่ประชุมสุดยอดของชาติสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียูลงมติเมื่อคืนที่ผ่านมา  เลือกนายกรัฐมนตรีเฮอร์แมน แวน รอมพายของเบลเยี่ยม เป็นประธานอียูและบารอนเนสแคธี่ แอชตัน กรรมาธิการการค้าของอังกฤษประจำอียู ได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของอียู ซึ่งมีขึ้นหลังจากนายบราวน์ถอนการสนับสนุนนายแบลร์ ในตำแหน่งประธานอียูกลางคัน

 นายบราวน์กล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับนายแบลร์หลังการลงมติ แต่เขาไม่ได้กำลังพูดแทนนายแบลร์และในขณะแสดงความยินดีกับนายรอมพายสำหรับตำแหน่งใหม่ ซึ่งมีเงินเดือนสูงกว่าเงินเดือนของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่าของสหรัฐฯ นายบราวน์ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่า เขามองว่าตำแหน่งประธานอียูเป็นตำแหน่งด้านพิธีการเป็นส่วนใหญ่ เพราะการกำหนดนโยบายต่างๆยังอยู่ในมือของรัฐบาลชาติสมาชิก แต่ตำแหน่งใหม่ของบารอนเนสแอชตันซึ่งจะทำหน้าที่กำกับดูแลเครือข่ายทั่วโลกของหน่วยงานของอียูรวมทั้งเจ้าหน้าที่และงบประมาณนั้น ช่วยให้อังกฤษเป็นหัวใจของยุโรป
 
 นายบราวน์กล่าวอวดด้วยว่า การแต่งตั้งบารอนเนสแอชตัน ยังแสดงว่าอังกฤษเป็นผู้นำในการเพิ่มบทบาทของสตรีในตำแหน่งที่เป็นตัวแทนของประเทศ เขาชื่นชมนายรอมพายในฐานะนักการฑูตนักเจรจาต่อรองและเป็นคนซื่อสัตย์ แต่ก็ย้ำว่าบารอนเนสแอชตันจะมีบทบาทเด่นมากตลอด 5 ปีข้างหน้า และเธอจะเป็นสตรีผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในอียูซึ่งตามปกติเป็นของผู้ชาย

 ผู้นำอังกฤษได้เน้นบทบาทของบารอนเนสแอชตันในการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีของอียูกับเกาหลีใต้ และว่าเธอจะช่วยทำให้การขยายอียูให้รวมทั้งตุรกีกับประเทศบนคาบสมุทรบอลข่านเป็นรูปเป็นร่างขึ้น รวมทั้งจะผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาาพในตะวันออกกลาง ซึ่งหมายความว่าเธอจะต้องทำงานนี้คู่กับนายแบลร์ผู้ดำรงตำแหน่งฑูตของคณะผู้เจรจา 4 ฝ่ายในตะวันออกกลางหรือ " เดอะ ควอร์เทท"อยู่